วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ครูสอนดำน้ำ'ภูเก็ต ลุกฮือ อ้างโดน ตร.เก็บส่วย

ครูสอนดำน้ำต่างชาติ-ผู้ประกอบ การดำน้ำภูเก็ตนับร้อยเรียกร้อง สมาคมดำน้ำทีดีเอ ออกโรงแก้ปัญหา ถูกตำรวจจับกุมบ่อยเรียกเก็บส่วยรายเดือนแลกไม่จับกุม อ้างทำงานผิดประเภท ทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง บางรายถูกยึดพาสปอร์ต...

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 มี.ค.ที่อาคารสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายรณชัย จินดาพล นายกสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย นายพงษ์สวรรค์ สถาธรรม เลขานุการและทนายความสมาคมดำน้ำฯ ร่วมรับฟังปัญหากรณีกลุ่มผู้ประกอบการ ธุรกิจดำน้ำและครูสอนดำน้ำชาวต่างชาติใน จ.ภูเก็ต กว่า 100 คน รวมตัวให้ข้อมูล หลังถูกตำรวจจับกุมทำงานผิดประเภท ทั้งที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง บางรายถูกเจ้าหน้าที่ยึดหนังสือเดินทางได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเดินทาง ไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบข่มขู่ให้มีการจ่ายเงินรายเดือน เพื่อแลกกับการไม่เข้าจับกุม

นายรณชัย กล่าวว่า เพิ่งรับทราบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการดำน้ำใน จ.ภูเก็ต ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำเรื่องร้องเรียนผ่านมายังสมาคมฯ ผู้ประกอบการยังอยู่อย่างกระจัดกระจาย ไม่มีการรวมตัวกัน จึงเป็นช่องว่างให้กับเจ้าหน้าที่บางรายแสวงหาผลประโยชน์ ทางสมาคมไม่เคยรับทราบเรื่องเหล่านี้มาก่อน ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดมีปัญหาขอให้แจ้งรายละเอียดกับสมาคมโดยตรง และจะรวบรวมเอกสาร-ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นส่งไปยังรอง ผบช.ภ.8 เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและจัดการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกคอก

ด้านนายพงษ์สวรรค์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากมีตำรวจเชิญตัวครูสอนดำน้ำ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 17 คนไปที่ สภ.แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต โดยให้เหตุผลว่าจะขอตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน ทั้งที่ครูสอนดำน้ำเหล่านั้นมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่า ทำงานผิดประเภท ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่บางรายต่อรอง เพื่อจ่ายเงินรายเดือนให้เจ้าหน้าที่แลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดี แต่กลุ่มครูสอนดำน้ำได้ปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 1 ชม.ในการไกล่เกลี่ย จึงปล่อยตัวกลับ จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ต้องมีการประชุม เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนร่วมเสนอปัญหาและร่วมหาทางออกว่าจะทำอย่างไร เบื้องต้นจะประสานไปที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งจะต้องพูดคุยเรื่องใบอนุญาตทำงานกับ ผวจ.และสำนักงานจัดหางาน จ.ภูเก็ต ให้รับทราบปัญหา เพื่อร่วมกันแก้ ทั้งนี้ยังได้เตือนไปยังครูสอนดำน้ำและผู้ประกอบการ หากมีเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบมาเรียกเงินหรือมาตรวจสอบ ขอให้ผู้ประกอบการสอบถามกลับไปยังเจ้าหน้าที่รายนั้นและขอดูบัตร ข้าราชการ-ให้ทำการจดชื่อและตำแหน่งหรือหน่วยงาน จากนั้นให้สอบถามว่าผู้ประกอบการทำผิดในข้อหาอะไร และยังไม่ต้องเซ็นเอกสารใดๆ จนกว่าทนายความของสมาคมฯ จะเดินทางไปถึง หากสามารถถ่ายภาพเอาไว้ได้ยิ่งดี

ขณะที่ นางซามอน ซัคริส ผู้ประกอบการบูลเบบี้ไดฟ์วิ่ง กล่าวว่า ตนได้ประกอบธุรกิจดำน้ำใน จ.ภูเก็ต มาตั้งแต่ปี 2008 และเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.56 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่ร้านและนำตัวไปที่อาคารด้านหลังของ สภ.แห่งหนึ่งพร้อมพนักงานชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน จากนั้นตำรวจได้เรียกเงินจำนวน 20,000 บาท ซึ่งตนและพนักงานถูกกักตัวอยู่ที่ สภ.แห่งนั้นนานถึง 6 ชม.ซึ่งบริษัทของตนนั้นได้ทำถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบการ ใบอนุญาตทำงาน วีซ่า ต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจะมาเรียกเงินจากตนอีก ซึ่งตนได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังสถานทูตประเทศเดนมาร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาตนไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเรียกเงินแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.56 เป็นครั้งแรกและต่อมามีเจ้าหน้าที่รายเดิมได้เข้ามาเรียกร้องให้บริษัทจ่าย เป็นรายเดือน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง.

ครูสอนดำน้ำต่างชาติ-ผู้ประกอบ การดำน้ำภูเก็ตนับร้อยเรียกร้อง สมาคมดำน้ำทีดีเอ ออกโรงแก้ปัญหา ถูกตำรวจจับกุมบ่อยเรียกเก็บส่วยรายเดือนแลกไม่จับกุม อ้างทำงานผิดประเภท ทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง บางรายถูกยึดพาสปอร์ต... 23 มี.ค. 2557 12:51 ไทยรัฐ