วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ตายแบบนี้ก็มีด้วย

การทรมานยอร์กี้ โดซซ่า

ความตายนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดทุกประเภทไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การได้รู้เรื่องความตายเอาไว้ก็เป็นการเตือนตนไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท ในอดีต มีคนใหญ่คนโต คนมีชื่อเสียง ซึ่งเสียชีวิตแบบแปลกๆ อยู่ไม่น้อย วันนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะพาไปดูกันว่าท่านเหล่านั้นจากโลกนี้ไปอย่างไรกันบ้าง

เซอร์อาเธอร์ แอสตัน (Arthur Aston)

เซอร์อาเธอร์ เป็นทหารและผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าชาร์ลสที่ 1 ของอังกฤษที่สุดคนหนึ่ง เมื่อปี ค.ศ.1642 อังกฤษเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก (ค.ศ.1642-1646) สาเหตุมาจากกษัตริย์มีพระประสงค์ที่จะรวม อังกฤษ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เข้าเป็นประเทศเดียว แต่ทางสภาขุนนาง (Long Parliament) ทั้งของอังกฤษและสกอตแลนด์ไม่เห็นด้วย (สภาขุนนางต้องการให้เป็นคนละประเทศแต่เป็นเครือจักรภพเช่นทุกวันนี้) ทำให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย ในที่สุดชัยชนะเป็นของฝ่ายขุนนาง พระเจ้าชาร์ลส ที่ 1 ยอมแพ้เมื่อปี 1645 และถูกควบคุมตัวไว้

ปี 1644 เซอร์อาเธอร์ ซึ่งขณะนั้นรับตำแหน่งจากกษัตริย์ให้เป็นผู้ปกครองแห่งออกซ์ฟอร์ด (Governor of Oxford) เกิดพลัดตกม้าจนเป็นเหตุให้เสียขาไปข้างหนึ่ง แต่เขาก็สวมขาปลอมที่ทำจากไม้แทนขาข้างที่ถูกตัดออกไป หลังจากเสียขาไปเซอร์อาเธอร์ไม่ได้ร่วมรบอีกหลายปี จนกระทั่งปี 1648 เขาเข้าร่วมกับทัพของเอิร์ลแห่งออร์มอนเด (Earl of Ormonde) แม่ทัพของฝ่ายสนับสนุนกษัตริย์ในไอร์แลนด์ เซอร์อาเธอร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเมืองท่าที่สำคัญมาก คือ เมืองโดรเกดา (Drogheda) ในไอร์แลนด์ แต่ในปีถัดมา กองทัพของฝ่ายขุนนางซึ่งนำโดย โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ก็บุกไปตีเมืองนั้นได้ เซอร์อาเธอร์ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองถูกจับ และถูกสำเร็จโทษด้วยการใช้ขาไม้ของเขาเองทุบที่ศีรษะจนกะโหลกแตก ว่ากันว่าในขาไม้อันนั้นมีเหรียญทองคำซ่อนไว้มากมาย
ในยุคเดียวกัน มีอีกคนที่ตายแปลก แต่เป็นการตายอย่างมีความสุขท่านผู้นั้นคือ เซอร์โธมัส เออร์คิวฮาร์ต (Sir Thomas Urquhart of Cromarty) ท่านเป็นขุนนางคนสำคัญคนหนึ่งในสมัยพระเจ้าชาร์ลสทั้งที่ 1 และ 2 มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1611-1660 ครอบครัวเป็นชาวสกอต ถือว่าเป็นพหูสูตคนหนึ่งของอังกฤษและสกอตแลนด์ เพราะมีความสามารถทั้งด้านภาษาและคณิตศาสตร์ มีผลงานเป็นหนังสือทรงคุณค่าหลายเล่ม

ช่วงเวลาการเสียชีวิตของเซอร์โธมัส นั้นไม่ชัดเจนนัก แต่สาเหตุของการตายนั้น ถูกบันทึกไว้ว่า หัวเราะจนตาย หลังจากทราบว่า พระเจ้าชาร์ลสที่ 2 ได้กลับไปครองราชย์ใหม่ หลังจากที่ฝ่ายสภาขุนนางประสบความสำเร็จในการล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ลงได้แล้ว และพยายามจะให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุดก็ต้องกลับมาขอให้กษัตริย์กลับมาปกครองแผ่นดินเช่นเดิม

