วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทือกระดมคน29มี.ค. 'จตุพร'ลั่น เคลื่อนทัพ5เม.ย.

กปปส.เดินขบวน นปช.สู้ครั้งใหญ่ ระทึก‘คาร์บอมบ์’ บึมป่วนเวทีพุทธะ

ระทึกคาร์บอมบ์บึมคาซอยแจ้งวัฒนะ 13 ซุกระเบิดแสวงเครื่อง 3 ลูกใส่ถังแก๊ส-ดับเพลิง ภายในรถเก๋งโตโยต้า ใกล้เวที “พุทธอิสระ”เคราะห์ดีไร้คนเจ็บหรือตาย “อีโอดี” เร่งเก็บกู้ พบเป็นชนิดเดียวกับที่เคยวางป่วนหน้า สนง.อัยการสูงสุด-ศาล ตำรวจมุ่ง 2 ปมโยงการเมือง ด้าน ผบ.ตร.สั่งเพิ่มมาตรการ รปภ.เข้มตุลาการ-องค์กรอิสระ พร้อมเร่งหาข่าวโยงกลุ่มขนอาวุธ ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดงคึกยึดเขาตาโลพัทยาใต้ รวมพลลั่นกลองรบโชว์พลังแดงสามัคคี “จตุพร” วางคิวนัด 24 มี.ค. แต่งดำฮือต้านอำมาตย์ 29 มี.ค. ลุย 3 ภารกิจลับ 5 เม.ย.กดปุ่มเคลื่อนพลใหญ่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยังคงสนธิกำลังตั้งด่านมั่นคงและจุดรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังเกิดเหตุความรุนแรงรายวัน ล่าสุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์ซุกระเบิดแสวงเครื่องในรถโตโยต้าจอดซุ่มซอยแจ้งวัฒนะ 13 ใกล้เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ

ระทึกคาร์บอมบ์ ซ.แจ้งวัฒนะ 13

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ร.ต.ท.ทวี หมื่นรักษ์ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถยนต์ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 13 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สำอาง ขาวสอาด สว.สส. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยลาดยาว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยหน้าบ้านเลขที่ 90 ของ พล.อ.ท.อรุณ ดิสแพทย์ พบไฟกำลังไหม้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1993 นนทบุรี เจ้าหน้าที่ใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง พบว่าด้านท้ายรถมีถังแก๊สบรรจุระเบิดอยู่จึงประสานหน่วยเก็บกู้เข้าตรวจสอบ

ซุกบึม 3 ลูกใส่ถังแก๊ส–ดับเพลิง

ต่อมาเวลา 09.30 น. กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ตรวจสอบพบว่า ภายในรถมีการนำถังดับเพลิง 2 ถัง วางไว้ที่เบาะหลัง ขณะเกิดเพลิงไหม้ได้ระเบิดไปแล้ว และพบลูกปืนรถจยย.ใช้เป็นสะเก็ดระเบิดตกอยู่จำนวนมาก ในกระโปรงหลังยังพบถังแก๊สหุงต้มหนัก 15 กก. ต่อสายชนวนแต่ยังไม่ระเบิดวางอยู่อีก 1 ถัง ได้ใช้เชือกผูกแล้วลากออกมาด้านนอก จากนั้นใช้เครื่องมือตัดถังแก๊สตรวจสอบพบด้านในมีลูกเหล็กและปุ๋ยยูเรียอัดแน่นอยู่เต็มถัง จึงเก็บกู้เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบโดยละเอียด

ชนิดเดียวกับหน้าศาล

พ.ต.อ.กำธร กุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) กล่าวว่า จากการตรวจสอบทั้ง 3 ถังคือถังดับเพลิง 2 และถังแก๊ส 1 เป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกันกับที่เคยวางที่สำนักงานอัยการสูงสุดและสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ส่วนถังแก๊สที่ยังไม่ระเบิดเพราะวงจรไม่ ทำงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถังแก๊สเพื่อตรวจสอบ พบว่าภายในบรรจุปุ๋ยยูเรีย แอมโมเนียไว้เป็นสารสำหรับทำระเบิด หากนำไปก่อเหตุหรือมีการจุดชนวนระเบิดขึ้นจะมีรัศมีการทำลายล้างประมาณ 60-100 เมตร

