วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟ้องรวดผวจ.-นายกอบต.ไฟไหม้บ่อขยะป่วยนับพัน

ไฟที่ลุกไหม้บ่อขยะใน จ.สมุทรปราการ ดับแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำ ประกอบกับเกิดฝนกระหน่ำหนัก สภาทนายความยื่นมือช่วยเหลือ เตรียมฟ้องกราวรูดตั้งแต่ ผวจ.ยันนายก อบต.ฐานปล่อยปละละเลย รวมทั้งฟ้องผู้ประกอบการ เรียกเงินค่าเสียหายรายละ 1 แสนบาท เผยยอดผู้ป่วยสูงถึง 1,200 คน ด้านหมอกควันจากไฟป่าที่ปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มคลี่คลายแล้วเช่นกัน เครื่องบินขึ้น-ลง ได้ตามปกติ ขณะที่พายุฤดูร้อนถล่มลำปางหนักสุดในรอบ 30 ปี พัดบ้านหายไปทั้งหลัง และยังหอบเอาเต็นท์กับปราสาทใส่โลงศพปลิวไปติดหลังคาวัด ชาวบ้านที่ไปร่วมงานศพหนีกระเจิง เช่นเดียวกับที่กำแพงเพชร สวนกล้วยไข่ ไร่ข้าวโพด ราบพินาศเป็นหน้ากลอง

สถานการณ์ไฟไหม้บ่อขยะภายในซอยแพรกษา 8 อ.เมืองสมุทรปราการ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน 8 วัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง เป็นบริเวณกว้างแล้วนั้น ล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่ระดมเข้าฉีดน้ำดับไฟ ประกอบกับเกิดฝนตกหนัก ทำให้ไฟดับและกลุ่มควันเริ่มจางหายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 23 มี.ค.ว่า ไฟที่ลุกไหม้ บ่อขยะภายในซอยแพรกษา 8 อ.เมืองสมุทรปราการ ได้สงบลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เหลือเพียงกลุ่มควันเพียงเล็กน้อยของพื้นที่ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเริ่มทยอยนำเครื่องไม้เครื่องมือกลับออกจากพื้นที่แล้ว

ต่อมาวันเดียวกันนายสุวิทย์ เชยอุบล อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทนายความ 15 คน เดินทางไปพบชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้บ่อขยะที่หมู่บ้านสวัสดีภายในซอยแพรกษา 8 หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อให้ความรู้พร้อมตั้งทีมกฎหมายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนฟรี โดยนายสุวิทย์เผยว่า เบื้องต้นทางทีมทนายความได้ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนทุกรายมารวมตัวกันยื่นเอกสารประจำตัว แต่งตั้งทนายในการดำเนินการด้านกฎหมาย 2 ส่วน คือ 1.สภาทนายความจะรับว่าความให้ชาวบ้านในการฟ้องเจ้าหน้าที่ที่ละเว้น ปล่อยปละละเลยให้มีการทำบ่อขยะดังกล่าว ขณะที่ไม่มีใบอนุญาต ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปถึงนายก อบต.แพรกษา เจ้าของพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และ 2.ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการ เบื้องต้นได้ลงมติกับชาวบ้านแล้วว่าจะเรียกค่าเยียวยารายละ 100,000 บาท

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์มลพิษจากไฟไหม้บ่อขยะที่ จ.สมุทรปราการ ว่า จากการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์มลพิษจากไฟไหม้บ่อขยะของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถดับควันไฟได้แล้ว และในวันที่ 23 มี.ค. ยังได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกแจกเอกสารให้ความรู้แก่ประชาชนที่อยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัว เพื่อลดความเสี่ยง ผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสควันไฟอีกระยะหนึ่ง และจากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ สธ. มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบและสัมผัสควันไฟบ่อขยะเข้ารับการตรวจรักษาที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตั้งแต่วันที่ 16-22 มี.ค.57 รวม 1,200 ราย ส่วนใหญ่มีอาการระคายเคืองตา แสบคอ แสบจมูก สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบ 8 เดือน ที่เข้ารับการรักษาใน รพ.สมุทรปราการ ด้วยอาการปอดติดเชื้อ แพทย์อนุญาตให้กลับได้แล้ว

นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ผลการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง (PM10) วัดได้ 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ทั้งนี้ ภายหลังควันไฟไหม้บ่อขยะดับแล้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้วางแผนจัดมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบ 2 ด้าน ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพในคน โดยให้บริการตรวจสุขภาพในกลุ่มนักผจญเพลิง พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ต้องอยู่เฝ้าสถานประกอบการ ผู้สื่อข่าว รวมทั้งประชาชนที่พักอาศัยอยู่รอบบ่อขยะ ในรัศมี 200 เมตร โดยจะนัดให้ไปรับบริการตรวจที่งานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยไม่เสียค่าบริการ และ 2.การเฝ้าระวังในด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจหาสารปนเปื้อนในน้ำ อาหาร และอากาศ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจแก่ประชาชนที่อยู่อาศัย

ส่วนสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าที่ปกคลุมในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคเหนือจนส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบินรวมถึงนักท่องเที่ยว ก็เริ่มคลี่คลายแล้วเช่นกัน หลังเกิดฝนถล่มหนัก โดยที่ จ.เชียงใหม่ ตลอดทั้งวันของวันที่ 23 มี.ค. อากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังจากที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟป่ามานานร่วม 10 วัน เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 มี.ค.ต่อเนื่อง จนถึงกลางคืน ทำให้ในช่วงเช้าประชาชนสามารถมองเห็นดอยสุเทพที่ถูกหมอกควันไฟบดบังเอาไว้ได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง ส่วนสถานที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองเชียงใหม่ยังคับคั่งไปด้วยนักท่อง– เที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนและ วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ก็มีนักท่องเที่ยงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มกลับขึ้นไปเที่ยวกันอีกครั้ง เช่นเดียวกับสวนสาธารณะ สวนสุขภาพ และสนามกีฬาต่างๆ เริ่มมีประชาชนกลับมาออกกำลังกายกัน หลังจากที่หยุดพักเนื่องจากพิษของหมอกควันไฟ

ที่สนามบินกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปดูการ ปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ มีนายอนุภาพ ภววัฒนานุสรณ์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ บรรยายสรุป ว่าทาง ศูนย์ฯจะปฏิบัติตามภารกิจตามตำราการทำฝนหลวงที่ในหลวงพระราชทานให้ ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งความชื้นในอากาศข้างบนต้องไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ช่วงที่เกิดภาวะหมอกควันความชื้นไม่เพียงพอ ทางศูนย์ฯ ก็บินโปรยน้ำแทน เพื่อให้ไอน้ำได้ช่วยซับหมอกควัน วันนี้ทางศูนย์ฯขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวงทั้งหมด 6 เที่ยวบิน ครอบคลุม 6 จังหวัด คือแพร่, น่าน, พะเยา, ลำพูน, ลำปาง และแม่ฮ่องสอน หลังจากที่ได้ขึ้นบินมาแล้ว 8 เที่ยวบิน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ส่วนในวันที่ 1 เม.ย.ทางศูนย์ฯจะเพิ่มหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นอีก 1 หน่วยที่กองบิน 46 จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบินกาซ่า ขนาดใหญ่ 2 เครื่อง บรรทุกสารเคมีได้เที่ยวละ 1,000 กก./เที่ยวบิน สำหรับในวันนี้ เน้นพื้นที่ อ.ดอยเต่า อ.อมก๋อย อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง และตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากตรวจพบมีเมฆฝนก่อตัวขึ้นในบริเวณนั้น คาดว่าในช่วงบ่ายจะมีฝนตกลงมาเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันลงได้

นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวถึงผลกระทบของหมอกควันที่ปกคลุม จ.เชียงใหม่ว่า เมื่อวานนี้มีเที่ยวบิน 4-5 เที่ยวไม่สามารถลงจอดได้ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี แต่วันนี้มีทัศนวิสัยการมองเห็นอยู่ที่ 10 กม.หลังจากที่เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ของภาคเหนือรวมทั้งเชียงใหม่ ในเชียงใหม่ที่ได้รับรายงานจาก ปภ.จังหวัด พื้นที่ที่เกิดฝนและลูกเห็บตกด้วย มี อ.สันป่าตอง อ.สัน–กำแพง อ.สารภี อ.ดอยสะเก็ด ถึงแม้ว่าปริมาณฝนไม่ครอบคลุมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ทำให้อากาศของวันนี้สดใสขึ้น ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กคงจะลดลงไปมาก อากาศยานก็สามารถบินขึ้น-ลงได้ตามปกติ และวันนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงก็ขึ้นบินทำฝนหลวงถึง 6 เที่ยวบิน/วัน โดยทางจังหวัดขอความร่วมมือให้ไปทำฝนหลวงในพื้นที่ที่เกิดจุดฮอตสปอตของความร้อนสะสมมากในพื้นที่ป่า อ.อมก๋อย อ.แม่แจ่ม ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเริ่มดีมีมากถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่เราจะทำฝนหลวงในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน กองบิน 41 ประสานมายังทางจังหวัด ว่า ในวันที่ 24 มี.ค. ทางกองทัพอากาศจะให้การสนับสนุนเครื่องบินมาช่วยบินโปรยน้ำให้ความชุ่มชื้นให้อากาศ โดยจะกำหนดพื้นที่เป้าหมายร่วมกันอีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายจังหวัดโดยที่ จ.เชียงราย เมื่อตอนสายวันที่ 23 มี.ค. นายสว่าง ม่อมดี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้รับรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนตกหนักกับมีลูกเห็บขนาดเท่าหัวแม่มือตกทั่วพื้นที่ดอยสูงใน ต.แม่สลองใน ต.แม่ฟ้าหลวง ต.เทอดไท ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง รวมทั้งพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่จัน อ.พาน อ.เวียงเชียงรุ้ง นานนับชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อหลังคาบ้านและรถยนต์ของราษฎร แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย โดยนายสว่างเผยว่าฝนที่ตกลงมาเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้สถานการณ์หมอกควันของ จ.เชียงราย มีสภาวะอากาศดีขึ้น โดยที่หน้าสำนัก– งานทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.เมืองเชียง– ราย วัดได้ 89 ไมโครกรัม/ลบ. ที่หน้าสำนักงานสาธารณสุข อ.แม่สาย วัดได้ 139 ไมโครกรัม/ลบ. ถ้ามีฝนตกลงมาในช่วงนี้อีก ก็จะช่วยให้หมอกควันเบาบางลงได้อีกมาก ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังพายุฤดูร้อน ขณะนี้ยังมีโอกาสเกิดฝนตกและมีลูกเห็บอีก ได้แจ้งผ่านให้ท้องถิ่นเฝ้าระวังไว้ หากมีเหตุทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ให้รีบรายงานต่ออำเภอท้องที่เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

จ.ลำปาง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 มี.ค. เกิดพายุฝนและลูกเห็บขนาดเท่าผลมะนาวตกในพื้นที่ ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง ส่งผลให้บ้านของนายประยงค์ อินทะนะ อายุ 43 ปี เลขที่ 247 บ้านทุ่ง–กล้วย หมู่ 5 ต.บ้านเอื้อม ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกใหม่ เสียหายทั้งหลัง ข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งรถยนต์ได้รับความเสียหาย โรงเรียนบ้านทุ่งกล้วยถูกต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับเสียหายบางส่วน ส่วนที่วัดบ้านทุ่งกล้วยซึ่งชาวบ้านอยู่ระหว่างจัดงานศพ พายุพัดเอาเต็นท์ และปราสาทที่ใส่โลงศพ ปลิวไปติดบนหลังคาวัด ชาวบ้านต้องเผ่นหนีหาที่หลบภัยกันอลหม่าน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ อ.วังเหนือ ได้รับความเสียหายอีก 2 ตำบล คือ ต.วังใต้ และ ต.วังซ้าย โดยชาวบ้านต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นถือว่าหนักสุดในรอบ 30 ปี และล่าสุดจากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน นายธานินท์ สุภาแสน ผวจ.ลำปาง สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปแล้ว

จ.กำแพงเพชร นางสุมาลี อินทอง นายกเทศมนตรีตำบลไทรงาม อ.ไทรงาม นำเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่หมู่ 3 ต.ไทรงาม หลังเกิดพายุฤดูร้อนถล่มหนักเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่บ้านเรือนถูกพายุพัดหลังคาได้รับความเสียหาย มีต้นไม้ล้มและเสาไฟหักโค่น สวนกล้วยไข่ และไร่ข้าวโพดรวมทั้งนาข้าวเสียหายเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมเล้าไก่ของ จ.ส.อ.วีระชาติ กองมา อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 373 หมู่ 3 ต.ไทรงาม ไก่ชนตายไป 10 ตัว ในขณะที่นายอานนท์ ทองศาสน์ อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 210 หมู่ 3 ต.ไทรงาม หนึ่งในผู้ประสบภัยเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักกับมีลมแรงติดต่อกันนานร่วม 2 ชม.ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านได้รับความเสียหาย ต้องพาภรรยาไปขออาศัยนอนที่บ้านของเพื่อนบ้าน ในขณะที่นางสุมาลีเผยว่าจากการสำรวจพบว่ามีราษฎรได้รับความเดือดร้อนรวม 4 หมู่บ้าน ประมาณ 50 หลังคาเรือน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือด่วนแล้ว

24 มี.ค. 2557 08:00 24 มี.ค. 2557 08:00 ไทยรัฐ