วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลักประกันสุขภาพ ใกล้บ้านต้องใกล้ใจ

โดย

นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ อดีตเลขาธิการ...สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551...

คุณหมอสงวนได้วางโครงสร้างองค์กร วางระบบงาน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพร้อมทั้งเชิญชวนบุคคลเข้ามาทำงาน แล้วหล่อหลอมให้คนมุ่งทำงาน “ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์”...ท่ามกลางกระแสสังคมที่เปลี่ยนมนุษย์ จาก “Homo sapiens” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีปัญญายิ่ง” หรือ “ผู้มีปัญญาเลิศ” (sapiens แปลว่า ปัญญา) ให้กลายเป็น “Homo economicus” ซึ่งมีผู้แปลว่า “สัตว์เศรษฐกิจ”

คุณหมอสงวนได้สร้างระบบ “ธรรมาภิบาล” อันเข้มแข็งให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อเข้าไปทำงานใหม่ๆ มีคนนำเงินไปให้คุณหมอสงวนถึง “หนึ่งล้าน” ไว้จับจ่ายใช้สอย แต่คุณหมอสงวนได้แสดง “ความกล้าหาญทางจริยธรรม” คืนเงินจำนวนนั้นไปทันที...

เหมือนที่เคยปฏิเสธเมื่อครั้งมีผู้นำไปให้สมัยที่ยังอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเกิดกรณี “คอมพิวเตอร์ฉาว” ที่มีใครบางคนพยายามโกงกินจากระบบไอทีของสำนักงานหลักประกันสุขภาพวงเงินสองร้อยล้าน คุณหมอสงวนก็ใช้ความกล้าหาญทางจริยธรรมและความชาญฉลาด ดึงตัวให้พ้นจากความเน่าเหม็น และวางระบบให้คนที่ตั้งใจจะโกงกินต้อง “ส่งของ” ที่มีคุณภาพดีให้ สปสช. จนเกิดเป็นเรื่องอื้อฉาว

และในที่สุด สปสช. ก็ได้ของดีไปใช้จนได้ นับเป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่เป็นคำตอบว่า ทำไมคุณหมอสงวนจึงสามารถสร้างความเชื่อถือไว้วางใจจากผู้มีอำนาจได้

วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้...เรื่องหลักประกันสุขภาพ คนไทยก็คงรู้จักในระดับหนึ่งเพราะทำมา 12 ปีแล้ว นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บอกว่า คำว่า “หลักประกัน” เป็นภาษาราชการ ชาวบ้านฟังก็คล้ายๆจะรู้เรื่องแต่เอาเข้าจริงๆเหมือนไม่เคลียร์

เราอยากให้ชาวบ้านเคลียร์ก็คือต้องสื่อสารด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น “30 บาทรักษาทุกโรค” จะตรงมาก ปัญหามีว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เพียง 30 บาท...แต่ยังมีเรื่องประกันสังคมด้วย ข้าราชการด้วย มีเรื่องฉุกเฉินด้วย เราก็เลยอยากให้สื่อสมัยใหม่ ผ่านโครงการ “ชวนน้องลองผลิตสื่อ”

“เยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งปัจจุบันทำคลิปวีดิโอกันเก่ง สถาบันการศึกษาก็สอนเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่กันมาก ก็เลยอยากให้การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทันสมัยขึ้นด้วย...ไม่ใช่สื่อกันแบบโบราณๆที่หน่วยงานราชการชอบทำ”

โครงการนี้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และนักเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษา อายุไม่เกิน 21 ปี ส่งผลงานเข้าประกวดภายใต้หัวข้อ หลักประกันสุขภาพไทย “เราดูแล”...“ความรู้เบื้องต้น หลักประกันสุขภาพไทย” ชิงเงินรางวัล 200,000 บาท ส่งผลงานได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2557

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการและประชาสัมพันธ์ สปสช. บอกว่า เยาวชนที่สนใจ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ www.nhso.go.th และเพื่อให้เห็นภาพ สปสช.ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ให้หาหนังสือ “บนเส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ที่นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขียนขึ้นมาศึกษาเป็นข้อมูลประกอบเรื่องก็ได้

นพ.วีระวัฒน์ บอกว่า เราต้องการเอาคลิปที่ได้มานำไปเผยแพร่ ใช้ในทั้งสื่อสาธารณะ การจัดประชุมสัมมนา และเอาไปให้สถานบริการในต่างจังหวัดใช้งานได้จริง ต้องการเอาไว้สื่อสารเวลามีกิจกรรม ซึ่งเรามีสำนักงานสาขาเขตอยู่ตั้ง 13 เขต อนาคต สปสช.ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ปิดทองหลังพระต่อไป...อยู่ข้างหลัง

เพียงแต่เราต้องการประชาสัมพันธ์ระบบหลักประกันว่า “ฉุกเฉินไปที่ไหนก็ได้...โรงพยาบาลเอกชนก็เข้าได้ เก็บเงินไม่ได้แล้ว สองเวลาจะไปใช้บริการก็ตรวจสอบหน่อยว่าตนเองสิทธิอยู่ที่ไหน”