ด้าน พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาลัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่าเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 1 เดือนก่อนหน้านี้ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการสวมทะเบียนหรือไม่ ซึ่งรถคันนี้ได้มาจอดเมื่อ 5 วันก่อนที่จะ
เกิดเหตุระเบิดขึ้น

ตั้ง 2 ปมโยงการเมือง

พ.ต.ท.สำอาง ขาวสอาด สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า รถคันนี้จอดในซอยมาประมาณ 5 วันก่อนที่จะเกิดเหตุ คนภายในบ้านเป็นคนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ หลังได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในช่วงเช้ามืด เมื่อออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้ และไม่พบเอกสารใดๆเพราะถูกไฟไหม้หมด ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ารถคันดังกล่าวถูกขโมยมาหรือขายโอนต่อให้ใครใช้ก่อเหตุและจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาคนขับรถคันนี้เข้ามาจอด เบื้องต้นพบว่า เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของสถานการณ์ทางการเมือง ตำรวจตั้งประเด็นก่อเหตุไว้ 2 เรื่องคือ 1.คนร้ายอาจจะเตรียมลงมือก่อเหตุจึงนำรถมาจอดรอคำสั่งจะนำรถไปจอดจุดใด หลังปฏิบัติการถูกยกเลิก ต้องระเบิดทำลายหลักฐานทิ้ง หรือ 2.ตั้งใจมาจอดแล้วตั้งเวลาระเบิดในจุดนี้ที่ใกล้เคียงกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เพื่อหวังผลทางการเมือง

ป่วนเชียงใหม่ระเบิด 3 จุด

ส่วนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น ร.ต.ท.ภชพน ทะจะกัน พงส. สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 21 มี.ค. รับแจ้งเหตุคนร้ายขว้างระเบิดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองหอย ถนนเชียงใหม่-ลำพูน จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ หน่วยเก็บกู้ระเบิด ตร.ภ.5 และ จนท.วท.เขต 32 มีผู้บาดเจ็บ 4 คน นำส่งโรงพยาบาลราชเวช พบสลักระเบิดชนิดขวาง RGD 5 ทำในรัสเซีย ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จุดที่สองเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณลานจอดรถข้างร้านอาหารอันดามันซีฟู๊ด สาขาถนนมหิดล ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ คนร้ายใช้ลวดผูกระเบิด RGD 5 โยงยึดติดกับล้อรถ 2 คัน ซึ่งเป็นของลูกค้า เมื่อรถเคลื่อนออกสลักหลุดระเบิดทำงานทำให้รถเสียหาย จุดที่สามคนร้ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 ลูก ที่หน้า บ.บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ถนนเชียงใหม่-ลำปาง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง ตำรวจเรียกประชุมเพื่อเร่งคลี่คลายคดี

ยิงเอ็ม 79 เวที กปปส.ชลบุรี

ที่ จ.ชลบุรี เวลา 21.40 น. พ.ต.ท.วินิจ ผันอากาศ พงส.สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงเอ็ม 79 ใกล้กับเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส.ที่เทศบาล ต.บางทราย หมู่ 3 ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี ไปตรวจสอบ รอยระเบิดตกบริเวณหน้าเสาธง 1 จุด และข้างอาคารศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ ต.บางทราย อีก 1 จุด มีอาคารเทศบาลและอาคารศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ถูกสะเก็ดระเบิดกระจกหน้าต่างแตก รถเสียหาย 1 คัน พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เผยว่า ช่วงเกิดเหตุมีกลุ่ม กปปส.มาตั้งเวทีปราศรัยอยู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจมีมือที่ 3 ยิงระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนผู้ชุมนุม สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายต่อไป

บุกพังป้ายต้านความรุนแรง

เวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. พ.ต.ท.จำลอง บำรุงศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งมีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-6 คน บุกเข้าไปทำลายป้ายภายในโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ไปตรวจสอบ พบป้ายระบุขอประณามการใช้ความรุนแรง และต่อต้านรัฐบาลโกง จากเครือข่ายประชาคมสาธารณสุข สภากาชาดขาดเสียหายและหลุดร่วงลง รปภ.ได้เก็บนำมาวางกองไว้มอบให้ตำรวจ สอบสวนทราบว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงขับรถกระบะมาจอดที่หน้าโรง-พยาบาล ติดเครื่องขยายเสียงปราศรัยโจมตีเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต่อต้านการทุจริต แล้ววิ่งเข้ามาทำลายป้าย ตำรวจกำลังตรวจสอบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

