วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สารเคมีเดียวกัน ผลตรวจ คาร์บอมบ์หลักสี่

คล้ายระเบิดอัยการ-ปปช. ดูแลเต็มที่เดินขบวนวันนี้ เตรียมหมายจับหน.การ์ด

ตร.เร่งสางคดีคาร์บอมบ์ซอยแจ้งวัฒนะ 13 “จรัมพร” เผยผลตรวจสารเคมีที่ใช้ประกอบ ระเบิดคล้ายเหตุที่สำนักงาน อสส.-ป.ป.ช. ชุดสืบสวนเร่งสืบประวัติรถยนต์ปริศนาสาวหาต้นตอคนร้าย “วินัย” แย้มขอแฟนพันธุ์แท้ร่วมพิสูจน์ หลังพบภาพรถคาร์บอมบ์ตรงกับรถยนต์ที่ก่อเหตุระเบิดหน้าศาลอาญา โฆษก กปปส.ปูดข่าวมีชายชุดดำฝังตัวในอพาร์ตเมนต์และห้องพัก 40 จุดทั่ว กทม. เผยเส้นทางเดินรณรงค์หาแนวร่วมคนกรุงวันแรก 24 มี.ค. พระราม 4-หัวลำโพง-สุรวงศ์-สีลม ยืนยันวันจริง 29 มี.ค. ปลอดภัยเพราะใช้การ์ดนับพันคนคอยอารักขา

จากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศนัดแสดงพลังอีกครั้งของมวลมหาประชาชน ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อรณรงค์ให้ปฏิรูป ประเทศไทยก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยจะออกเดินชักชวนชาวกรุงในเส้นทางต่างๆทั่ว กทม.ตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน

กปปส.ยันไม่พบเหตุเก๋งยิง 3 นัด

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสข่าวว่าเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด จากรถยนต์คันหนึ่งบริเวณถนนพระราม 4 ช่วงทางลงทางด่วน พระราม 4 ซึ่งใกล้กับบริเวณพื้นที่ชุมนุม กปปส.สวนลุมพินี ว่า มีคนมาสอบถามตนเช่นกัน เบื้องต้นได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่การ์ด ที่ประจำจุดต่างๆก็แจ้งว่าเหตุปกติ ไม่พบเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น

เร่งรวมหลักฐานมัดตัว “เม่น”

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขออนุมัติหมายศาลดำเนินคดีนายสุเมธ หรือเม่น หัวหน้าการ์ด กปปส. หลังจากที่นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือท็อป ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพเป็นมือปืนป๊อปคอร์นจากเหตุปะทะแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซัดทอดนายเม่นเป็นหัวหน้าการ์ดกลุ่ม พระองค์ดำที่เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ โดยคำให้การของนายวิวัฒน์เป็นประโยชน์ในการสืบสวน อะไรที่รู้ ก็ให้การทั้งหมด จึงเป็นประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาล

เชิญแฟนพันธุ์แท้ร่วมสางคดี

พล.ต.ท.วินัยยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพบวัตถุระเบิดภายในรถยนต์ ในซอยแจ้งวัฒนะ 13 ว่า ได้สั่งให้ชุดสืบสวน บช.น.ตรวจสอบที่มาของเจ้าของรถยนต์ดังกล่าว ทราบว่าทะเบียนรถยนต์คันนี้เป็นของผู้หญิงที่เสียชีวิต และถูกขายต่อให้คนอื่น ขณะนี้ชุดสืบสวนฯเร่งหารายละเอียด อย่างไร ก็ตามจากการตรวจสอบการประกอบระเบิดครั้งนี้ มีลักษณะคล้ายกับเหตุลอบวางระเบิดที่ด้านหน้าศาลอาญา และสำนักงานอัยการสูงสุด น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับได้หน้าศาลอาญานั้น คนร้ายใช้ จยย.และรถยนต์เข้ามาวนเวียนบริเวณที่เกิดเหตุ และลักษณะรถยนต์คันดังกล่าวใกล้เคียงกับรถยนต์ที่เกิดเหตุระเบิดในซอยแจ้งวัฒนะ ขณะนี้ได้ประสานขอให้แฟนพันธุ์แท้ที่ชำนาญเรื่องรถยนต์เข้ามาช่วยดูภาพเปรียบเทียบรถยนต์จากกล้องวงจรปิด เพื่อใช้เป็นแนวทางการสืบสวน และวันที่ 24 มี.ค.นี้ จะประชุมชุดสืบสวนเพื่อเร่งรัดเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุม

ผลตรวจโยงบึม อสส.-ป.ป.ช.

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบลักษณะสารเคมีที่ใช้ในการประกอบระเบิดชนิดปุ๋ยยูเรียคล้ายๆเหตุพบระเบิดที่สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน ป.ป.ช. และสมานเมตตาแมนชั่น แต่เนื่องจากระเบิดดังกล่าวทำงานไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่เกิดแรงระเบิด มีแต่เพลิงไหม้และสะเก็ดลูกเหล็กโดนหลังคารถเป็นรูเสียหายเท่านั้น จากลักษณะระเบิดเชื่อว่าเชื่อมโยงเหตุระเบิดคดีอื่นๆ ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ารถยนต์คันดังกล่าว เป็นของผู้หญิงที่เป็นภรรยาฝรั่ง และได้เสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว มีการซื้อขายโอนลอย ให้ผู้ซื้อรายอื่นอีก 3 ทอด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจสอบที่มาของรถ อาจซื้อขายเพื่อไว้ใช้สร้างสถานการณ์ โดนรถคันดังกล่าวได้นำมาจอดไว้ที่เกิดเหตุประมาณ 6 วันก่อนที่จะมีเหตุเพลิงไหม้เนื่องจากระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์

“อีโอดี” ชี้คล้ายคาร์บอมบ์ จชต.

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องโดยคนร้ายใช้ถังดับเพลิง 3 ถัง เป็นส่วนประกอบระเบิด 2 ถังแรกวางไว้ที่เบาะด้านหลังภายในรถ และอีก 1 ถัง วางไว้ในกระโปรงด้านท้ายของรถ น่าเชื่อว่าใช้การจุดระเบิดชนิดตั้งเวลาด้วยนาฬิกาปลุก แต่เหตุดังกล่าวเกิดจากระเบิด 2 ลูกที่วางเท้าเบาะหลังด้านในรถ ซึ่งไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และจากการผ่าพิสูจน์ระเบิดจากถังแก๊สกระโปรงท้ายรถ พบมีปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท หรือปุ๋ยยูเรีย ลูกเหล็กลูกปราย และหัวนอตน้ำหนัก 40 กิโลกรัม ระเบิดมีรัศมีทำลายล้าง 60-100 เมตร เป้าหมายสร้างสถานการณ์หรือข่มขู่ ลักษณะประกอบระเบิดคล้ายเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะจุดเกิดเหตุห่างเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ 500 เมตร ไม่น่าทำอันตรายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ซึ่งวิธีการประกอบระเบิดเหมือนที่พบระเบิดที่สำนักงานอัยการสูงสุดและศาลอาญา

สืบประวัติรถยนต์ปริศนา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ และหมายเลขตัวถังรถพบว่าตรงกันกับที่แจ้งกรมการขนส่งทางบกเอาไว้ โดยเจ้าของรถเป็นหญิงอายุกว่า 50 ปี เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เมื่อตอนปลายเดือน พ.ย.56 นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพรหมวงศาราม (หลวงพ่อเณร) ย่านดินแดง ส่วนข้อมูลรถยนต์ที่นำไปทำคาร์บอมบ์นั้น พบว่ายังติดหนี้ไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง โดยญาติเจ้าของรถยนต์ที่เสียชีวิตให้การกับชุดสืบสวนว่า หลังงานเผาศพได้ 4-5 วัน ได้นำรถไปขายให้กับผู้ที่รับซื้อรถ มือสองรายหนึ่งย่านสุทธิสาร ในราคา 1.2 หมื่นบาท เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายงานศพและแบ่งให้ลูกผู้ตาย จึงเชื่อว่าญาติเจ้าของรถไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว แต่ขณะนี้กำลังตรวจสอบหาผู้ครอบครองรถมือต่อไป รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป

จี้ดับไฟแต่ต้นลมหวั่นผุดอีก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่พัฒนาไปถึงขั้นการใช้คาร์บอมบ์ ใกล้พื้นที่ชุมนุมแจ้งวัฒนะ ว่าเป็นการพัฒนาจากอาวุธเบาไปสู่อาวุธหนัก อาวุธสงคราม กระทั่งถึงคาร์บอมบ์ ล้วนแต่มุ่งเป้าต่อผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล องค์กรศาล และองค์กรอิสระที่กำลังพิจารณาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศให้เสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ จึงขอเรียกร้องนายกฯอย่าละเลย เพราะเมื่อมีคาร์บอมบ์ ที่แจ้งวัฒนะได้ ก็อาจจะมีในพื้นที่อื่นใน กทม. หรือจังหวัดอื่น หากไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลมก็จะมีความรุนแรงมากขึ้น

ผบ.ตร.ย้ำทั่ว ปท.เฝ้าระวังเหตุ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ อาจจะส่งผลให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีฉวยโอกาสก่อเหตุแทรกซ้อนสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความรุนแรงต่อบุคคลหรือสถานที่ โดยเฉพาะสถานที่เชิงสัญลักษณ์ จึงมีคำสั่งให้เพิ่มความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ ตั้งด่านตรวจค้นรอบพื้นที่เสี่ยงเพื่อคัดกรอง ตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกับตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่ในรัศมี 400 เมตร ป้องกันการใช้อาวุธวิถีโค้ง และตรวจสอบความพร้อมของกล้องวงจรปิดในสถานที่เป้าหมาย ปรับมุมกล้องให้สามารถบันทึกภาพได้ชัดเจน อีกทั้งเพิ่มมาตรการเชิงรุกด้านการข่าวเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรง

เตรียมพร้อมชุดเก็บกู้ระเบิด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกัน พล.ต.ต. ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งการ ด่วนที่สุด ให้ ผบช.น. ภ.1-9 และ ศชต. กำชับผบก.น. และ ผบก.ภ.จ. ให้กวดขันหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง เพิ่มความเข้มในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. ศาล และองค์กรอิสระอื่นๆ รวมทั้งบ้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้พิพากษา พร้อมกับติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดที่อาจสร้างสถานการณ์รุนแรงแทรกซ้อน พร้อมกับให้ ผบช.สกบ. และ ตชด. เตรียมชุดตรวจพิสูจน์เก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด มอบหมายผู้รับผิดชอบและกำหนดช่องทางการติดต่อประสานงานกับ บก.น. และ ภ.จ.อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปฏิบัติได้ทันทีเมื่อได้รับการประสานหรือได้รับคำสั่ง ให้ ผบช.สพฐ.ตร.จัดเตรียมชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติได้ทันที โดยรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร.ทราบ ผ่าน ศปก.ตร.

ผวจ.เชียงใหม่สั่งเข้มทั้งจังหวัด

ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยกรณีคนร้ายลอบปาระเบิด 3 จุดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกันว่า หลังเกิดเหตุนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ได้กำชับให้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษ อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมาก นอกจากนั้น ยังได้กำชับนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.อปพร. และอาสาสมัครหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตลอด 24 ชม.

“พุทธอิสระ” เลื่อนนัดคดีหมิ่น  ผบก.