บางคนไม่รู้อะไรเลย...ขี่รถเบนซ์ถามว่าตัวเองมีบัตรทองหรือเปล่าก็มี เวลาป่วยไปใช้ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยสนใจเพราะคิดว่าตัวเองมีเงิน หากแค่เป็นไข้หวัด...ท้องเสียก็ไม่เป็นไร จะไปรักษาเอกชน คลินิกก็ไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าวันดีคืนดีเส้นเลือดในสมองแตกหรือไม่ก็หัวใจวาย เข้าโรงพยาบาลวันแรกมีค่าใช้จ่าย 4 แสนบาท ทีนี้...ก็ต้องร้อนใจแล้วว่า “สิทธิบัตรทอง”...อยู่ที่ไหน

ข้างต้นเป็นกรณีตัวอย่างที่ต้องการให้ชาวบ้านเข้าใจ มองว่าเรื่องหลัก ประกันสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องที่จะต้องสนใจ อย่างน้อยเวลามีปัญหาให้รู้ว่าจะต้องโทรศัพท์ติดต่อไปที่ไหน สายด่วน สปสช. 1330

“เราก็อยากให้ชาวบ้านมีความเข้าใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ให้มีบทบาท มีส่วนร่วม...ปัญหาสุขภาพคนไทยในอนาคต จะมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิหรือว่ากระบวนการรักษา ต้องยอมรับว่าความเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนจะต้องเจอแน่ จะช้าเร็วมากน้อยเท่านั้น”

ปัญหาในเรื่องการจัดการความเจ็บป่วยก็คือ สิ่งไหนที่ต้องดูแลตัวเองก็จัดการไป ซื้อยาร้านขายยา ซื้อยากินเอง แต่อันไหนที่จะต้องไปเจอหมอแล้วหรือเปล่า เช่น ทำไมหายใจไม่อิ่ม จุกท้องแน่นท้องตอนเช้าทุกวันเลย มีโรคอะไรอยู่ในตัวหรือเปล่า แล้วทำไมกลางคืนปัสสาวะบ่อยเหลือเกิน...ก็ต้องไปหาหมอ

สิ่งที่ สปสช.ต้องการเห็นก็คือ ทำให้ชาวบ้านไปใช้บริการใกล้บ้าน ไม่ใช่อยู่มีนบุรี แต่ไปรับการรักษาที่ศิริราช ลำบากยากเข็ญมาก

ปัญหาหลักๆที่เราต้องการไปสู่เป้าหมายให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น อย่างวันนี้ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการปฏิรูประบบบริการ ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาคิวยาว รอนาน แออัด เสียเวลากับการเดินทางให้ดีกว่าทุกวันนี้ ทำอย่างไรให้คนที่เคยหมดเนื้อหมดตัวเพราะเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยมีน้อยที่สุด...

“พวกที่ต้องขายบ้าน ขายที่ ขายนา ขายควายเพื่อจะเอาเงินมารักษาตัว ทำอย่างไรจึงจะให้มีน้อยที่สุด คือไม่มีเลยยิ่งดีใหญ่ เพียงแต่เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่บ้าง”

หัวใจสำคัญ ถ้าเราจะทำอย่างนี้ให้สิทธิผู้ป่วยมากขึ้น สปสช.จะต้องมีงบมากขึ้นหรือต้องทำงานด้านอื่นเสริมเติมเต็ม? นพ.วีระวัฒน์ ตอบว่า ตอนนี้รัฐบาลให้เงินเรามาก็เรียกว่าพอสมควรในระดับหนึ่ง ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ถ้ามีการบริหารจัดการดีๆ ก็จะทำให้บริการดีขึ้นได้...

12 ปีที่เราทำระบบนี้ร่วมกับประกันสังคม ร่วมกับกรมบัญชีกลางก็ดีขึ้น แต่ว่าจะต้องให้ดีกว่านี้ เพราะมีบางอย่างที่ชาวบ้านยังไม่ถูกใจหรือมีบางอย่างที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร อย่างที่กล่าวไปแล้วในเรื่องคิวยาว รอนาน แออัด หมอไม่มีเวลา สถานพยาบาลใกล้บ้านก็ไม่ถูกใจ...ใกล้บ้านแต่ยังไม่ใกล้ใจ

ปัญหาเหล่านี้ก็จะต้องมีกระบวนการในการแก้ไข การได้เงินมาก็เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ยังจำเป็นที่จะต้องมีนโยบาย มีการหาหมอพยาบาลเพิ่ม มีเรื่องของการจัดระบบ การอำนวยความสะดวก หน่วยงานท้องถิ่น อบจ. เทศบาล จะต้องพัฒนากลไกเพิ่มเพื่อดึงเข้ามาให้มีส่วนร่วม ให้ฟันเฟืองหลักประกันสุขภาพคนไทยหมุนไปทั้งระบบ

“แพทย์แผนไทย ยาไทย เป็นเรื่องของการพึ่งพาตนเอง สมมติว่าถ้าเกิดมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมา ประเทศไทยแย่แน่ เพราะต้องพึ่งพิงแต่ยานอก...ยาฝรั่ง ของดีในบ้านเรายังมีอีกมาก ฉะนั้นจำเป็นจะต้องมีการจัดการระบบอะไรบางอย่าง...”

นพ.วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองเลขา สปสช. ฝากทิ้งท้ายให้คิดถึงความมั่นคงในเรื่องสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ.

25 มี.ค. 2557 08:16 25 มี.ค. 2557 08:17 ไทยรัฐ