วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอกไม่จาง ควันพิษลอยทั่ว

อุตุฯเตือนภัย เหนืออ่วมอีก มีพายุถล่มซ้ำ

วิกฤติหมอกควันไฟยังโหมกระหน่ำ 6 จังหวัดทางภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจวัดฝุ่นละอองสูงสุดภาครัฐเตรียมรับมือหาทางแก้ไข  ส่งผลกระทบชาวบ้านป่วยเข้ารักษาตัวเป็นจำนวนมาก ขณะที่พายุฤดูร้อนฝนตกกระหน่ำภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก  เครื่องบินลงไม่ได้ต้องเปลี่ยนเส้นทาง กรมอุตุฯเตือนระวังอันตราย

สถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟทางภาคเหนือ ยังคงวิกฤติ ผลการตรวจค่าฝุ่นละอองยังสูงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวเป็นจำนวนมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คพ.ตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองวัดสูงสุดที่สถานี สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 324 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือที่ศาลากลางเชียงใหม่ 282 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.เมืองเชียงราย 270 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อุทยานการเรียนรู้กว๊านพะเยา จ.พะเยา 233 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน 176 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ลำปาง 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเกินค่ามาตรฐานคือ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทั้งสิ้น ดังนั้น คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมเกือบทุกสถานี

นายสุรพล พนัสอำพล ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เตรียมเรียกทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงกรณีที่มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะพุ่งสูงถึง 400 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพื่อหามาตรการยับยั้งลดระดับความรุนแรงลง เพราะ จ.แม่ฮ่องสอน ยังเกิดไฟป่าให้เห็นในพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ขุนยวม อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ทั้งกลางวันและกลางคืน

นพ.ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยจากผลกระทบเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เชียงรายประชานุเคราะห์และโรงพยาบาลอำเภอต่างๆ จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจากโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หอบหืดและโรคตาอักเสบ ขอเตือนประชาชนไม่ควรออกกำลังกายกลางแจ้ง หากออกกำลังกายจะสูดดมฝุ่นละอองเข้าไปมากอาจหายใจไม่ทัน เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่ควรออกนอกบ้าน แนะปิดประตูและหน้าต่างป้องกันฝุ่นละออง งดการสูบบุหรี่ และสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกบ้านป้องกันฝุ่นละอองเข้าปอด

ด้านนายเกียรติศักดิ์ เรียนวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเช้าวันที่ 22 มี.ค. เที่ยวบิน TG 110 บินมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่แล้วลงไม่ได้เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี นักบินได้กลับไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเที่ยวบินจากประเทศมาเลเซียอีก 1 ไฟลท์ ก็ลงไม่ได้ ช่วงบ่ายหมอกควันเริ่มจางลงเนื่องจากมีพายุฝนตกในหลายพื้นที่เครื่องบินกลับมาบินขึ้น-ลงได้ตามปกติแล้ว ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิฝนตกอย่างหนัก ส่งผลให้เครื่องบินลงไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปสนามบินอู่ตะเภาและท่าอากาศยานดอนเมืองจำนวน 7 เที่ยวบิน

ขณะที่นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 22-23 มี.ค. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งมาจากประเทศเวียดนาม ลาว และเข้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งพัดอ้อมปลายแหลมญวน วกอ่าวไทย และหอบเอาความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปะทะกับส่วนแรกเกิดเป็นพายุฤดูร้อนในวันที่ 23 มี.ค. พื้นที่ กทม. จังหวัดทางภาคใต้ตอนบนคือเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จะมีฝนตกเป็นวงกว้างวันหนึ่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี ค่อนข้างจะหนักกว่าพื้นที่อื่น

นายรอยลกล่าวอีกว่า ตรวจสอบพบว่าสัปดาห์หน้าโอกาสที่ประเทศไทย บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีพายุฤดูร้อนเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง โดยจะมีลิ่มความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวเข้ามาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ และจากการตรวจสอบลมแนวดิ่งที่เป็นตัวการให้เกิดลูกเห็บนั้น พบว่าบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง คือ จ.นครราชสีมา และบริเวณ จ.เลย มีโอกาสที่จะเกิดลูกเห็บตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายพื้นที่ใน จ.พิษณุโลก มีพายุฝนฟ้าคะนองตกลงมาครอบคลุมเกือบทั้งจังหวัด โดยในเขต อ.เมืองพิษณุโลก มีฝนตกหนักต่อเนื่องนานประมาณ 1 ชั่วโมง บางแห่งมีลมพัดแรง ขณะที่ ต.ท้อแท้ ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ และบางส่วนของ อ.พรหมพิราม และ อ.ชาติตระการ มีลูกเห็บขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา ได้รายงานความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค. 2557 มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายแล้วทั้งหมด 11 อำเภอ 16 ตำบล 70 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรเสียหายแล้ว 893 หลังคาเรือน มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 4,000 ราย ที่ จ.ร้อยเอ็ด พายุฤดูร้อนลมแรงทำให้ต้นไม้โค่นทับนายทวิช ผลาจิต อายุ 25 ปี เสียชีวิตขณะขี่รถ จยย.บนถนนหลวงชนบท รอ.3013 อ.อาจสามารถไป อ.สุวรรณภูมิ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 14 ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มี.ค. ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี สระบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ นครนายก ปราจีนบุรีและสระแก้ว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

23 มี.ค. 2557 06:03 ไทยรัฐ