ที่ สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ นายพายัพ เฮ้าประมงค์ ทนายความได้รับมอบอำนาจจากพระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือหลวงปู่พุทธอิสระ เข้าพบ พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อขอเลื่อนนัดสอบปากคำ โดยขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการต่อต้านรัฐบาลทุจริต โดยขอเลื่อนนัดออกไปโดยไม่มีกำหนด ทั้งนี้พระสุวิทย์ถูกออกหมายเรียกให้มาพบ พงส.สภ.เมือง นนทบุรี ในวันที่ 23 มี.ค. คดีที่ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ได้แจ้งความดำเนินคดีกับหลวงปู่พุทธอิสระ ข้อหาหมิ่นประมาทกรณีให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า พล.ต.ต.ธนายุตม์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและสนับสนุนโกตี๋ ให้มาก่อเหตุยิงปะทะกับกลุ่ม กปปส.ที่แยกหลักสี่

กปปส.ปูดชายชุดดำฝังตัวทั่วกรุง

ที่สวนลุมพินี เมื่อเวลา 15.15 น. วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ กปปส.คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะให้มีปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนมี 3 ทางเลือกคือ 1.อยู่เฉยๆ 2.เป็นข้ารับใช้ระบอบทักษิณ โดยมีสัญญาณความรุนแรงที่จะทวีคูณและขยายวงกว้าง มีการโจมตีแกนนำ บุคคลสำคัญ และสถานที่ชุมนุม และมีความพยายามส่องสุมกำลัง เช่น กรณีชายชุดดำใน กทม. ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์และห้องพักกว่า 40 จุดทั่ว กทม. โดยใช้ทุนจากธุรกิจมืดมาเคลื่อนไหว และ 3.ขอ
ให้ออกมาร่วมกันสู้

ระดมการ์ดนับพันคุมเดิน

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ในวันที่ 24 มี.ค.57 เวลา 10.00 น. จะเริ่มเดินรณรงค์ โดยใช้เส้นทางประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งจะเริ่มเดินออกจากสวนลุมพินี มุ่งหน้าถนนพระราม 4 ตรงไปเส้นทางหัวลำโพง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุรวงศ์ ต่อไปยังถนนมเหสักข์ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีลม และมุ่งหน้ากลับเข้าสวนลุมพินี โดยจะรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยชุดรักษาความปลอดภัยราว 1 พันคน พร้อมชุดลาดตระเวน ก่อนเดินขบวนและขณะเดินขบวน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าตลอดการเดินเราได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้อย่างเข้มงวด

ปชป.ชี้ 4 สัญญาณเพิ่มดีกรีรุนแรง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณความรุนแรงและความเผชิญหน้ามากขึ้นตามลำดับ จาก 4 ปัจจัย คือ การข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ  และ ป.ป.ช.หนักหน่วงมากขึ้น เป็นความรุนแรงที่เกิดจากการตรวจสอบรัฐบาล 2.ความรุนแรงในลักษณะก่อให้เกิดความเกลียดชัง คู่กับการปลุกระดมและดิสเครดิตองค์กรอิสระและศาล ทั้งบนดินและใต้ดิน และในโลกโซเชียล– มีเดีย 3. มีการประกาศสะสมอาวุธสู้กับทหาร ใช้คำพูดแฝงนัยยะทั้งการจะยืมเงินธนาคาร บุกปั๊มน้ำมัน ยึดรถประชาชนที่ติดธงชาติ หลังจากองค์กรอิสระตัดสินคดีที่ส่งผลกระทบต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์จนทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ 4.การนัดรวมพลครั้งใหญ่ของคนเสื้อแดงที่อาจบุกเข้า กทม. ซึ่ง กปปส.ชุมนุมอยู่ที่สวนลุมพินีและจะเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 29 มี.ค.อีกครั้งเช่นกัน ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองมีแนวโน้มมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้รัฐบาลออกมาระงับยับยั้งไม่ให้ส่งสัญญาณที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในบ้านเมือง โดยเฉพาะนายกฯและตำรวจต้องทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

