วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้ง ส.ว.อย่าทำให้เสียของ

โดย สายล่อฟ้า

การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นอันโมฆะไปเรียบร้อย แต่การเลือกตั้ง ส.ว.ได้เริ่มกระบวนการไปแล้วคือการเลือกตั้ง ล่วงหน้า และจะมีการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 30 มี.ค.57 เพื่อแทนที่ ส.ว.เลือกตั้งที่ครบวาระ 6 ปี จำนวน 77 คน 77 จังหวัด

รัฐธรรมนูญปี 50 ได้กำหนดให้มี ส.ว.จำนวน 150 คน มาจากการเลือกตั้ง 77 คน และมาจากการสรรหา 73 คน

หน้าที่สำคัญหลักๆ ของ ส.ว.นั้นมีอยู่ 3 ส่วน

1. กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินตั้งกระทู้ถามรัฐบาล เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ

2. สรรหา แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบบุคคล เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ คือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. สตง. ป.ป.ช.

3. การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งคือนายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาล ปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด กกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษา ตุลาการ พนักงานอัยการและหัวหน้า ส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า

ถ้ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อกฎหมาย

ในข้อ 3 นั้น ถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญ แต่เนื่องจากจะต้องใช้มติ 3 ต่อ 5 การดำเนินการถอดถอน จึงยังไม่ปรากฏว่าสามารถกระทำได้แม้แต่รายเดียว

ถือว่าเป็น “จุดอ่อน” อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดีรัฐธรรมนูญได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ของวุฒิสภาเอาไว้ในลักษณะให้ความสำคัญมากพอสมควร ก็เพื่อหวังจะให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่การทำงาน เพราะปรากฏชัดเจนว่า ส.ว.บางส่วนซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ที่มักจะเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายบริหาร ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางที่แท้จริง อันไม่ต่าง ไปจาก ส.ว.เลือกตั้งทั้งหมดที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญปี 40

นั่นคือแทนที่จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง มีเหตุมีผลเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตรงกัน ข้ามกับสนองอำนาจให้กับฝ่ายบริหาร

เพราะบรรดา ส.ว.ส่วนใหญ่นั้นมาจากเครือข่ายของพรรคการเมือง จนทำให้เกิดการครอบงำจากรัฐบาลอย่างชัดเจน ทำให้รัฐบาลมีอำนาจอย่างไม่จำกัดตรวจสอบไม่ได้
ถึงขั้นระบุด้วยว่ามีการ “ซื้อตัว” กันด้วย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.จนศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีผลให้ประธานสภาผู้แทนฯ ประธานวุฒิสภา ส.ส. และ ส.ว. 300 กว่าคน ต้องถูกชี้มูลความผิด นั่นก็เพราะมีเจตนา เพื่อให้เกิดการครอบงำทางอำนาจ

หรือพูดง่ายๆว่า เพื่อเสริมอำนาจให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่แม้ว่าจะมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่ยังมุ่งหวังที่จะได้ ส.ว.เลือกตั้งมาเป็นพวกด้วย

ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ว.จำนวน 77 คน จึงมีความสำคัญต่อระบบการเมืองของไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่ประชาชนจะต้องใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ซึ่งนอกจากจะต้องดูปูมประวัติ ความรู้ความสามารถแล้วยังต้องดูด้วยว่ามีความสัมพันธ์ต่อนักการเมือง และพรรคการเมืองหรือไม่

เพราะบรรดาผู้สมัครส่วนใหญ่ จะมีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองในระบบเครือญาติ หากเลือกบุคคลในลักษณะนี้ ก็จะทำให้เกิดปัญหา การเมืองซํ้ารอยเดิม

เป็นหน้าที่สำคัญของประชาชน เพื่อการเมืองที่สร้างสรรค์.


“สายล่อฟ้า”

23 มี.ค. 2557 10:36 23 มี.ค. 2557 10:36 ไทยรัฐ