ผบ.ตร.สั่งเข้ม รปภ.ตุลาการ

ก่อนหน้าเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุม ศปก.ตร. กำชับให้ฝ่ายอำนวยการไปปฏิบัติหน้าที่ประจำ ศปก.รส, ศรส, ศอ.รส.ทำงานมีเอกภาพ และให้ ศปก.ตร. กลับมาปฏิบัติภารกิจหลักด้านอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. โดยกำชับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดสืบสวนจับกุมคดียิงเอ็ม 79 ในซอยเอกมัย 30 ใกล้บ้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำชับ ผบช.ภาค 1, 2, 3, 7, 8 ติดตามพฤติกรรมการ์ด กปปส.และการ์ด นปช.ไม่ให้เผชิญหน้ากัน กำชับ ผบก.น.และ ผบก.ภ.จว.ให้กวดขันหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. ศาลและองค์กรอิสระต่างๆ และบ้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษา ตั้งจุดสกัดรอบพื้นที่เสี่ยง จัดสายตรวจและตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่เร็วในรัศมี 400 เมตร ป้องกันการใช้อาวุธ วิถีโค้ง ตรวจสอบความพร้อมในการบันทึกภาพของกล้องวงจรปิด มอบหมายให้ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.เพิ่มการหาข่าวเชิงลึกติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล กลุ่มหัวรุนแรงที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดที่อาจก่อสถานการณ์หรือเหตุรุนแรงแทรกซ้อน

เร่งสางคดีบึม–ยิงเอ็ม 79

ขณะที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า กรณีเหตุยิงเอ็ม 79 ที่เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ ภูธรภาค 5 ประสานกับอีโอดีกำชับภูธร 1, 2, 7 ในส่วนเหตุระเบิดในพื้นที่ กทม.ในข้อสันนิษฐานและพยานหลักฐานที่ได้น่าเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานของ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.ดำเนินการ ส่วนการติดตามจับกุมคดีรุนแรงและเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ผบ.ตร. ได้เร่งรัดให้ชุดสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับจากศาลเพื่อติดตามจับกุมดำเนินการตามกฎหมาย

สตช.แจงด่านมั่นคงจับกุมอาวุธ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร.  กล่าวว่า ผลการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง ด่านตรวจความมั่นคงโดยรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหาได้รวม 22 ราย 24 คน ของกลาง ปืน 8 กระบอก กระสุนปืน 183 นัด ซองบรรจุกระสุน 3 ซอง อาวุธมีด 8 เล่ม ยาเสพติดประเภทยาไอซ์ ใบกระท่อม ยาบ้า ยาอี และโคเคน รวมทั้งจับกุมผู้ต้องหาต่างด้าว 3 ราย สำหรับที่ด่านตรวจความมั่นคง ปากซอยหน้าโรงเรียนทวีธาภิเษกพบนายประทวน แย้มชื่น ผ่านมาท่าทีมีพิรุธจึงขอตรวจค้น ตรวจยึดของกลางปืน 2 กระบอก กระสุน 89 นัด มีด 3 เล่ม สวบสวนเบื้องต้น สารภาพเดินทางร่วมชุมนุมที่เวทีสวนลุมพินี