นั่นคือที่มาของผู้ที่ตายอย่างมีความสุขที่สุด
ยอร์กี้ โดซซ่า (György Dózsa)

เป็นนายทหารจากทรานซิลเวเนีย อาณาจักรฮังการี ในยุคที่ปกครองโดยมุสลิม (อ็อตโตมาน) ยอร์กี้ซึ่งเป็นคริสเตียนได้รับการอนุญาตจากสันตะปาปาลีโอที่ 10 ในปี 1514 ให้ทำสงครามศาสนากับพวกมุสลิมอ็อตโตมาน เขาจึงรวมรวบผู้คนเพิ่มมากขึ้นจากคนยากจน นักเรียน พระและนักสอนศาสนานำไปฝึกการใช้อาวุธจนกลายเป็นกองทัพที่มีกำลังพลนับแสน เรียกว่า คูรัค (Kuruc) แต่กองทัพของเขากลับพุ่งเป้าหมายไปที่พวกขุนนางเจ้าของที่ดินทั้งหลาย จึงกลายเป็นความวุ่นวายที่รุนแรง เพราะยอร์กี้ไม่สามารถควบคุมกองทัพของเขาได้ คนจนและชาวนาชาวไร่ทั้งหลายเมื่อมีอาวุธในมือ ก็พากันไปจัดการกับเหล่าขุนนางเจ้าของที่ดินด้วยการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เผาบ้านและปราสาททั้งหลายทิ้ง แต่ในที่สุด กองทัพที่บ้าคลั่งของเขาก็ถูกควบคุมได้ยอร์กี้ถูกจับและตัดสินให้ ประหารชีวิต  แต่ในฐานะของ หัวหน้ากบฏ การตายของเขาจึงไม่ธรรมดา เขาถูกจับมัดไว้ บนบัลลังก์เหล็ก สวมมงกุฎ ถือคทาแบบกษัตริย์ แล้วเผาอย่างช้าๆ นอกจากนั้น ก็ถูกถลกหนังด้วยคีมขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนสมุนของเขาที่ยังรอดชีวิต ถูกบังคับให้กินเนื้อของเขา ก่อนตายเขายังต้องดูน้องชายของตนเองถูกสังหารต่อหน้าต่อตาด้วย
นาเซอร์ อุด–ดิน มูฮัมหมัด ฮูมายัน (Nasir ud–din Muhammad Humayun)

ท่านเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โมกุล ซึ่งปกครองดินแดนที่เป็นประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และบางส่วนของอินเดียในปัจจุบัน การครองราชย์นั้นเกิดขึ้นสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 1530-1540 หลังจากนั้นพระองค์ถูกยึดอำนาจไปสิบห้าปี ก่อนที่จะกลับมาครองบัลลังก์อีกครั้งเมื่อปี 1555-1556 โดยความช่วยเหลือจากเปอร์เซีย
วันที่ 27 มกราคม 1556 ไม่ถึงหนึ่งปีหลังการกลับมาครองราชย์ องค์จักรพรรดิกำลังเสด็จลงจากห้องทรงพระอักษร พร้อมกับหนังสือจำนวนมากที่อุ้มมาด้วย ทันใดนั้นเสียงอาซานจากสุเหร่าก็ดังขึ้น เพื่อให้มุสลิมทั้งหลายได้สวดมนต์ตามเวลา ด้วยความลืมพระองค์ว่ากำลังอยู่ระหว่างขั้นบันได ฮูมายันก็เผลอคุกเข่าลงด้วยความเคยชิน ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูก็คงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น องค์จักรพรรดิล้มคะมำพระเศียรฟาดลงไปบนพื้นหินอย่างแรง และสวรรคตไม่กี่วันหลังจากนั้น หลังจากนั้นพระโอรสวัย 13 ชันษา คือ อัคบาร์ (Akbar) ก็ขึ้นครองราชย์สืบต่อ เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์โมกุล

ฌอง แบพติส ลุย์ลี (Jean–Baptiste Lully)

