วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนรอย 'บ่อขยะแพรกษา' มูลค่ามากับของที่คนทิ้ง!

ย้อนรอย 'บ่อขยะแพรกษา' มูลค่ามากับของที่คนทิ้ง!

  • Share:

ปัญหาบ่อขยะกับการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกรณีไฟไหม้ที่บ่อขยะขนาดใหญ่บางปู ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เป็นจุดที่สะท้อนปัญหาขยะเกิดขึ้นได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้กับชุมชน โดยหลายฝ่ายมักอ้างว่าไม่มีพื้นที่จะทิ้งขยะ แต่เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงมีผลกระทบมากมักจะถามหาคนผิด ทั้งที่บ่อขยะแห่งนี้ก็ไม่ได้อยู่ไกลจากสายตาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ

 


โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อหาความชัดเจน จนได้ข้อมูลว่า ที่ดินใต้ซากกองขยะนี้เป็นของนางบุญไทย ตั้งเด่นไชย หรือเจ๊เช็ง เจ้าของที่ดิน 159 ไร่ ในตำบลแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยซื้อที่ดินผืนนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว และเปิดกิจการขุดหน้าดินขายภายใต้บริษัท เด่นไชยปากน้ำ จำกัด ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและที่ดินที่มีก็จัดทำโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งที่ดินที่ปล่อยให้นายกลมพล สมุทรสาคร เช่าทำบ่อขยะนี้ทำสัญญา 3 ปี โดยจะหมดสัญญาปีนี้ ในสัญญาได้ระบุให้เช่าที่ดินเพียง 30 ไร่จาก 159 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่รีไซเคิลขยะ ซึ่งเจ๊เช็งบอกว่า จากที่ประเมินน่าจะมีการนำขยะมาทิ้งเกินกว่าที่ได้ปล่อยให้เช่า

 

 


เจ๊เช็งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่นายกลมพล จะทำกิจการบ่อขยะ ตนเองได้สอบถามถึงใบอนุญาตประกอบกิจการว่าได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งนายกลมพลยืนยันว่าได้ทำแล้วในปีแรก แต่ในปีที่ 2 และปีนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษาไม่ต่อใบอนุญาตให้ เพราะมีการร้องเรียนตลอดมาว่า บ่อขยะแหล่งนี้มีกลิ่นเหม็น และมีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม จนกระทั่งมาเกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามจนส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

 

จากกรณีนี้นายกลมพลได้อ้างว่า นายสุรพงษ์ ตั้งเด่นไชย ลูกชายเจ๊เช็ง ได้ร่วมทำธุรกิจบ่อขยะร่วมด้วยนั้น เจ๊เช็งปฏิเสธเสียงแข็ง และเนื่องจากที่ผ่านมานายกลมพล เป็นผู้ดำเนินการอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องมลพิษ ได้มีการตักเตือน แต่ก็ไม่เคยทำตาม และบางเดือนก็ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าที่ดิน ที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าที่ต้องจ่าย เดือนละ 100,000 บาท ทำให้เกิดทะเลาะกันรุนแรง แต่ฝ่ายตนเองรอให้หมดสัญญาเช่าก่อน เพราะไม่ต้องการให้นายกลมพลดำเนินกิจการนี้ต่อ จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้เสียก่อน ซึ่งตนเองก็ต้องรับผิดชอบดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

 


ด้านนางกาญ มณีศรี อายุ 59 ปี คนคัดแยกขยะภายในบ่อขยะของนายกลมพล บอกว่าการ ทำธุรกิจของนายกลมพลมีการเปิดให้รถขนขยะเข้ามาทิ้งในพื้นที่เกือบทุกคืน โดยถ้าเป็นรถเล็กคิดค่าทิ้งรถละ 1,000 บาท แต่ถ้าเป็นรถใหญ่คิดค่าทิ้งรถละ 3,000 บาท ส่วนใหญ่ที่นำมาทิ้งเกินครึ่งนี้เป็นขยะอุตสาหกรรม เช่น เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ อะลูมิเนียม กล่องใส่ตะกั่ว รวมถึงน้ำของเสียจากอุตสาหกรรม โดยหลังจากมีรถนำมาทิ้ง เธอและครอบครัวจะเข้าไปเก็บเฉพาะขยะที่ขายได้ อาทิ เหล็กขวดพลาสติก และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาหลอมเป็นตะกั่ว ขายให้กับนายกลมพลในราคาที่ต่ำกว่าร้านรับซื้อของเก่าด้านนอก โดยเขาจะเป็นผู้นำออกไปขายต่อ เอากำไรและยังบังคับให้ขายเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น

 

 


ขณะที่นายอิม แพหมอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้เช่าที่ดินดังกล่าวได้มาขอใบอนุญาตทำบ่อขยะเพื่อรีไซเคิล อบต.จึงออกใบอนุญาตให้ แต่หลังจากนั้น ผู้เช่าไม่ทำตามเงื่อนไขตามที่ขออนุญาต แต่มีการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง จึงไม่ต่อใบอนุญาตให้ จนมีการสั่งปิดบ่อขยะไปแล้วหนึ่งครั้ง และมีการตักเตือนและเรียกมาเสียค่าปรับตามกฎหมายของ อบต.ครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งถือว่ายังเป็นโทษเบา จนกระทั่งไม่ต่อใบอนุญาตให้ ซึ่งถือว่าผู้เช่ากระทำกิจการบ่อขยะอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอบต.ก็ได้แจ้งความเอาผิดกับผู้เช่าที่ดินดังกล่าวแล้ว.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้