จับอดีตทนายพกปืน

ส่วน พ.ต.ท.ฤทธี ปานดำ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน จับกุมนายกัมปนาท คลังทอง อายุ 56 ปีอดีตทนายความที่พกพาอาวุธปืน .38 และกระสุน 16 นัด พร้อมมีดสปาร์ตา 1 เล่ม ขณะขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ษศ 6245 กรุงเทพมหานคร ผ่านด่านตรวจความมั่นคงใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท ในรถมีผู้โดยสาร ได้แก่ จ.ส.ต.กอบโชค สิงหรัตน สังกัดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และนายปัญญา แดนมะตาม ผู้ดูแลเว็บไซต์กลุ่มคปท. ตรวจค้นรถพบผ้าพันคอสีดำเขียนว่า “กองทัพประชาชน พันธมิตรร้อยเอ็ด” บัตรห้อยคอเขียนว่า “นักรบองค์ดำ no.26” บัตรชุดปฏิบัติการพิเศษ กอ.รมน. และบัตรสมาชิกชมรมกีฬายิงปืนของสโมสรข้าราชการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ของนายกัมปนาท บัตรทั้งคู่หมดอายุไปแล้วเมื่อปี 55 สอบสวนนายกัมปนาททราบว่า เดินทางกลับบ้านหลังร่วมชุมนุมกับกลุ่ม คปท. ตรวจสอบอาวุธปืนนายกัมปนาท มีทะเบียนถูกต้อง

ฝนถล่มม็อบสวนลุมกระเจิง

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้ผู้ชุมนุมที่อยู่รอบๆสวนลุมพินีต้องหาที่หลบฝนเข้าไปในเต็นท์ขนาดใหญ่ ทำให้น้ำท่วมด้านหลังเวทีที่เป็นพื้นที่ของแกนนำและสื่อมวลชน ต้องช่วยกันเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง โดยมีการแจกถุงดำให้ผู้ชุมนุมใช้ใส่สิ่งของกันเปียกน้ำ ขณะที่แกนนำได้หารือเพื่อเตรียมที่นอนให้ผู้ชุมนุมใหม่ด้วยเนื่องจากเต็นท์ที่พักได้เปียกฝน ทั้งนี้ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ได้เป็นประธานการฝึกอบรมการ์ดรักษาความปลอดภัย ภายสโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพฯ

แกนนำรอส่งซิกเคลื่อนใหญ่

นายถาวร เสนเนียม แกนนํา กปปส. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งของ กปปส.ว่า ต้องรอดูสถานการณ์การตัดสินคดีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมทั้งการผลักดันให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ก่อนปฏิรูปประเทศ ที่ผิดไปจากข้อเรียกร้องของ กปปส. ซึ่งต้องขอความเห็นมวลมหาประชาชนว่า ถ้าเห็นด้วยก็ออกมาร่วมกับเรา การที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของ กปปส.ด้วย เพราะ กกต.จะประชุมกับรัฐบาลว่าจะเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ และยังมีความพยายามจะเลือกตั้งในกฎกติกาเดิม หายนะจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งนี้ แกนนํา กปปส.จะประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่างๆ ส่วนจะชุมนุมถึงวันสงกรานต์หรือไม่นั้น นายถาวรตอบว่า เราจะสู้จนกว่าชนะ วันเวลาไม่ใช่เรื่องใหญ่ให้ถดถอย

“มาร์ค” โผล่ร่วมกิจกรรมระดมทุน

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ได้มาเยี่ยมชมกิจกรรม “Art lane in the park” ที่จัดขายสินค้าระดมทุนช่วยครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส.ที่สวนลุมฯ โดยนายอภิสิทธิ์ซื้อหมวกชาวนาใบละ 300 บาท รวม 3 ใบ โดยให้เงิน 1,000 บาท เป็นเวลาเดียวกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ที่ชมงานในที่เดียวกัน นายอภิสิทธิ์จึงให้หมวกชาวนานายสุเทพ 1 ใบ โดยนายสุเทพได้ให้เงิน 1,000 บาท พร้อมแซวว่า “เห็นกับพ่อค้านะเลยซื้อ 1 ใบ” ขณะที่นายอภิสิทธิ์ถามว่า ต้องทอนเงินหรือไม่ นายสุเทพตอบทันทีว่า “ไม่ต้องทอน” จากนั้นเดินทางกลับ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ไปร่วมขายสินค้าที่บูธของสถานีโทรทัศน์บลูสกายต่อ ท่ามกลางประชาชนขอถ่ายรูปจำนวนมาก

