วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธุรกิจท่องเที่ยวช้ำ! เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ยังมีระเบิดรายวัน!

จับตาภาคธุรกิจท่องเที่ยว หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฟื้นตัวได้หรือไม่? หากยังมีระเบิดรายวัน!!!!!

โดยปกติแล้วตลาดหุ้นค่อนข้างที่จะอ่อนไหวง่ายต่อสถานการณ์ทางการเมือง  ทันทีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  ดัชนีตลาดหุ้นปิดการซื้อขายในช่วงเย็นจึงดีดตัวขึ้นกว่า 6 จุด  สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดหุ้นตอบรับสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายลง
ในขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไม่สามารถตอบสนองการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ได้เร็วเท่าตลาดหุ้น  ในระยะสั้น จึงยังไม่ชัดเจนว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะฟื้นคืนกลับมาหลังจากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จริง หรือไม่

จากตัวเลขของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา  ในเดือนธันวาคม 2556 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีจํานวน 2,598,015 คน เพิ่มขึ้น 162,549 คน หรือคิดเป็น 6.67% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขยายตัวต่ําที่สุดในรอบปี  ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ เช่น ฮ่องกง ,จีน,ไต้หวัน และญี่ปุ่น ที่ปกตินิยมท่องเที่ยวในกรุงเทพ

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวในไทยตลอดทั้งปี จำนวน 26,735,583 คน ขยายตัว19.60% เม่ือเทียบกับปีก่อนหน้า จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วง มกราคม – กันยายน ที่ขยายตัวถึง 23% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 93%

นางปิยะมาน  เตชะไพบูลย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถือว่า เป็นเรื่องตีต่อธุรกิจท่องเที่ยว  แต่ส่งผลดีเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น  เพราะแม้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะยกเลิก แต่การชุมนุมทางการเมือง และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองยังคงมีอยู่  ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดในการฟื้นภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้กลับคืนมา คือร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ยุติปัญหาที่เกิดขึ้นและเดินหน้าฟื้นความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับคืนมาขยายตัวได้ด้วยเลข 2 หลักเหมือนเดิม

"เอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมานานแล้ว พร้อมๆ กับการเรียกร้องให้รัฐบาลงดต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อครบกำหนดประกาศใช้ แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ไม่ได้รับการตอบสนอง จนกระทั่งสถานการณ์บานปลาย  การชุมนุมมีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต  ทำให้ต่างชาติยกระดับการเตือนพลเมืองในการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย  ภาคท่องเที่ยวจึงได้รับผลกระทบในที่สุด  มีอีกหลายมาตรการที่ไม่ใช่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งภาครัฐสามารถนำมาใช้ในการควบคุมกำกับดูแลการชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย  เกิดความปลอดภัย  และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ  ซึ่งหากสามารถทำได้ตามที่ภาคเอกชนได้เคยเสนอแนะ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจก็แทบไม่มีเลย"

ในขณะที่ นางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภาพในประเทศ   และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีเบนน์ แทรเวิล เซอร์วิส กล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้น หรือไม่  ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ในการประเมินผลกระทบจากยอดจองที่พัก และยอดจองทัวร์ของนักท่องเที่ยว โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบเอเชีย จะตัดสินใจท่องเที่ยวไทยได้ง่ายกว่านักท่องเที่ยวจากแถบยุโรป ที่ต้องใช้เวลาในการวางแผนการเดินทาง

โดยส่วนตัวมีมุมมองต่อการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่ 2 แนวทาง ประการแรก เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวในไทย  เนื่องจากในแง่ของบริษัทประกันภัยจะไม่รับประกันหรือไม่คุ้มครองกรณีเกิดเหตุใดๆ ต่อผู้ทำประกัน หากเกิดเหตุขณะเดินทางไปยังประเทศที่เคยประกาศใช้พ.ร.ก..ฉุกเฉินฯ เพราะถือว่าการทำประกันนั้นๆ ผิดกฎหมาย

ส่วนอีกมุมมองหนึ่ง การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นความพยายามในการนำกฎหมายเข้ามาระงับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น  และเมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันจะยังคงมีอยู่หรือไม่? ดังนั้น  ภาคปฏิบัติต้องทำให้ได้จริงๆ ไม่ใช่ยกเลิกแล้วแต่ยังมีเหตุรุนแรงอยู่ก็เท่ากับว่าการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่มีผลต่อภาคธุรกิจ  โดยเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหาทางแก้ปัญหา เพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด  เพื่อภาพลักษณ์ของประเทศ

นางสาวมัยรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่มีผลต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวดูที่การปฏิบัติมากกว่าว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือไม่  หากยกเลิกแล้วยังเกิดเหตุระเบิดรายวัน ภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็ไม่ฟื้น  ในทางตรงกันข้าม อาจทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทย หรืออาจถึงขั้นร้ายแรงที่สุดคือยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไทย และหันไปเที่ยวประเทศอื่นแทน"

 

จับตาภาคธุรกิจท่องเที่ยว หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฟื้นตัวได้หรือไม่? หากยังมีระเบิดรายวัน!!!!! 24 มี.ค. 2557 05:21 24 มี.ค. 2557 06:22 ไทยรัฐ