วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่ตั้งแบงก์สยามกัมมาจลฯ

“รายงานวันจันทร์”-บูรณะตึกแถวโบราณสมัยรัชกาลที่ 5

จากตึกแถว 2 ชั้น อายุกว่า 100 ปี ริมถนนบ้านหม้อ ที่ดูเก่าทรุดโทรมไร้ระเบียบไม่น่ามอง บัดนี้ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เจ้าของสถานที่ได้บูรณะปรับปรุงใหม่ให้อาคารเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ยาวนานขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมและเอกลักษณ์ของเดิมไว้เกือบทั้งหมด

เนื่องจากตึกแถวเหล่านี้มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังเรียนรู้และศึกษาต่อในภายภาคหน้า ประวัติของตึกแถวแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร คุณนงนุช อิ่มอารมณ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานอนุรักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มาชี้แจงรายละเอียดกับ “รายงานวันจันทร์”

--------------------------------------

ถาม...ตึกแถวย่านนี้มีความเป็นมาอย่างไร

นงนุช...ปี 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระคลังข้างที่สร้างตึกแถวริม ถนนบ้านหม้อเชื่อมถนนจักรเพชร ประมาณ 40 คูหา วางขนาน ถนนบ้านหม้อและถนนจักรเพชร ปลายสุดของอาคารชุดนี้ด้านหน้า ถนนบ้านหม้อ เป็นที่ตั้ง บุคคลัภย์ (Book Club) ต่อมาเปลี่ยนเป็น บริษัท แบงก์สยามกัมมาจลทุน จำกัด ธนาคารแห่งแรกของไทย จากนั้นปี 2451 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกแถวขึ้นอีกชุดหนึ่ง 12 คูหา ด้าน ถนนจักรเพชร โดยมีลักษณะเดียวกับอาคารชุดแรก

ต่อมาปี 2472 มีการขยายถนนจักรเพชร เพื่อเตรียมก่อสร้างสะพาน พระพุทธยอดฟ้า จึงรื้ออาคารชุดที่ 2 จำนวน 9 คูหา หลังจากนั้นโรงเรียนสวนกุหลาบขอแลกที่ดินบริเวณถนนจักรเพชรเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อปรับทางเข้าจึงรื้ออาคารชุดที่ 2 ส่วนที่เหลือ และอาคารชุดที่ 1 อีก 1 คูหา

ลักษณะของอาคาร เป็นตึกแถว 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน หลังคากระเบื้องว่าว ทรงปั้นหยา อาคารส่วนล่างเป็นส่วนใช้สอย ค้าขาย ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย บานหน้าต่างลูกฟักประดับด้วยปูนปั้นเป็นกรอบเหมือนกันทุกช่อง ส่วนห้องแรกมีกระบัง หน้าอาคารที่ชั้น 2 เป็นซุ้มประตูโค้งขนาบด้วยลายก้นหอย 2 ข้าง เสาประตูซุ้มภายในจะเป็นรูปปูนปั้นรูปแจกัน ผนังอาคารฉาบปูน เซาะร่องเลียนแบบการก่ออิฐ

ถาม...สภาพอาคารทรุดโทรมเสียหายมากน้อยแค่ไหน และต้องปรับปรุงอะไรบ้าง

นงนุช...เนื่องจากอาคารมีการใช้งานมายาวนานกว่า 100 ปี เดิมมาตรการในการบำรุงรักษาอาคาร สำนักงานทรัพย์สินฯ จะมีข้อตกลงกับผู้เช่าว่า หากผู้เช่า จะซ่อมอาคาร ต้องมาแจ้งขออนุญาตและผู้เช่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ต่อมาปี 2554 ฝ่ายบริหารงานอนุรักษ์ ได้คำนึงถึงความเสียหายและความเดือดร้อนของผู้เช่าอาคารโบราณในบริเวณนี้ ที่มีปัญหาทรุดโทรมของโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา น้ำเสียที่เกิดจากอาคารข้างเคียง ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ขึ้นด้านหน้า หลังอาคาร มีรากชอนไชเข้าในอาคารส่วนหลังทำให้อาคารเสียหายหลายคูหา จึงได้เสนอผู้บริหารและได้รับอนุญาตให้ทำการบูรณะอาคารโบราณ ในส่วนที่ยังคงสภาพเดิมอยู่จำนวน 18 คูหา โดยประชุมชี้แจงกับผู้เช่าหลังปรับปรุงเสร็จยังคงให้สิทธิการเช่าเหมือนเดิม การปรับปรุงมีการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคใหม่ รื้อถอนส่วนต่อเติมอาคารออกทั้งหมดและปรับปรุงฟื้นฟูให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิม รวมทั้งยกพื้นอาคารให้สูงป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย

ถาม...ค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมเท่าไหร่ และใครเป็นผู้รับผิดชอบ

นงนุช...ค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคาร เป็นเงินประมาณ 54 ล้านบาท ใช้เวลาปรับปรุง 2 ปีโดยสำนักงานทรัพย์สินฯ รับผิดชอบร้อยละ 75 อีกร้อยละ 25 ผู้เช่ารับผิดชอบ ระหว่างการปรับปรุงจะไม่คิดค่าเช่า รวมถึงช่วยเหลือเงินค่าเช่าบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจำนวนคูหาละ 2,500 บาท ค่าขนย้ายคูหาละ 20,000 บาท ทั้งนี้เงินช่วยค่าปรับปรุงที่ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบนั้น ผู้เช่าจะจ่ายเมื่อทำสัญญาเช่าใหม่ และหากไม่สามารถจ่ายทั้งหมดได้ สามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ย จำนวน 36 งวด และหากไม่สามารถจ่ายได้ก็ยินยอมให้จ่ายได้ 72 งวด โดยคิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR-2 และคงค่าเช่าเดิม 3 ปี ถึงจะมีการปรับอัตราเพิ่มตามพื้นที่ใหม่

อาคารเหล่านี้หลังจากปรับปรุงแล้วเสร็จจะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นอีกนับ 100 ปีทีเดียว!!!

จากตึกแถว 2 ชั้น อายุกว่า 100 ปี ริมถนนบ้านหม้อ ที่ดูเก่าทรุดโทรมไร้ระเบียบไม่น่ามอง บัดนี้ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เจ้าของสถานที่ได้บูรณะปรับปรุงใหม่ให้อาคารเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ยาวนานขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมและเอกลักษณ์ของเดิมไว้เกือบทั้งหมด 24 มี.ค. 2557 02:10 24 มี.ค. 2557 02:18 ไทยรัฐ