นปช.โชว์พลังต้านองค์กรอิสระ

อีกฟากเวลา 14.00 น. กลุ่ม นปช.นัดชุมนุมลั่นกลองรบ เคลื่อนพลประชาธิปไตยที่เขาตาโล หมู่ 12 ถนนสุขุมวิท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีมวลชนคนเสื้อแดงภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล แห่ขบวนรถไปร่วมชุมนุมคับคั่ง ทำให้การจราจรถนนสายหลักและสายรองในเขตพัทยาเหนือ พัทยาใต้ ถนนเลี่ยงเมืองติดขัดมาก โดยเฉพาะทางพิเศษมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี รถติดถึงขั้นเป็นอัมพาต คนเสื้อแดงได้ร่วมกิจกรรมลอยอังคารองค์กรอิสระ เพราะไม่ทำตามหน้าที่กลับก้าวก่ายฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีความคิดตั้งนายกฯมาตรา 7 โดยกลุ่ม นปช.ภาคตะวันออกได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกลุ่มองค์กรอิสระที่บริเวณริมทะเล แหลมบาลีฮาย เรียกเสียงโห่ฮาจากคน
เสื้อแดงดังลั่น

“ขวัญชัย” ขนแดงอีสานร่วมรบ

ส่วนบนเวที มีการแสดงดนตรีสลับกับการปราศรัย โดยนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่เคยประกาศแยกทางกับ นปช. ได้นำมวลชนใน จ.อุดรธานี หลายพันคนเข้าร่วมชุมนุมพร้อมกล่าวด้วยน้ำตาว่า ทนไม่ได้ถ้าต้องดูทีวีอยู่บ้าน ขอมาร่วมรบกับ นปช.ด้วย อยากบอกว่าผู้ใหญ่ในกองทัพควรออกมารับผิดชอบที่ปล่อยให้กำลังพลนำอาวุธสงครามมาเข่นฆ่าตนนับร้อยนัด แต่กลับไม่ทำ หันมาด่าคนนั้นคนนี้เป็นทหารถึงยศพลเอกเชื่อว่าถ้าถอดเครื่องแบบออกมาใจเหลือแค่ปลาซิว กำลังพลมายิงตนไม่รับผิดชอบ แต่พอมีป้ายไปขึ้นบนสะพานลอย สปป.ล้านนา จะเอาเป็นเอาตาย ประชาชนไม่ได้กินหญ้า ยืนยันคนเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัดจะไม่ขัดแย้ง กับ นปช.จะเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน

“จตุพร” นัดแต่งดำ–ชุมนุมใหญ่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศแต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับความไม่ยุติธรรมที่มาจากระบอบอำมาตย์และองค์กรอิสระเป็นเวลา 7 วัน และในวันที่ 29 มี.ค. จะมีการปฏิบัติภารกิจลับ 3 ภารกิจ จากนั้นในวันที่ 5 เม.ย.ให้มวลชนเตรียมพร้อมในการเคลื่อนพลครั้งใหญ่ โดยจะมีการประกาศวัน และจุดหมายหรือสถานที่ชุมนุมกันอีกครั้ง ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ต้องการนายกรัฐมนตรีคนนอก นายกรัฐมนตรีมาตรา 7 หรือนายกรัฐมนตรีที่มาจากปากกระบอกปืนอย่างแน่นอน และพร้อมจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด

ยืนกรานไม่เอานายกฯ ม.7

กระทั่งช่วงค่ำ บรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดงยิ่งคึกคักมากขึ้น เมื่อเหล่าแกนนำ นปช.ทยอยขึ้นเวทีปราศรัย อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวโจมตีฝ่ายตรงข้าม องค์กรอิสระ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะ รวมถึงเรียกร้องให้มวลชนแต่งดำเพื่อไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยเป็นเวลา 7 วัน และร่วมกันต่อต้านนายกฯคนกลาง ทั้งนี้ นายวีระกานต์ได้ย้ำ 3 ข้อ ที่ประชาชนต้องการคือ 1.ต้องการให้มีการเลือกตั้งตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเท่านั้น 2.ไม่ยินยอมให้มีนายกฯตามมาตรา 7 เด็ดขาด และ 3.การชุมนุมโดยผิดกฎหมายเพื่อมุ่งหมายล้มล้างการสร้างประชาธิปไตย ต้องถูกดำเนินคดีถึงที่สุด หากไม่เป็นตามนี้จะพบกับการไม่ยอมรับจากประชาชน

รื้อองค์กรอิสระต้องผ่าน ลต.

