วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทะเลาะกัน สักวันจะหมดที่ดินทำกิน

ตระเวนไปในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยเฉพาะเมืองชายทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ที่ดินทำเลสำคัญตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่แปลกใจก็คือ ที่ดินจำนวนไม่น้อย ดูแล้วไม่น่าจะออกโฉนดได้ ก็ออกได้ และกลายเป็นที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ไม่ใช่ที่พักอาศัยประเภทเช่านะครับ แต่เป็นที่พักประเภทชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ

ตามกฎหมาย บริษัทที่จะมีสถานะเป็นบริษัทไทย จะต้องมีคนไทยถือหุ้นอยู่ 51% ขึ้นไป ส่วนชาวต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ส่วนตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ห้ามมิให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านหรือที่ดิน ที่อนุญาตจริงๆ ก็คือชาวต่างชาติสามารถจะซื้อคอนโดมิเนียมตาม

พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ที่เราเรียกว่า กฎหมายคอนโดได้

กรณียกเว้นก็คือ ถ้าต่างชาตินำเงินมาลงทุนภายในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท กฎหมายไทยผ่อนปรนให้ซื้อที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ แต่ต้องนำที่ดินแปลงนั้นไปปลูกสร้างบ้านพักอาศัยส่วนตัวเท่านั้น จะนำไปประกอบกิจการอื่นมิได้

ส่วนเรื่องเช่า พระราชบัญญัติเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม พ.ศ.2542 ของกรมที่ดิน เปิดให้ชาวต่างชาติเช่าที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมได้นาน 50 ปี ต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปี

เรื่องการเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย หรือกฎหมายเช่าที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยให้เช่าได้ 30 ปี สำหรับพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติซื้อห้องชุดได้ไม่เกิน 49% ของห้องชุดทั้งหมด

อีกอันหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องก็คือ ระเบียบของกรมที่ดินที่กำหนดให้คู่สมรสของชาวต่างชาติที่เป็นคนไทย สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเงินที่นำมาซื้อเป็นของคนไทยที่ได้จากการทำงานจริงๆ หากเป็นเงินของคนต่างชาติก็ไม่สามารถจะซื้อที่อยู่อาศัยได้

เมื่อก่อน การกว้านซื้อและเช่าที่ดินทำเลท่องเที่ยวในไทย ส่วนใหญ่ทำโดยพวกฝรั่งมังค่า เช่น เยอรมัน รัสเซีย ออสเตรีย ฯลฯ แต่เดี๋ยวนี้มีอีก 2 กลุ่มที่กำลังมาแรงก็คือ พวกตะวันออกกลางและคนจีนและไม่ได้กว้านซื้อหรือเช่าเพื่อทำธุรกิจเฉพาะในเมืองไทยนะครับ ถ้าเป็นพวกตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์

บาห์เรน โอมาน คูเวต ที่เราเรียกว่ากลุ่มจีซีซี พวกนี้จะซื้อหรือเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรทั่วโลก สำหรับในอาเซียน กลุ่มประเทศจีซีซีกำลังทำธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในกัมพูชาและพม่า

ผมและน้องเคยนั่งรถไปกับพ่อซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ทำให้กับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ปฏิบัติงานภาคสนามในพื้นที่เป้าหมายในเชียงราย หลังจากนั้นก็ได้เดินทางสำรวจโอกาสการลงทุนภาคสนามตามเส้นทาง R3A (เชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-คุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียง-เชียงกรีล่า) และเส้นทาง R3B (แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง)

ข้อมูลที่พบส่วนหนึ่งก็คือ การกระดิกพลิกตัวด้านธุรกิจของคนจีนนั้น ไหลมาตามลำน้ำโขง มีทั้งกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่และขนาดกลาง  เป็นนักลงทุนพัฒนาที่ดิน กว้านซื้อและเช่าที่ดินทำบ้านพักอาศัย โรงแรม ทำสวนยางพารา และสวนเกษตรอื่นๆ ปลูกผักเลี้ยงปลาอะไรมีหมด แรกๆ ก็ทำกันในสิบสองปันนาในมณฑลหยุนหนาน ตอนหลังมาที่หลวงน้ำทา มาที่บ่อแก้วและตอนนี้ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในเมืองไทยกันเยอะมากแล้วครับ

พอคนจีนรายใหญ่เข้ามาได้แล้ว ก็ไปตามญาติพี่น้องที่มีกำลังเศรษฐกิจน้อย เข้ามาเป็นลูกจ้างบริษัทของตัวเองเพื่อดูลู่ทาง เวลาผ่านไปเพียงปีสองปี คราวนี้ก็มากันทั้งครอบครัว เพราะทุนน้อยก็จึงต้องมาเป็นผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ค้า ทั้งค้าปลีกและค้าส่งเอาหมด ตอนแรกๆนะครับ ก็อพยพมาเฉพาะคนจีนจากหยุนหนาน ตอนนี้มากันหลายมณฑลแล้วครับ เท่าที่สำรวจ พวกเจ้าของโรงงานมักจะมาจากหูหนาน พวกมาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่วนใหญ่มาจากฉงชิง พวกกลุ่มลงทุนในบริษัทสวนยางพาราก็มาจากหูหนาน

เคยไปเอาข้อมูลผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดห้วยทราย ที่อยู่ตรงข้ามกับเชียงราย พบคนจีนมาจากหูหนาน หยุนหนาน อานฮุย เจ้อเจียง เจียงซี ส่วนพวกที่เข้ามาเลี้ยงปลา ไก่ เป็ด ปลูกผัก อะไรพวกนี้ มาจากหยุนหนาน ฯลฯ เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 ปี จำนวนไม่น้อยเคลื่อนจากห้วยทรายของลาว มาสถิตดำรงคงธุรกิจมั่นในฝั่งไทยได้เรียบร้อย

หลังจากที่พวกเราชาวไทยทะเลาะกันเสร็จ เราก็คงจะได้กลับไปทำงานในที่ดินที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกันนะครับ.


คุณนิติ นวรัตน์

23 มี.ค. 2557 09:19 23 มี.ค. 2557 09:19 ไทยรัฐ