ปลุกแต่งดำต้าน “เทือก” ชุมนุมใหญ่

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศเชิญชวนคน กทม.ให้มาร่วมในการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลวันที่ 29 มี.ค.ว่า ถือเป็นอันธพาลการเมืองที่ลุอำนาจชักชวนประชาชนมาไล่รัฐบาล ทั้งที่เพิ่งสร้างความเสียหายในการเลือกตั้ง เป็นการทำผิดซ้ำซาก ไม่เคารพประชาชน ดังนั้นขอให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมในวันที่ 29 มี.ค.ขอให้แต่งชุดดำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ไปจนกว่าจะเลิกขัดขวางการเลือกตั้ง เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายสุเทพ และไม่ต้องการให้มีนายกฯมาตรา 7

ปัด “ทักษิณ” สั่งปล้นแบงก์โหมไฟ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งให้สร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยให้มีการปล้นธนาคารสร้างความรุนแรงนั้น ได้สอบถามคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงหวังใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณจะให้ทนายความฟ้องสื่อที่กล่าวหาจะใช้ความรุนแรงและให้ประชาชนปล้นธนาคาร เพื่อสร้างความรุนแรง ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณเน้นสันติวิธี รักประชาธิปไตย ขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวที่เป็นการราดน้ำมันใส่กองเพลิง นำ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นเหยื่อ เพื่อให้เกิดความขัดแย้งหนักขึ้น

จับตาการเมืองระอุ 29 มี.ค.

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 29 มี.ค. เป็นแผนการร่วมกัน หลังจากสองคู่หูดูโอจากพรรคประชาธิปัตย์คือ นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาพบกัน เพื่อพยายามเปลี่ยนหมวกตัวเองจากหัวหน้าพรรคไปเป็นนายกฯคนกลาง เป้าหมายการระดมพลครั้งนี้เป็นการวางแผนให้เกิดการปะทะเหมือนที่นายสุเทพพยายามประกาศท้า นปช.มาตลอด ขอให้จับตานายสุเทพ นายอภิสิทธิ์ ทหาร และกองกำลังไม่ทราบฝ่ายให้ดีที่จะเคลื่อนไหวรุนแรงตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.

คนเสื้อขาวจุดเทียนดับทุกข์

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สนามหลวง ฝั่งทิศใต้ (วัดพระแก้ว) ได้มีกลุ่มมวลชนสวมเสื้อขาวในนามกลุ่มมายฟรีดอม ประมาณ 200 คน นำโดยนางชัญญา ชำนาญกุล ร่วมจัดกิจกรรม “เดินจุดเทียน ดับทุกข์แผ่นดิน” เพื่อเรียกร้องให้สังคมไทยยุติความขัดแย้ง และกลับมารักสามัคคีกันเหมือนในอดีต พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์ 19 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ แผ่เมตตา และทำสมาธิอธิษฐานจิต เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ภายหลังเสร็จพิธีสงฆ์ กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ปราศรัยวิพากษ์ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำวินิจฉัยให้ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะว่า เป็นการวินิจฉัยที่ไม่เคารพเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศที่มีกว่า 20 ล้านเสียง พร้อมกับเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม กปปส.ยุติการขัดขวางการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

“มาร์ค–เทือก” โดนอีกสลายแดง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการสั่งสลายการชุมนุมของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บปี 2553 ว่า วันที่ 24 มี.ค.เวลา 10.00 น. มอบหมายให้ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รอง ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคดีเอสไอ นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ และพยานหลักฐาน กรณีนายชาติชาย ซาเหลา เสียชีวิตบริเวณถนนพระราม 4 ไปส่งให้กับอธิบดีอัยการ ที่สำนักงานคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก เพื่อสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฝ่ายความมั่นคง และ ผอ.ศอฉ. ข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลอีกหนึ่งคดี หลังศาลมีคำสั่งในคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพว่า ถูกกระสุนจากแนวด่านแข็งแรงของเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิต

ชงอัยการรวมข้อหา 6 ศพวัดปทุมฯ

อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้ได้มอบให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษดีเอสไอ นำสำนวนคดีการเสียชีวิต 6 ศพ บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ในวันกระชับพื้นที่กลุ่มเสื้อแดง ส่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ในข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลต่ออัยการอีกคดี หลังศาลมีคำสั่งในคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตถูกกระสุนจากแนวเจ้าพนัก– งานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ หลังตนได้อนุมัติสรุปสำนวนสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ ส่วนจะมีการรวมสำนวนกับคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณและการบาดเจ็บของนายสมร ไหมทอง ในเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 ซึ่งดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพไปก่อนหน้านี้ในข้อกล่าวหาเดียวกันหรือไม่  จะเป็นหน้าที่ของอัยการในการพิจารณาต่อไป

“เทือก” ขึ้นเวทีโต้แกนนำแดง

ต่อมาเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวตอบโต้กรณีแกนนำ นปช.และผู้บริหารพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์ปลุกปั่นประชาชน โดยตำหนิศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมระบุว่ามีกลุ่มอำมาตย์กลุ่ม กปปส.โดยเลือกผู้ชุมนุมเพียง 2 พันคน ว่า เฉพาะการ์ดก็ 2.2 พันคน เข้าไปแล้ว และไม่มีอำมาตย์ มีแต่ประชาชนบริสุทธิ์ การเลือกตั้งวันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย วันนี้จึงมีหลายล้านคนที่ต้องการปฏิรูป ขอให้รอเปิดทีวีดู วันเสาร์ที่ 29 มี.ค. ที่จะเดินขบวนกันว่าจะมีคนมากันขนาดไหน ส่วนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่ต้องโมฆะก็เพราะมวลมหาประชาชนไม่ยอมให้ทุจริตเลือกตั้งเข้ามาโกงกินอีก จึงอย่าพูดเอาแต่ได้ มอมเมาประชาชน โดยเฉพาะมาตรา 108 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ตอนท้ายระบุชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร อีกทั้งกล่าวหา กกต.ว่าเป็นพวกเดียวกับ กปปส. ทั้งที่ไม่เคยพบปะกันเลย เช่นเดียวกับหาว่าศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.หาว่าเป็นพวกเดียวกับ กปปส.

ยืนยันมุ่งหน้าปฏิรูปทั้งระบบ

นายสุเทพกล่าวว่า  ส่วนที่บอกว่าตนยุยงให้คนเกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าตลอด 5 เดือนที่ชุมนุม ตนพูดความจริง ไม่เคยโกหก แต่ที่ประชาชนไม่สามารถทนกับระบอบทักษิณได้ต่างหาก ส่วนที่บอกว่าหากไม่ใช่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ บ้านเมืองจะไม่สงบสุข นั่นเป็นคำขู่หรือไม่ การเลือกตั้งเข้ามาบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่  เวที นปช.บอกว่าจะออกมาโดยปราศจากอาวุธ แต่ตนรู้จักพวกนี้ตั้งแต่ตนเป็นรองนายกฯแล้ว  เพราะมีกองกำลังครบ เผาบ้านเผาเมืองเพื่อคนคนเดียว เราจึงต้องยึดเอาอำนาจของเรากลับมา เราต้องปฏิรูปเพื่อกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน  ปฏิรูปข้าราชการก็เลื่อนขั้นเพื่อความเป็นธรรม ปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชนไม่ใช่ระบอบทักษิณ พร้อมกับแก้ทุจริตคอร์รัปชันให้ได้ ไม่มีกฎหมายล้างผิด พร้อมกับแก้ปัญหาคนจนอย่างจริงจัง  เพื่อไม่ให้พวกเขามาหากินกับนโยบายประชานิยม

24 มี.ค. 2557 07:18 24 มี.ค. 2557 07:18 ไทยรัฐ