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้ง โดยกล่าวโจมตีพวกอำมาตย์และเครือข่ายที่มีทั้งอดีตนายกฯ อดีตรองนายกฯ แต่ตอนอยู่ในตำแหน่งไม่สามารถทำงานได้อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อมอิจฉาจึงแตก และเปรียบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นควายป่ารวมถึงฝากไปถึงคนกลางที่นายสุเทพอุบบอกจะให้มารับหน้าที่ขอให้ฟังเสียงประชาชนที่จะสาปแช่งไปถึงลูกหลาน พร้อมประกาศเดินหน้าปฏิรูปองค์กรอิสระต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และท้าทายหากประชาชนชนะอำมาตย์ต้องออกไปให้หมด

กร้าวปลดแอกสู้อำมาตย์ถึงที่สุด

ประธาน นปช.กล่าวต่อว่า ถ้าบ้านเมืองนี้ปล่อยให้ฝ่ายอำมาตย์ใช้รีโมตบังคับองค์กรอิสระได้ แล้วเราไม่ลุกขึ้นมาสู้ เราก็ต้องเป็นทาสไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ได้เวลาประกาศปลดแอกไม่ขึ้นกับอำมาตยาธิปไตย ไม่ให้คนชั่วปกครองบ้านเมือง หรือมาสั่งการให้ผิดกระบวนการยุติธรรมอีกต่อไป กรวดน้ำคว่ำขันตัดญาติขาดมิตรเราจะสู้เพื่อชนะ ถ้าอำมาตย์ชนะก็เอาบ้านเมืองนี้ไป  ถ้าเราชนะอำมาตย์ ก็ต้องออกไปเช่นเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.นี้  นปช.ขอชวนคนไทยใส่เสื้อดำทั้งแผ่นดิน 7 วัน ประท้วงองค์กรอิสระ ส่วนที่คนถามว่าทำไมเราไม่รีบรุกบ้าง เราจะค่อยรุกไปทีละคืบ บางทีไม่ถึง กทม.ก็อาจมีคนหัวใจวายไปก่อน ขอประกาศถ้านายกฯไม่ได้มาจาก ส.ส. ไม่ได้มาจากประชาชน อย่าหวังหาทางสงบสุข บ้านเมืองนี้จะไม่มีใครยอมใครกันอีก ยึดอำนาจเมื่อไหร่ สู้กันทันที คำว่าปฏิวัติประชาชนจะเกิดขึ้นมานั้น นายสุเทพทำไม่สำเร็จ แต่คนเสื้อแดงจะทำสำเร็จ คำว่ากลียุคสงครามกลางเมืองที่จะเกิด อำมาตยาธิปไตยเรียงหน้าออกมาบอกจะรับผิดชอบอย่างไร ขอประกาศชวนคนเสื้อแดงให้สู้ไปถึงจุดที่บ้านเมืองไม่อยู่ใต้อำมาตย์อีก ไม่ชนะไม่เลิกรา ขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าเราจะต่อสู้เดิมพันกับอำมาตย์ บ้านเมืองนี้เราต้องเป็นคนกำหนด ขอปลดแอกจากระบอบอำมาตย์ ณ เขาตาโล แห่งนี้

“เต้น” ปลุกแดงเป็นกำแพงให้ “ปู”

