วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่เลือกใหม่ใน60วัน

ไม่เลือกใหม่ใน60วัน

โดย ทีมข่าวหน้า 1
24 มี.ค. 2557 09:00 น.
  • Share:

ปธ.กกต.ชี้ไม่จำเป็น ปชป.ขอปฏิรูปก่อน ส่วนเลือกส.ว.หงอย

“เพื่อไทย” บีบ กกต.ฟัน “เทพเทือก” ยกพวกป่วนจนเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขู่ทำเฉยเจอฟ้อง 157 สวด “สมชัย”  2 มาตรฐานพุ่งเป้าเอาผิด “นายกฯ-พท.” เมินเล่นงาน กปปส. เย้ย “มาร์ค” คิดบอยคอตซ้ำ 2 แค่ฝันเป็นนายกฯ ม.7 “วราเทพ” ปัดสวะเลือกตั้งโมฆะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ป่าวร้องหาคนรับผิดชอบออกมาโชว์สปิริต ปชป.บี้ “ปู” ถอยให้ “เทือก” อีกก้าว-สละอำนาจเพื่อ กปปส.อีกหน่อยหวังเดินหน้าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ปธ.กกต.อ้างไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจัดเลือกตั้งใหม่ กลุ่ม “วรเจตน์” แถลงการณ์หักล้างวินิจฉัยศาล รธน. มุ่งปูทางนายกฯ-รบ. นอกรัฐธรรมนูญ เลือกล่วงหน้า ส.ว.ปลอดโปร่ง เปิดลงคะแนนได้ครบทุกเขต แต่คนมาใช้สิทธิน้อยไม่ค่อยคึกคัก

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ล่าสุดรัฐบาล กกต. พรรคการเมือง และมวลชนกลุ่มต่างๆ ยังแสดงจุดยืนและแนวทางเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหม่ที่แตกต่างกัน

พท.บีบ กกต.ฟัน “เทือก” ก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี กกต.จะจัดประชุมในวันที่ 24 มี.ค.เพื่อพิจารณาจัดการเลือกตั้งใหม่ว่า เรื่องหลักที่อยากให้ กกต.ดำเนินการก่อนการจัดเลือกตั้งใหม่คือ การเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส. จนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สูญเสียงบ 3,865 ล้านบาท ถ้า กกต.ไม่ดำเนินการถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พรรคเพื่อไทยจะฟ้อง กกต.ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

เย้ย “มาร์ค” ฝันหวานเป็นนายกฯ ม.7

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงเลือกตั้ง เพราะไม่ใช่พรรคเกเร ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมกิจกรรมเวที กปปส. เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม ถือเป็นละครการเมือง แสดงให้เห็นว่า นายอภิสิทธิ์เป็นเนื้อเดียวกับ กปปส.หรือไม่ หากนายอภิสิทธิ์ยังคิดบอยคอตการเลือกตั้งอีก ขอให้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่าคิดรอส้มหล่นเป็นนายกฯมาตรา7 การที่นายอภิสิทธิ์จะบอยคอตเลือกตั้ง เพราะคิดจะเป็นนายกฯมาตรา 7 หรือไม่

ฉะ “สมชัย” เอียงจ้องฟัน “ปู” ทัวร์ขมิ้น

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โพสต์ภาพกลุ่ม กปปส.ในต่างประเทศ สนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งว่า นายสมชัยวางตัวไม่เป็นกลาง การเป็นองค์กรอิสระต้องเป็นกลางทางการเมือง วันนี้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยพฤติกรรมนายสมชัยหลายเรื่อง ส่วนที่นายสมชัยจะเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีทัวร์นกขมิ้น และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไปออกรายการช่อง 11 ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน แต่เกรงใจไม่เอาผิดกลุ่มขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้น นายสมชัยควรลาออก เลิกทำตัวเป็นนักเลงคีย์บอร์ดรายวัน

