วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกครั้งกับซาก'เลียงผา' เมื่อความเจริญคุกคามผืนป่า

แล้วก็เกิดเหตุสลดขึ้นอีกจนได้เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช.สระบุรีไปพบซากลูกเลียงผาตายเพิ่มอีก 1 ตัวบนเขาหินปูนเขตติดต่อ.มวกเหล็ก-แก่งคอย.สระบุรีเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งสาเหตุการตายของลูกเลียงผาตัวนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าตายเพราะสาเหตุใดถูกล่าหรืออดอาหารตายสาเหตุคงต้องรอการตรวจสอบต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่ยืนยันและตอกย้ำว่าในบริเวณเทือกเขาหินปูนจ.สระบุรีเป็นถิ่นอาศัยของเลียงผาซึ่งมีอยู่จำนวนมากขณะเดียวกันสถานการณ์การล่าเลียงผาก็มีมากขึ้นเช่นกันเมื่อวัดได้จากสถิติการจับกุมและการทำร้ายเลียงผาตามที่มีข่าวออกมานั้น

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะคืนกำไรให้กับธรรมชาติ !??

ย้อนไปดูกรณีพบซากลูกเลียงผานอนตายกลางป่าเขาหินปูนเริ่มเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 21 มี.. 57 ชุดทำงานของนายเบ็งจะตรีสารหัวหน้าปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าสวนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สระบุรีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าสระบุรี 1 (ท่ามะปราง) ขึ้นสำรวจบนเขาบ้านผาแดงหมู่ที่ 13 .มวกเหล็กอ.มวกเหล็กจ.สระบุรี  ตามรอยเลียงผากระทั่งไปพบซากลูกเลียงผานอนตายที่บนหน้าผาบ้านผาแดงจึงนำซากลงมาตรวจพิสูจน์


กล่าวถึงลูกเลียงผาตัวนี้อายุประมาณ 6 เดือนสูงประมาณ 57 ซม. ยาวประมาณ 75 ซม. ยังไม่ทราบเพศนอนตายในสภาพนอนตะแคงโดยคาดว่าตายมาแล้วประมาณ 1 เดือนเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใดจากนั้นจึงนำซากลูกเลียงผาไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.มวกเหล็ก.สระบุรีก่อนส่งต่อที่หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาตร์ด้านสัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพิสูจน์หาสาเหตุให้แน่ชัดต่อไป

ถึงแม้ว่าการเจอซากเลียงผาครั้งนี้อาจยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่าถูกล่าหรือขาดอาหารตายแต่ทว่าก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่าในพื้นที่นี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเลียงผาดังนั้นเรื่องนี้นายเบ็งจะตรีสารหัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงเดินหน้าออกสำรวจถิ่นอาศัยของเลียงผาในพื้นที่เขาหินปูนจ.สระบุรีเพื่อนำข้อมูลไปออกกฎหมายเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่กำลังเร่งทำอยู่ในตอนนี้


และหากออกกฎหมายเสร็จสิ้นเมื่อไหร่

ผลกระทบอาจเกิดขึ้นกับโรงปูน-โรงโม่ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมเมื่อนั้น!??

"ตอนนี้การลงพื้นที่ของเราคืบหน้าไปมากก่อนหน้านี้เราพยายามขอประกาศเป็นเขตห้ามล่าฯแต่ติดปัญหาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณสัตว์ป่าที่ยังไม่นิ่งรวมถึงการออกค้นหาเลียงผาที่ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนดังนั้นตั้งแต่เราเจอลุกเลียงผาที่หลุดออกมาจากป่าเมื่อไม่นานมานี้รวมทั้งการเจอซากเลียงผาตัวล่าสุดย่อมชี้ให้เห็นว่าตรงนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจริงๆจึงจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้โดยการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า" นายเบ็งจะกล่าวทิ้งท้าย


กล่าวถึงสถานการณ์ล่าเลียงผานอกจากการที่ป่าไม้อันเป็นที่พำนักถูกทำลายแล้วเลียงผายังถูกไล่ล่าเพราะถูกเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ใช้น้ำลายในการรักษาบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บจากการพลัดตกเขาหรือบาดแผลจากการถูกยิงหรือใช้น้ำลายในการสมานกระดูกที่หักได้ซึ่งเรื่องนี้มีการพิสูจน์แล้วไม่พบว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด

มิหนำซ้ำน้ำลายเลียงผาอาจมีเชื้อโรคทำอันตรายให้คนได้!??

พรานบางคนล่าเพื่อเอาน้ำมันเลียงผาไปใช้ในการรักษาบาดแผลและสมานกระดูกตามความเชื่อจึงทำให้เลียงผาถูกล่าเป็นจำนวนมากทั้งๆที่น้ำมันเลียงผาที่ว่าเมือนำไปบรรจุขวดจะมีราคาเพียงแค่ขวดละ 10 บาทเท่านั้นนอกจากนี้ยังมีบางพวกเชื่อว่าเลือดเลียงผาเอามาดองเหล้าป่ากินแล้วเป็นการเพิ่มพลัง


สัตว์ชนิดนี้จึงถูกล่าไม่เว้นแต่ละวัน

นอกจากการล่าแล้วการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยและการบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรทำให้หลายพื้นที่ในปัจจุบันเลียงผาถูกไล่ต้อนให้อยู่ตามภูเขาสูงโดยเฉพาะภูเขาหินปูนนอกจากนี้การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยบริเวณชายเขาหินปูนที่เลียงผามักจะลงมาหาน้ำและอาหารในที่ต่ำทำให้พื้นที่หากินลดลงและถูกล่าได้ง่ายขึ้นเป็นปัจจัยทำให้เลียงผาจึงลดจำนวนประชากรลงอย่างมาก

นอกจากนี้การระเบิดภูเขาเพื่อการผลิตปูนซีเมนต์และเพื่อการผลิตหินคลุกก็ยังเป็นการทำลายถิ่นที่อยู่ที่ปลอดภัยของเลียงผาโดยตรงอีกต่างหาก

เมื่อความเจริญรุกล้ำธรรมชาติสัตว์ป่าจึงอยู่ยาก!?!

 

 

 

แล้วก็เกิดเหตุสลดขึ้นอีกจนได้ เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จ.สระบุรี ไปพบซากลูกเลียงผาตายเพิ่มอีก 1 ตัว บนเขาหินปูน เขตติดต่อ อ.มวกเหล็ก-แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสาเหตุการตายของลูกเลียงผาตัวนี้ ยังไม่มีข้อสรุป ว่าตายเพราะสาเหตุใด ถูกล่าหรืออดอาหารตาย สาเหตุคงต้องรอการตรวจสอบต่อไป 23 มี.ค. 2557 17:00 1 เม.ย. 2557 09:50 ไทยรัฐ