จากนั้นเวลา 21.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า นายสุเทพจะนัดหมายมวลชนของเขาในเร็วๆนี้ ก็ขอให้ออกมา คนเสื้อแดงก็อยากเห็นเหมือนกัน เพราะบ้านเมืองมีทางออก แต่มีคนไปปิดไว้แล้วจะออกได้อย่างไร คือ พรรคประชา– ธิปัตย์และ กปปส. ใครที่ขวางการเลือกตั้ง กกต.ไม่เห็นทำหน้าที่องค์กรอิสระทั้งหลายก็ขี้ข้าอำมาตย์ทั้งสิ้น วันนี้คนเสื้อแดงเดินเลยบททดสอบที่จะเป็นขี้ข้าของใครมานานแล้ว เราเป็นขี้ข้าของตัวเองเพราะเราจะทำเพื่อปลดแอกตัวเราเอง ตนมั่นใจว่าเราจะเข้มแข็งขึ้น เขาจะอ่อนแอลง ให้รักษาสติ อย่าใช้อารมณ์ให้เดินหน้าตามแนวทางประชาธิปไตย บอกไปถึงพรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่าประชาชนคือเพื่อนแท้ เพื่อนตาย เมื่อนายกฯ ประกาศจะสู้จนตัวตายในสนามประชาธิปไตย เราจะเป็นกำแพงให้ ยืนหลังชนกันและกัน ถ้ายิ่งลักษณ์พ่ายแพ้ก็ต้องแพ้เพราะประชาชน ไม่ใช่แพ้เพราะอำมาตยาธิปไตย ของขบวนการอำมาตย์ ประชาชนจะไม่ยอมให้อำมาตย์ตัวไหนมาไล่นายกฯยิ่งลักษณ์ ยกนี้ให้มันรู้ไปว่าเราจะชนะไม่ได้ ขอย้ำว่าในวันเสาร์หน้าให้แกนนำ นปช.ประสานแกนนำเสื้อแดงแต่ละพื้นที่ นัดปิดห้องคุยกันว่าจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไร

แดงลำปางเผาโลงหน้า กกต.

เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลำปาง กลุ่มคนเสื้อแดงนำโลงศพมาเผาประท้วง กกต.จังหวัดลำปาง  แสดงความไม่พอใจที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นโมฆะ พร้อมปราศรัยโจมตี กกต.ไร้ความจริงใจและจงใจละเมิดชงเรื่องการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้มูล ทั้งที่ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้สุจริตและยุติธรรม แต่ไม่ดำเนินการ ทำให้เงินภาษีจำนวนมหาศาลจากหยาดเหงื่อประชาชนต้องสูญเสียไป และต้องหาคนรับผิดชอบ

ซัด “สุเทพ” ผิดซ้ำซากไม่สำนึก

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีนายสุเทพ เทือก–สุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุ กปปส.เตรียมเป่านกหวีดรวมพลครั้งใหญ่และขู่คัดค้านเลือกตั้งใหม่ให้หนักกว่าเดิมว่า นายสุเทพทำความผิดครั้งใหญ่ซ้ำไม่สำนึกยังทำผิดซ้ำซาก เอาความเสียหายของประเทศเป็นชัยชนะของตัวเอง อยากรู้ว่าแนวร่วม กปปส.ยังเหลือเท่าเดิมหรือไม่ ขณะนี้ที่สวนลุมพินีเหลือแค่หลักร้อย สังคมไม่สบายใจที่มีคนสู้แล้วรวย รวยแล้วไม่รู้จักพอ ไม่อยากกลับบ้าน รวมถึงหลวงปู่พุทธอิสระที่นำมวลชนไปเทข้าวที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเรียกรับเงิน 1.3 ล้านบาท คนพวกนี้หนักกว่าฆาตกรต่อเนื่อง หวังรวยทางลัดทั้งพระทั้งโยม

“สุเทพ” นัด 29 มี.ค. เคลื่อนพลใหญ่

ต่อมาเวลา 20.24 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เราเห็นว่าหากมีการเลือกตั้งตามกฎหมายเลือกตั้งเดิม มีพรรคการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย คนคนเดียวทำทุกอย่างตาม อำเภอใจไม่เกรงใจเจ้าของประเทศ มวลมหาประชาชนจึงเห็นว่าต้องหยุดการเลือกตั้งและปฏิรูปประเทศก่อน ซึ่งการต่อสู้จนทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นโมฆะเป็นชัยชนะระดับหนึ่ง และเป็นโอกาสดีที่จะเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศออกมารณรงค์ร่วมกันว่าให้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง จึงขอนัดหมายว่าต้องมีการแสดงพลังครั้งใหญ่ของมวลมหาประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ขอออกมาแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ อยากนัดวันที่ 30 มี.ค. แต่มีการเลือกตั้ง ส.ว. จึงขอให้ทุกกลุ่มทุกเครือข่ายไปนัดหมายให้เข้ามา และขอโทษคน กทม. เราจะเดินใน กทม.ในเวลา 09.30 น. เพื่อให้กระทบคน กทม.ให้น้อยที่สุด

23 มี.ค. 2557 05:59 23 มี.ค. 2557 05:59 ไทยรัฐ