รบ.ปัดสวะอ้าง รธน.เดดล็อกไว้

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรกรและสหกรณ์ กล่าวว่า หยุดใส่ร้ายรัฐบาลว่าจะไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม เป็นปฏิปักษ์กับองค์กรอิสระได้แล้ว เพียงแต่อยากจะบอกว่า สิ่งที่ กกต.ทักท้วงก็เป็นเรื่องอนาคต ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ ตรง กันข้ามความล่าช้าการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปกลับไม่มีใครพูดถึงว่าใครจะรับผิดชอบความเสียหาย ขณะนี้คนที่เดือดร้อนคือคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งไป 50 กว่าพรรค และคนที่ไปลงคะแนนเลือกตั้ง 20 กว่าล้านคน ยืนยันรัฐบาลนี้ยังยึดมั่นกระบวนการยุติธรรม แต่กระบวนการยุติธรรมต้องอยู่บนหลักนิติธรรมและสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมาย ต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกันด้วย เพื่อจะทำให้เกิดความสงบ เพราะหากในอนาคตโมฆะอีก ใครจะรับผิดชอบ

ซัดบอยคอตฉุดจีดีพีติดลบ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ กกต. เร่งจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว หากไม่ได้รัฐบาลใหม่ในครึ่งปีแรก การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจติดลบ 2% ได้ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถใช้งบประมาณการลงทุนได้ และอนุมัติการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ทำให้เกิดไม่ได้ปัญหาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหดหาย ขอให้พรรค ประชาธิปัตย์กลับใจส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อประเทศเดินหน้าได้  หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมลงแข่ง  จะทำให้เกิดความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกมาก อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดความเสียหายแก่ประเทศ

ปชป. บี้ “ปู” ต้องถอยให้ “เทือก”

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นการจัดการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ดังนั้น 1. เมื่อ กกต.ได้รับคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์แล้ว กกต.และรัฐบาลต้องคุยกันก่อนเพื่อร่วมกันตัดสินใจให้กระบวนการพูดคุยเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายสามารถเกิดขึ้นได้ 2. การพูดคุยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการคุยกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งว่าจะหาจุดร่วมกันอย่างไร 3. รัฐบาลมีอำนาจสูงสุดในบ้านเมืองจำเป็นต้องเสียสละอำนาจบางส่วนด้วยการปรับท่าทีเข้ามาแก้ปมข้อเรียกร้องของ กปปส. 4. การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ควรรีบร้อน เร่งรัดเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุถึงกรอบเวลาการกำหนดวันเลือก ตั้งให้ยึดบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญในปี 2549 ซึ่งไม่ได้อยู่ในกรอบเวลา 45 หรือ 60 วันแต่อย่างใด แต่มีการกำหนดวันเลือกตั้งหลังจากนั้นประมาณ6 เดือน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะพิจารณาบนพื้นฐานประโยชน์ชาติ

29 มี.ค. รู้มติลง–ไม่ลงเลือกตั้ง

นายองอาจกล่าวว่า ในวันที่ 28 มี.ค. พรรคจะมีการประชุมเพื่อเปิดแนวนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ 7 ด้านของพรรคและวันที่ 29 มี.ค. จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี และภาคบ่ายจะเป็นการประชุมอดีต ส.ส.พรรค อาจมีการหารือและแสดงความเห็นถึงการจัดเลือกตั้งและการลงรับสมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ซึ่งในส่วนของพรรคการเมืองก็มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่แล้ว  แต่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายด้วย

ลูกหาบแบไต๋ต้องปฏิรูปกันก่อน

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลที่เคารพกฎหมายเป็นคำตอบของประเทศไทย โดยขณะนี้พรรคเพื่อไทยเรียกร้องแต่การเลือกตั้งเพื่อรองรับสถานะรัฐบาลเท่านั้นโดยไม่แก้ไขปัญหาใดๆ และขอถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะรักษาประชาธิปไตยอย่างไร หรือความหมายของประชาธิปไตยคือลงคะแนนแล้วจบ ประชาชนห้ามถาม ฝ่ายค้านห้ามตรวจสอบ  แม้เสียงข้างมากจะทำผิดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ หรือจะขออยู่เป็นรัฐบาลรักษาการไปนานๆ เพื่อใช้งบประมาณปี 2557 กว่า 2 ล้านล้านบาท

ปธ.กกต.ไม่รีบจัดเลือกตั้งใหม่

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญว่า ต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานกับรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนปัญหาเรื่องกรอบเวลาจัดเลือกตั้งที่ขณะนี้เกิน 60 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนดมองว่าหากเทียบเคียงกับเหตุการณ์ปี 2549 ก็พบว่ากำหนดการจัดการเลือกตั้งก็เลยกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไปหลายเดือน แต่ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้

สปป.แถลงการณ์ค้านคว่ำ 2 ก.พ.