เป็นนักแต่งเพลงและไวทยากรประจำสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส เขาเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์มากจนกลายเป็นคนสนิทของพระเจ้าหลุยส์ สามารถเข้านอกออกในพระราชวังได้ตามสบาย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับข้าราชบริพารจำนวนมากทั้งชายและหญิงในราชสำนัก
เดือนมกราคม 1687 ลุย์ลีได้เป็นไวทยากรในการบรรเลงดนตรีเพื่อเฉลิมฉลองการหายประชวรของพระเจ้าหลุยส์ ระหว่างการบรรเลงเพลง Te Deum เขาต้องใช้ไม้ด้ามยาวกระแทกพื้นเป็นจังหวะไปด้วย เผอิญครั้งหนึ่งที่เขากระแทกไม้ลงไปบนนิ้วเท้าของตนเองอย่างแรง จนเป็นแผลและอักเสบเป็นหนองจนเน่าในเวลาต่อมา แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด ลุย์ลีจึงไม่ยอมให้แพทย์ตัดทิ้ง จนเชื้อลุกลามเข้ากระแสเลือด และเป็นเหตุให้เขาตายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนั้น

อีกรายที่ตายแปลกคือพ่อครัวชื่อ ฟรองซัวส์ วาเตล (François Vatel) ผู้เป็นเชฟที่มีชื่อเสียงมากแห่งยุค เป็นพ่อครัวประจำให้ที่คฤหาสน์ของนายพลฝรั่งเศสคนหนึ่ง ในปี 1671 เชฟคนเก่งได้รับมอบหมายงานสำคัญมาก คือการเลี้ยงต้อนรับพระเจ้าหลุยส์

ฟรองซัวส์ วาเตล นั้นคงเป็นคนจริงจังมาก เมื่อการเสิร์ฟอาหารเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ทันใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาหารจานหลัก คือ ปลา ซึ่งต้องเสิร์ฟแล้ว แต่ก็เสิร์ฟไม่ได้สักที แขกคนหนึ่งที่ไปร่วมงานครั้งนั้นเขียนบันทึกไว้ว่า อาจเป็นด้วยความต้องการให้งานออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด แต่ไม่ได้ดังใจจึงเครียดจัด วาเตลตัดสินใจแอบไปใช้ดาบแทงตัวเองตาย ว่ากันว่าคนที่พบศพเขาคือ เคนจากครัวผู้กำลังออกไปบอกแกว่า “ปลาพร้อมเสิร์ฟแล้ว” อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ ฟรองซัวส์ วาเตล ฆ่าตัวตายนั้นบางแหล่งข้อมูลกล่าวถึงเรื่องปัญหาชู้สาวด้วย
ไทโค บราเฮ (Tycho Brahe)

เป็นนักดาราศาสตร์ผู้มีชื่อคนหนึ่งแห่งยุค ไทโค บราเฮ สนใจการเก็บข้อมูลทางดาราศาสตร์ โดยมีโยฮันเนส เคปเลอร์  ซึ่งต่อมาเป็นนักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งของโลกเป็นลูกมือ ผลงานบางอย่างของท่านได้แก่ การคำนวณความเอียงของแกนโลกได้อย่างแม่นยำคือ 23 องศา 31.5 ลิปดา, การบันทึกวงโคจรของดาวอังคาร ซึ่งทำให้โยฮันเนส เคปเลอร์ สร้างกฎของเคปเลอร์ของเขาได้, การสร้างสูตรเพื่อใช้คำนวณความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งดาวเนื่องจากการหักเหของบรรยากาศ ฯลฯ

การเสียชีวิตของไทโคนั้นหลายแห่งบอกว่า ระหว่างงานเลี้ยงใหญ่ ครั้งหนึ่งในกรุงปราก เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1601  ไทโคเกิดปวดปัสสาวะขึ้นมา  แต่เนื่องจากรู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทถ้าจะขอเข้าห้องน้ำ  จึงกลั้นไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง  แต่เมื่อกลับถึงบ้านก็ปรากฏว่าฉี่ไม่ออก ไม่กี่วัน หลังจากนั้น ท่านก็เสียชีวิต  เดิมแพทย์วินิจฉัยว่าอาจเกิดจากนิ่วในกระเพาะ ปัสสาวะ  แต่ภายหลังเชื่อว่าเกิดจากไตวาย เพราะการกลั้นปัสสาวะครั้งนั้นมากกว่า.


โดย : นายฉงน
ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

22 มี.ค. 2557 12:08 22 มี.ค. 2557 12:14 ไทยรัฐ