วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บวท. เผยปัญหาควันไฟภาคเหนือ แก้ยาก! ล่าสุดกระทบ 4 เที่ยวบิน

วิทยุการบิน ชี้ปัญหาไฟไหม้ภาคเหนือ กระทบขึ้น-ลงเครื่องบิน หลังเกิดจากฝีมือมนุษย์ แก้ปัญหายาก พร้อมเผยรายงานเครื่องบินที่เดินทางไปสนามบินเชียงใหม่และทำการลงไม่ได้ ล่าสุด 4 เที่ยวบิน...

นายอภินันทน์ วรรณนางกูร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานถึงสถานการณ์ปัญหาไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือโดย เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงหลายวันที่ผ่านว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของอากาศยาน เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นรันเวย์ อยู่ที่ 4-5 กม. แต่วานนี้ (21 มี.ค.) เป็นวันแรกที่เกิดปัญหามาก เพราะทัศนวิสัยการมองเห็นรันเวย์เหลือเพียง 1.5 กม. ทำให้นักบินไม่กล้าเสี่ยงนำเครื่องลง และเลือกที่จะบินกลับไปยังต้นทางแทน ซึ่งปกติทัศนวิสัยในการมองเห็นหากต่ำกว่า 2.5 กิโลเมตร ก็ถือว่าไม่ปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสนามบินเชียงใหม่มากที่สุด เพราะมีเที่ยวบินขึ้นลงวันละ 200-300 เที่ยวบิน จะมีทำให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าตามมา เพราะเที่ยวบินไม่สามารถขึ้นลงได้ ต้องรอให้สภาพการมองเห็นดีขึ้น และบินกลับไปใหม่ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

จากไฟไหม้ป่าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ สาเหตุนั่นเกิดจากความแห้งแล้งตามฤดูกาล ประกอบกับสภาพพื้นที่เป็นหุบเขา กลุ่มควันจึงกระจุกตัวอยู่บริเวณเขตเมือง ทำให้ผลกระทบทัศนวิสัยโดยรอบสนามบินเชียงใหม่ ทำให้มี 4 เที่ยวบินต้องบินกลับ (Diverted) มาลงสนามบินสุวรรณภูมิ 3 เที่ยวบิน ของการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 102 เวลา 09.21 น. 2.สายการบินดาร์ก้อนแอร์ เที่ยวบินที่ เคเอ 232 เวลา 11.01 น. 3.สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ พีจี 270 เวลา 11.16 น. และขอกลับมาลงที่ดอนเมือง 1 เที่ยวบิน สายการบินไลอ้อนแอร์เที่ยวบิน เจที 8506 เวลา 11.29 น. แต่ในช่วงบ่ายสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ด้านนายนิวัติ เฟื่องฟู รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงราย ยอมรับ กลุ่มควันจากไฟไหม้ป่าในเขตภาคเหนือในส่วนของท่าอากาศยานเชียงรายไม่ได้รับผลกระทบ เพราะจุดเกิดเหตุพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ได้เตรียมพร้อมตลอดเวลา หากมีปัญหาเที่ยวบินขึ้นลงไม่ได้จะแจ้งต้นทางก่อน เพราะปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงรายมีเที่ยวบินขึ้นลง 28 เที่ยวต่อวัน มีทั้งสายการบินในประเทศและ สายการบินต่างประเทศ

นายสมรรถ พุ่มอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารภาวะฉุกเฉินและวิกฤติบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าเที่ยวบินทีจี 102 มีกำหนดออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ 08.00 น ถึงสนามบินเชียงใหม่ 09.20 น. แต่มีปัญหาฝุ่นควันไฟส่งผลต่อทัศนวิสัยการมองเห็น ทำให้นักบินตัดสินใจบินกลับมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 09.00 น. และใช้วิธีการควบรวมเที่ยวบินดังกล่าวกับทีจี 112 ซึ่งจะออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิใน เวลา 14.05 น.

นายสมรรถ ยอมรับว่า ปัญหาฝุ่นและควันไฟที่เกิดจากการเผาป่าซึ่งเป็นฝีมือมนุษย์ทำให้ควบคุมได้ ยากกว่าปัญหาหมอบควันที่เกิดจากธรรมชาติ เพราะจะประเมินจากสภาพและผลการพยากรณ์อากาศได้ แต่การเผาป่าไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาที่เกิดได้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อด้านการบิน

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) รายงานกรณีเครื่องบินที่เดินทางไปสนามบินเชียงใหม่และทำการลงไม่ได้ ต้อง divert และทำการบินลงใหม่ (miss approach) เนื่องจากมีหมอกควันโดยรอบ ทำให้ทัศนวิสัยต่ำ (ช่วงเวลา 06.30-10.00 น.) 4 เที่ยวบิน ดังนี้

1.สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ AK1914 แบบ A320 จาก กัวลาลัมเปอร์ ไปเชียงใหม่ missed approach เวลา 08.26 น. แต่สุดท้าย divert ไปลง สนามบินดอนเมือง

2. สายการบินไทยแอร์เอเชีย FD3445 แบบ A320 จาก ดอนเมือง ไปเชียงใหม่ missed approach เวลา 08.48 น. และนักบินขอ divert ไปลง สนามบินดอนเมือง

3. สายการบินไทย TG102 แบบ A306 จากสุวรรณภูมิ ไปเชียงใหม่ นักบินขอ divert กลับไปลง สนามบินสุวรรณภูมิ

4. สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบิน PG215 แบบ A319 จากสุวรรณภูมิ ไปเชียงใหม่ missed approach เวลา 09.31 น. และนักบินขอ divert กลับไปลงสุวรรณภูมิ ( VTBS )

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ประมาณ 13.00 น. ทัศนวิสัยจะดีขึ้น.

วิทยุการบิน ชี้ปัญหาไฟไหม้ภาคเหนือ กระทบขึ้น-ลงเครื่องบิน หลังเกิดจากฝีมือมนุษย์ แก้ปัญหายาก พร้อมเผยรายงานเครื่องบินที่เดินทางไปสนามบินเชียงใหม่ และทำการลงไม่ได้ ล่าสุด 4 เที่ยวบิน... 22 มี.ค. 2557 12:46 ไทยรัฐ