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มนักวิชาการจากสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) นำโดย รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงการณ์คัดค้านคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่วินิจฉัยโดยมุ่งหมายให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่า สปป.เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและปัญหาความชอบทางด้านการ เมืองรวม 7 ข้อ คือ 1.ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่สามารถเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่อง “การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.” เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ก็ต่อเมื่อเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

โต้แหลกประเด็นเลือกตั้งในวันเดียว

2.การที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ายังไม่มีการจัดเลือกตั้งใน 28 เขต เลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วประเทศ แต่ข้อเท็จจริง คือ รัฐธรรมนูญกำหนดว่าวันเลือกตั้งต้อง “กำหนด” เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่ต้อง “เกิดขึ้น” ในวันเดียวกันทั่วประเทศ 3.การที่ศาลรัฐธรรมนูญนำเอากรณีที่ไม่อาจรับสมัครเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งบางเขตเลือกตั้งได้ เพราะมีผู้ขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งมากล่าวอ้างให้มีผลว่า พ.ร.ฎ.ยุบสภาฯเฉพาะส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยมุ่งหมายจะ ทำลายการเลือกตั้งในวันดังกล่าวลง นอกจากจะไม่มีเหตุผลในทางกฎหมายรองรับแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาการตีความคำวินิจฉัยต่อไปอีกด้วยว่าคะแนนเสียงของประชาชนที่ไปออกเสียงถูกทำลายลงแล้วหรือไม่ โดยอำนาจของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือบทกฎหมายมาตราใด

ปูทางนายกฯ–รบ.นอก รธน.

4.ศาลขาดการพิจารณาว่า  อุปสรรคของการเลือกตั้งครั้งนี้มาจากการสมคบคิดของ กปปส. และ พันธมิตรทั้งในและนอกรัฐสภา ที่ต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อีกทั้ง กกต.ไม่ได้แสดงเจตจำนงและประสิทธิภาพในการทำงานตามหน้าที่ เพื่อจัดการการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วง 5.การสมคบคิดขัดขวางระบอบประชาธิปไตยนี้จะดำเนินต่อไป เพื่อสร้างสุญญากาศทางการเมือง เปิดทางให้กับนายกฯและรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญเข้าสู่อำนาจ สปป.ขอประณามความพยายามที่เป็นปฏิปักษ์ต่อหลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

หวังทำลายฝ่ายตรงข้ามให้พังครืน

6.นับตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ศ.2549 องค์กรอิสระและอำนาจตุลาการกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มพลังเสียงข้างน้อยในการต่อต้านระบอบประชาธิปไตย เพียงเพื่อต้องการทำลายกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามให้ได้อย่างรวดเร็ว การปล่อยให้องค์กรอิสระและอำนาจตุลาการถูกบิดเบือนฉวยใช้ไปทำลายประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจะทำให้ประเทศชาติจมปลักอยู่ในวังวนของความขัดแย้งรุนแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 7.แนวทางการทำลายการเลือกตั้งทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะรุนแรงไร้ทางออกและจะเป็นเช่นนั้นต่อไปจนกว่าทุกอำนาจทุกฝ่ายในสังคมไทยจะเคารพสิทธิที่เท่าเทียมในการเลือกตั้งของประชาชน

