วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วุฒิสภากับมหาเศรษฐี

โดย

ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องถือว่าหงอยเหงากันทั้งประเทศ มีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นสถิติที่ต่ำสุดในหลายทศวรรษ ส่วนสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะสถานการณ์การเมืองที่ขัดแย้งแบบยืดเยื้อยาวนานหลายเดือน ผู้คนเบื่อการเมือง และอาจมองไม่เห็นความสำคัญของวุฒิสภา

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมากว่า 82 ปี ประเทศไทยเคยมีสภาสูงที่เรียกว่าพฤฒิสภาหรือวุฒิสภามาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่มาจากแต่งตั้ง จากบรรดาข้าราชการหรือคณะนายทหาร ผู้มีส่วนร่วมในการปฏิวัติรัฐประหาร จึงถูกขนานนามเป็น “สภาข้าราชการ” หรือ “สภากลาโหม” เป็นยุคที่ปกครองโดยข้าราชการ เป็น “อำมาตยาธิปไตย” แท้

ประเทศไทยเพิ่งจะมี ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง เป็นครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญ 2540 จำนวน 200 คน แต่รัฐธรรมนูญ 2550 ได้เปลี่ยนแปลงใหม่ให้มี ส.ว. 150 คน มาจากเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน ที่เหลือมาจากการสรรหา การเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ จะเป็นการเลือกตั้ง ส.ว. 77 คน จากจังหวัดละหนึ่งคนรวมทั้ง กทม.

เป็นการเลือกตั้งในขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ฐานจงใจใช้ตำแหน่งหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย กรณีที่ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมรัฐสภา รวบรัดลงมติปิดการอภิปราย ไม่ให้สมาชิกผู้สงวนความเห็นหรือแปรญัตติได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ นายนิคมจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรอมติถอดถอนต่อไป

น่าสังเกตว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งมีแนวโน้มสนับสนุนรัฐบาล  ชัดเจนที่สุดคือ “การผลัดกันเกาหลัง” ระหว่างรัฐบาล กับ ส.ว. เลือกตั้ง ในการผลักดันร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมสุดซอยของรัฐบาล และผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ว. สมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันโดยไม่จำกัดวาระ เพราะ ส.ว. อาจต้องพึ่งพรรครัฐบาลในการเลือกตั้ง

วุฒิสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ส่วนหนึ่งมาจากนักวิชาการ และนักกิจกรรมการเมืองที่มีชื่อเสียง ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แต่มีสมาชิกบางส่วนยอมรับใช้อำนาจการเมือง ถูกนักข่าวตั้งฉายาเป็น “สภาทาส” เพราะปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มุ่งให้ ส.ว. เป็นอิสระ เพื่อทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระและถอดถอนนักการเมือง

การปกครองประเทศไทยในขณะนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นการปกครองโดยนายทุนระดับมหาเศรษฐี หรือ Plutocracy ถ้ามหาเศรษฐีต้องการคุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คุมอำนาจบริหารและสภาผู้แทน ราษฎรแล้วยังไม่พอ แต่ต้องการครอบงำวุฒิสภาและองค์กรอิสระด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี ส.ว. ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลระบอบมหาเศรษฐี.

25 มี.ค. 2557 10:12 25 มี.ค. 2557 10:12 ไทยรัฐ