วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักถ่วงใจ...ใช่หรือเปล่า


บทความวันนี้เอาใจน้องๆวัยรุ่นและคนที่กำลังมีความรัก บางครั้งอาจจะยังไม่เข้าใจจิตใจตัวเองต่อเรื่องความรักที่ดีพอ กลายเป็นว่าการมีความรักเป็นการเพิ่มความทุกข์ไปเสียมากกว่าที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขและมีความกระชุ่มกระชวย จริงอยู่เริ่มต้นชอบพอกันมันน่าตื่นเต้นเร้าใจ มีอะไรให้ลุ้นอยู่พอสมควร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเบื่อหน่าย ความไม่เข้าใจกันก็เริ่มมารบกวนจิตใจ จนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าตกลงนี่คือความรักจริงๆหรือไม่ หรือแม้จะยืนยันว่าเป็นความรักที่ตนเองเข้าใจฝ่ายเดียวหรือคู่ของเราก็เข้าใจด้วย แต่ทั้งคู่อาจจะยังเข้าใจผิดๆอยู่ก็คงไม่ทำให้ทั้งคู่มีความสุขสักเท่าไร

เมื่อไม่นานมานี้ มีคู่รักดาราวัยรุ่นมีปัญหาเรื่องความรัก งอนกัน ประหนึ่งเลิกรากันไปเพราะความไม่เข้าใจกันอะไรบางอย่างหรือความจำเป็นในเรื่องหน้าที่การงาน ทำให้เกิดการน้อยอกน้อยใจ และต่อว่าต่อขานกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนมีผู้เข้าชมมากมายนับล้านคน

เมื่อหลายปีก่อนมีคู่สามีภรรยา ที่สามีเจ้าชู้นอกใจไปมีผู้หญิงอื่น ภรรยาจับได้ เอาคลิปเสียงการสนทนามาแฉประจานผ่านสื่อออนไลน์เช่นเดียวกัน รวมถึงคู่ดาราคู่หนึ่งที่ฝ่ายหญิงประกาศหาพ่อของลูกผ่านสื่อ เพราะดาราชายชื่อดังไม่ยอมรับเนื่องจากไม่มั่นใจว่าเป็นลูกของตนเองหรือเปล่า โดยยื่นเงื่อนไขให้ไปตรวจดีเอ็นเอ เนื่องจากคิดว่าฝ่ายหญิงจะไม่ได้มีคู่นอนเพียงคนเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นอาหารอันโอชะของสื่อทั่วไป โดยเฉพาะสื่อบันเทิงก็กระพือข่าวกันสนุกสนาน แต่ในความเห็นผมมองว่า เรื่องส่วนตัวเอามาไขในที่แจ้ง นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ที่จะให้สัมพันธภาพกลับมาดีขึ้นแล้ว ยังอาจจะเป็นการประจานตัวเองเสียมากกว่า คนสงสารอาจจะมี แต่คนสมเพชคงไม่น้อย เรื่องรักๆใคร่ๆของวัยรุ่นและคู่หนุ่มสาว เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะยังมีประสบการณ์ชีวิตค่อนข้างน้อย หากแต่บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องให้สังคมรับรู้ทั้งหมดก็ได้ ในโลกของสื่อที่เข้าถึงอย่างกว้างขวาง ณ ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นั่นยังไม่สำคัญว่า หากเรามีความรัก จะทำอย่างไรให้ชีวิตมีโบนัสแห่งความสุขเพิ่มขึ้นมา มากกว่าเป็นการถ่วงชีวิตให้ตกต่ำลง รู้จักระดับของความสัมพันธ์กันแค่ไหน

คนที่คบกันส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยความถูกอกถูกใจชอบพอกันจนพัฒนาไปเป็นคู่รักหรือแฟนกัน ในขณะที่หลายคู่ก็เรียกว่าไม่ได้เป็นการพัฒนาแต่ข้ามขั้นตามความพึงพอใจแบบใจร้อนหรือใช้อารมณ์เป็นเครื่องตัดสินหลัก ดังนั้นหลายคู่จึงสับสนในสัมพันธภาพจนอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในสัมพันธภาพตามมา

มีหลายคนให้ข้อมูลที่น่าสนใจและผมเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยว่าการแยกแยะระดับความสัมพันธ์มีความสำคัญทำให้เราสามารถตัดสินใจว่าจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อหรือจบลง

ความชอบ ประกอบด้วย เริ่มต้น อยากรู้จัก อยากเจอหน้าบ่อยๆ เมื่ออยู่ใกล้ๆอาจจะรู้สึกประหม่า แอบคิดถึงอยู่ห่างๆ แต่ถ้าได้อยู่ใกล้จะรู้สึกดี และสามารถเล่าให้ฟังในบางเรื่องได้ และมักจะถูกใจในข้อดีของเขา เมื่อเขาร้องไห้ เราก็พร้อมที่จะปลอบใจเขา เท่าที่สังเกตดูข้อนี้ก็ดูมีระยะที่ห่างพอสมควร

ความหลง ข้อนี้หลายคนไม่ค่อยรู้ตัว และชอบเหมาว่าเป็นความรักอยู่ร่ำไป จนมักจะหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง ในการที่จะยึดติดเขาไว้หรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เช่น สนใจรูปร่างหน้าตาอีกฝ่ายมาก ไม่สนใจข้อถูกข้อผิดใดๆ เขามีข้อเสียก็มองข้ามไปหมดโดยไม่พินิจพิจารณา ขาดความเป็นตัวของตัวเอง พยายามสร้างภาพให้ดูดีหรือเป็นที่พึงพอใจของอีกฝ่ายหนึ่ง และไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องยึดติดพึ่งพิงตลอดเวลา

