วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลขที่ออก 6–3 เมืองไทยวังเวงยิ่งขึ้น?

โดย ซูม

และแล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 6 ต่อ 3 ให้การเลือกตั้งเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ

แม้จะเป็นมติที่ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองคาดหมายไว้แล้วว่าจะออกมาแบบนี้ แต่สิ่งที่มิได้คาดไว้และคาดไม่ถึงก็คือ ผลกระทบ หรือปฏิกิริยาที่ตามมาค่อนข้างจะแรงพอสมควร

โดยเฉพาะทางพรรคเพื่อไทยถึงกับออกแถลงการณ์ตอบโต้ยาวเหยียดถึง 6-7 ข้อ...คงจะได้อ่านกันแล้ว

กลุ่มคนเสื้อแดงก็มีการชุมนุมและรวมตัวกันไปลอยอังคารประท้วง องค์กรอิสระถึงที่พัทยา พร้อมกับประกาศเตรียมตัวเคลื่อนไหวเต็มที่

ในขณะที่ฝ่าย กปปส.ถึงกับส่งเสียงเฮลั่น เมื่อโฆษกบนเวทีนำข่าวขึ้นไปประกาศหลังศาลลงมติ 6-3 และต่อมาในค่ำวันเดียวกัน คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ยังยืนยันว่า หากมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ก็ยังจะเดินหน้าคัดค้านต่อไปเหมือนเดิม และอาจจะหนักกว่าเดิมด้วยซํ้า

เพราะจะต้องมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งตามที่ประกาศไว้ ต่อมวลมหาประชาชน ดังนั้นการคัดค้านจะมีต่อไป

จากประเด็นใหญ่ๆที่ผมสรุปมานี้ก็คงจะชี้ให้เห็นแล้วว่า เหตุการณ์บ้านเมืองคงจะยุ่งเหยิงต่อไปแน่ๆ

เนื่องจากจุดยืนของทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นคู่ปรปักษ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังเหมือนเดิมทุกประการ

ฝ่ายหนึ่งต้องการให้เลือกตั้งทันทีและจัดเลือกตั้งต่อไป แม้ทางพรรคเพื่อไทยจะโกรธ แต่ฟังเสียงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านก็ยังอยากให้มีการเลือกตั้งและยังหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมาร่วมด้วย

ในขณะที่ฝ่าย กปปส.ไม่เอาเลือกตั้งแน่นอน ต้องปฏิรูปก่อน ซึ่งก็แปลว่า ต้องมีรัฐบาลคนกลางมาบริหารประเทศชั่วคราวระหว่างปฏิรูป

ตอนแรกๆผมยังเคยคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญออกอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน มาเลือกตั้งกันเสียใหม่เลย มาให้ครบทุกพรรค ให้ประชาชนตัดสิน...จะได้ปลดล็อกการติดหล่มคราวที่แล้วด้วย

ถ้าหากการเลือกตั้งใหม่จะช่วยปลดล็อกประเทศได้จริง เสียเงินอีกสัก 3 พัน 4 พันล้านบาท ก็ถือว่าคุ้ม ดีกว่าปล่อยให้ค้างคาต่อไป

ซึ่งจะเสียหายทางเศรษฐกิจอีกเป็นแสนๆล้าน

แต่พอฟังอย่างนี้แล้ว เลือกตั้งใหม่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะยังจะ ถูกคัดค้านต่อไป และก็คงจะเลือกไม่ได้ครบทุกจังหวัดอยู่ดี และก็คงจะ เป็นโมฆะอีกจนได้ หย่อนลงไปอีก 3-4 พันล้าน ก็จะสูญเปล่าเช่นเคย

แต่ครั้นจะไม่เลือกตั้ง ก็ต้องกลับไปสู่วิธีอื่นๆสำหรับการจัดหารัฐบาลใหม่ ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นวิธีที่เสี่ยงต่อการไม่ยอมรับของชาวโลก รวมไปถึงชาวไทยเราเอง ซึ่งก็น่าจะมีไม่น้อยในปัจจุบันนี้

ต่างประเทศไม่รับ แม้จะหนัก เพราะจะโดนบอยคอต โดนแซงชั่น แต่ผมก็ยังไม่หวั่นมากนัก

ที่ผมวิตกและใจหวิวอยู่ลึกๆก็คือ การไม่ยอมรับจากคนไทยด้วยกันนี่แหละครับ เพราะดูท่าทางแล้วจะมีมากและจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรงมากเอาเสียด้วย

เหมือนอย่างที่บทวิเคราะห์การเมืองหน้า 3 ไทยรัฐ ฉบับเมื่อวานพาดหัวไว้ว่า “เลือกตั้งติดหล่ม เลือดท่วมประเทศไทย”

แถมยังยกตัวอย่างในตอนท้ายอีกว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เป็นต้นมา ไม่เคยมีเหตุการณ์ไหนที่จบลงโดยไม่มีการหลั่งเลือด การบาดเจ็บและล้มตาย...เลย

ผมเองเป็นคนมองโลกในแง่ดี และสมัยเด็กๆมักได้รับคำสั่งสอนว่าจะต้องพูดแต่เรื่องดีๆ ใช้ถ้อยคำดีๆ นะลูก อย่าไปพูดอะไรที่มันเป็นลางร้าย เดี๋ยวมันจะเกิดขึ้นจริงๆ

คนหัวอ่อนอย่างผมจึงไม่เคยใช้คำว่า “นองเลือด” “เลือดท่วม” “สงครามกลางเมือง” ฯลฯ ไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนหรือเขียนที่ไหน

แม้วันนี้ผมก็จะไม่ใช้คำนี้ เพราะที่ยกมาเป็นตัวอย่างข้างต้นนี้ก็เป็นคำของเพื่อนๆ ของน้องๆ ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ ที่อย่าหาว่าผมเชียร์กันเองเลย...เก่งและแม่นยำฟันธงถูกมาโดยตลอด

จึงอยากจะกราบขอร้องทุกๆฝ่ายที่เป็นเหตุแห่งปัญหาอีกครั้งหนึ่งว่า อย่าให้เป็นไปอย่างที่น้องพี่ข่าวการเมืองของไทยรัฐเขาพาดหัวเลยครับ

แค่นํ้าท่วม ปี 2554 เราก็เจ็บปวดกันมากพอแล้ว นี่ถ้าเกิดเลือดท่วม ปี 2557 ขึ้นมาอีก จะเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีกกี่ร้อยเท่าหนอ และลงท้ายนํ้าตาจะท่วมประเทศไทย เจิ่งนองเพียงใดหนอ ถ้าคนไทยรบราฆ่ากันเอง.


“ซูม”

23 มี.ค. 2557 10:22 23 มี.ค. 2557 10:22 ไทยรัฐ