ฤทธิ์เท้าพลิก “ปู” ซมอยู่เซฟเฮาส์

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวอยู่ที่เซฟเฮาส์ในกรุงเทพฯ ไม่มีภารกิจใดๆ รวมถึงไม่มีรัฐมนตรีคนใดเดินทางเข้ามาทำงานที่ สป.กห. ขณะเดียวกัน นายกฯยังใช้ช่วงวันหยุดพักรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีก จากอุบัติเหตุล้มลงข้อเท้าพลิกที่ จ.เชียงใหม่ จนนายกฯต้องให้ใส่เฝือกอ่อนและนั่งวีลแชร์ตามคำแนะนำแพทย์ที่ให้นายกฯลดการเดินลงน้ำหนักไปที่เท้าซ้าย ซึ่งนายกฯมีอาการบาดเจ็บเป็นวันที่ 9 แล้ว และวันเดียวกัน นายกฯไม่ได้เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ว. ที่เปิดให้ลงคะแนนในวันเดียวกัน แต่จะไปใช้สิทธิในวันที่ 30 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ส.ว.ตามปกติ

ปธ.กกต.ตรวจเลือกล่วงหน้า ส.ว.

ทางด้านความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ว. เมื่อเวลา 08.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง หลังกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายศุภชัย  สมเจริญ  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว.ล่วงหน้า พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง หลังกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ภาพรวมหลังการเปิดหีบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยนายศุภชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการขัดขวางการเลือกตั้ง จึงเชื่อว่าสถานการณ์การเลือกตั้ง ส.ว.จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ไม่มี “นิคม” ไม่กระทบประกาศชื่อ ส.ว.

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า  กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายนิคม  ไวยรัชพานิช  ประธานวุฒิสภา กรณีรวบรัดปิดอภิปรายการประชุมเพื่อลงมติกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. คิดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรายชื่อ ส.ว. เนื่องจากมีรองประธานวุฒิสภาขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่แล้ว แต่หากไม่มีการร้องเรียนเกิดขึ้นก็ต้องประกาศรายชื่อ ส.ว.ภายใน 7 วัน ตามกฎหมาย

ภาพรวมดูดีสถานการณ์ราบรื่น

จากนั้น เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.)  นายภุชงค์  นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงผลภาพรวมการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ว. ในเขตและนอกเขตเลือกตั้งจำนวน 1,056 หน่วยเลือกตั้งว่า หลังจากเปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 08.00 น. ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคแทรกซ้อน โดยการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 2,121,814 คน จาก 151 หน่วยเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 36,185 คน จาก 905 หน่วยเลือกตั้ง

นายเมธา  ศิลาพันธ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานเลือกตั้งกล่าวว่า หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตที่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้แต่ไม่ได้ใช้สิทธิในวันที่ 23 มี.ค. ได้สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค.ได้ แต่หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใดไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งในวันที่ 23 มี.ค.และวันที่ 30 มี.ค. สามารถแจ้งเหตุการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อป้องกันการเสียสิทธิทั้งก่อน 7 วันเลือกตั้งและหลัง 7 วันเลือกตั้ง

คนมาใช้สิทธิน้อยไม่ค่อยคึกคัก

ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย มีหน่วยเลือกตั้ง ส.ว.ล่วงหน้า 5 หน่วย ที่หอประชุมอำเภอ 2 หน่วย ที่ อบต.ผาน้อย อบต.ผาบิ้ง และ อบต.หนองงิ้ว มีผู้ขอใช้สิทธิล่วงหน้า 4,326 คน สาเหตุที่มีผู้ใช้สิทธิล่วงหน้ามาก เนื่องจากวันที่ 30 มี.ค. เป็นวันเลือกตั้ง ส.ว. ทำให้ชาว อ.วังสะพุง ที่มีอาชีพขายลอตเตอรี่ไปทั่วประเทศไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิได้ทัน เลยต้องมาใช้สิทธิล่วงหน้าแทนเกือบครบ

ส่วน อ.ด่านซ้าย อ.ภูเรือ อ.นาแห้ว และ อ.ท่าลี่ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเงียบเหงาไม่คึกคัก แต่ละอำเภอมาลงชื่อใช้สิทธิล่วงหน้าร้อยกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ตำรวจ ปกครอง ทหาร ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค.57 ขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เงียบเหงาไม่แพ้กัน มีคนมาใช้สิทธิน้อยมาก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้