ความรัก ที่พอจะเข้าเค้าและน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างสัมพันธภาพได้ เช่น ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องมีเวลาให้กันตลอดเวลา เราสนใจในตัวตนของเขา เช่นนิสัยใจคอ มากกว่ารูปร่างหน้าตา มีความเป็นตัวของตัวเองได้ สามารถรับข้อเสียของเขาได้อย่างมีเหตุผล มิใช่มองข้ามเหมือนความหลง สามารถเล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง ไม่มีความลับต่อกัน บางครั้งแม้มิได้ครอบครองก็อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุขตลอดไป เมื่อมีความรักแล้ว ความรู้สึกนี้ไม่มีวันหายไปจากใจ ซึ่งผมคิดว่าคงเหมือนกับแฝงความเมตตาให้กันไปตลอดนั่นเอง
แค่สามระดับที่กล่าวมา อาจจะทำให้คู่ที่คบกันเริ่มหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองใหม่ ถ้าจะให้ดี คงต้องยอมรับและวิเคราะห์ว่าตอนนี้ตัวเราเองกำลังคิดอะไรอยู่ และเราใช้สติในการพินิจพิจารณามากน้อยขนาดไหน สัมพันธภาพบนพื้นฐานอารมณ์ความหลง ความใคร่ มักไม่ยาวนาน และเป็นดาบ สองคมเสมอ

รักในวัยรุ่น จะวุ่นอย่างไร ใครจะช่วยคุม...

ดังที่กล่าวมาในตอนต้น ความรักในวัยรุ่นนั้น อาจจะแฝงด้วยความวุ่นวายสับสนด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง อย่างที่น่าสนใจและคนมักไม่ค่อยสนใจ คือความสุขในครอบครัว เราพบว่า ครอบครัวใดที่พ่อแม่ให้ความสุขแก่ลูกเพียงพอ ลูกมักไม่โหยหาและหิวรัก ในขณะที่ครอบครัวบางครอบครัว แม้จะปรนเปรอให้ลูกมาก แต่เป็นด้านวัตถุเสียส่วนใหญ่ มิได้ปรนเปรอใจในความรักให้อย่างแท้จริง พบว่าลูกมักจะเป็นเด็กประเภทที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็มเสียที แม้จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยเงินทองหรือทัศนคติแห่งการตามใจ แต่ลูกจะยังโหยหาความรัก โหยหาคนรักที่จะมาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา อย่างคนที่ไม่รู้จักพอ และเมื่อเจอกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นกับดักให้ลุ่มหลง ก็มักจะเตลิดเปิดเปิงไปในที่สุด

ดังนั้น คนที่จะช่วยควบคุมได้ คงมิใช่ใครอื่น นั่นคือครอบครัวนั่นเอง พ่อแม่ที่เห็นลูกหมกมุ่นอยู่กับการมีคู่ มีแฟน หรือมีเซ็กซ์ ก่อนจะตำหนิติเตียนหรือด่าทอ ควรทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว แล้วถามตัวเองว่า เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกขาดความรักหรือเปล่า นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระวังคือลูกอาจจะมีความเจ็บป่วยทางด้านสุขภาพจิตร่วมด้วย เช่น แม้เราจะเลี้ยงลูกมาให้ความรักความดูแลเอาใจใส่อย่างดี แต่ลูกป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โรคอารมณ์แปรปรวน ที่ทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดลง หมกมุ่นอยู่กับการหาสิ่งมาเยียวยาหรือชดเชยอารมณ์ที่หดหู่เศร้าสร้อย ด้วยการมีแฟน มีคู่มีเซ็กซ์จนขาดไม่ได้ กรณีแบบนี้คงต้องส่งปรึกษาจิตแพทย์เพื่อบำบัดเยียวยา

ความรักเป็นสิ่งสวยงามของมนุษย์โลก ความรักมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบพ่อแม่รักลูก หรือลูกรักพ่อแม่ เพื่อนที่รักกัน คู่รักที่รักกันหรือความรักที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน ล้วนแล้วแต่ทำให้ชีวิตได้รับการเติมเต็มและมีความสุขด้วยกันทั้งสิ้น

การใช้วาทกรรมว่าความรักเป็นตัวถ่วงชีวิต เป็นการทำลายความหมายของความรักอย่างน่าอายที่สุด เพราะคนที่พูดคำเหล่านี้ เป็นคนที่แสดงให้เห็นว่ามิได้เข้าใจความหมายของคำว่าความรักอย่างแท้จริง แสดงความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ เนื่องจากในยามที่รักหรือลุ่มหลง ก็ใช้ความรักนำทางด้วยคำพูดหวานๆใส่กัน ว่าฉันรักเธอ แต่พอเบื่อหน่ายหรือไปด้วยกันไม่ได้ ก็ใช้คำว่าความรักมาทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน
ความรักมิใช่สิ่งที่ใครควรเอามาย่ำยี เพราะการมีความรักมิได้เป็นการทำร้ายใคร แต่เป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความสุขให้กับชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีคนที่รักเราเสมอไปก็ได้

หากแต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักตัวเอง เมื่อเรารักตัวเอง เราก็จะสามารถเผื่อแผ่ความรักไปให้คนอื่นๆและโลกใบนี้ได้ด้วยครับ

ปิดท้ายด้วยธรรมะจากพระพรหมคุณาภรณ์ที่บอกว่า “รักต้องคู่กับรู้ เมตตาต้องคู่กับปัญญา” โลกใบนี้คงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยนะครับ.

22 มี.ค. 2557 15:05 22 มี.ค. 2557 15:05 ไทยรัฐ