วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพิ่งจะรู้ว่าปิดแล้ว... อำลา "ง่วนหลี" หลังสวน

โดย ซูม


ก็เพิ่งจะทราบข่าวล่ามาเรือเอี้ยมจุ๊นเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วนี่เองว่า ร้านข้าวต้ม “ง่วนหลี” ที่ซอยหลังสวนด้านติดกับสวนลุมพินี ที่เป็นร้านเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ คู่สวนลุมพินีมากว่า 50 ปี ปิดตัวเองไปเรียบร้อย

สาเหตุก็เพราะไม่ได้มีธุระปะปังผ่านไปทางย่านนั้นเลยเป็นเวลานาน และก็ไม่ได้ติดตามข่าวทางสังคมสื่อสารออนไลน์ที่เขาบอกว่ามีการพูดถึง “ง่วนหลี” พอสมควรทีเดียว เมื่อวันปิดตัวเองในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา

จนกระทั่งพรรคพวกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนปราศรัยของกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ แวะไปร่วมชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทรศัพท์มา

รายงานว่า  ฟังท่านกำนันอยู่จนถึง 3 ทุ่มเศษๆ รู้สึกหิวและนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าเดินอ้อมสวนลุมฯ ไปทางด้านเหนือ จะมีร้านอาหาร “หลังสวนง่วนหลี” ตั้งอยู่

จะรับประทานข้าวต้มก็ได้ หรือจะสั่งอาหารจีนแบบอาหารเหลามีคลาสมาเป็นพิเศษก็ได้...และเคยเป็นที่พึ่งพาของคนรุ่นเก่ารุ่นแก่มาไม่น้อยกว่ากึ่งศตวรรษ

พรรคพวกก็เหมือนหัวหน้าทีมซอกแซก อยู่อย่าง คือไม่ค่อยได้มาย่านนี้เสียนาน แต่ก็ยังนึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงเหมือนเดิม อย่างไรเสียร้านข้าวต้มง่วนหลีก็คงจะอยู่ ณ ที่เดิม

ที่ไหนได้พอเดินมาถึงบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของร้านข้าวต้มลือชื่อ และเป็นเพื่อนของคนนอนดึกมานานนักหนา...พรรคพวกก็สะดุ้งสุดตัว เพราะบริเวณดังกล่าวกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีอาคารอันใดเหลืออยู่แม้แต่หลังเดียว

ถูกทุบเกลี้ยงไปหมด และกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการที่จะก่อสร้างขึ้นใหม่

เนื่องจากเป็นเวลาค่ำมืดพอสมควร และช่วงนั้นไม่มีผู้คนเดินไปมาเลย พรรคพวกไม่รู้จะหาข่าวจากใคร จึงรีบขับรถกลับบ้านเพื่อไปปรึกษา “อากู๋” หรือ กูเกิล...ดอทคอม สัพพัญญูยุคไฮเทค กดพรวดไปที่คำว่า “ง่วนหลี”

ก็เลยรู้ข่าวจากอากู๋นั้นเอง เพราะมีรายงานล่าสุดโพสต์เอาไว้หลายๆรายงานระบุว่า ร้านอาหารง่วนหลีปิดกิจการเรียบร้อย และสำหรับบริเวณร้านที่โดนทุบทิ้งไปแล้วนั้น จะกลายเป็นคอนโดฯในอีกไม่นานข้างหน้า

พรรคพวกจึงรีบโทรศัพท์ส่งข่าวถึงหัวหน้าทีมซอกแซกเป็นการด่วน และเมื่อหัวหน้าทีมลองเข้ากูเกิลไปตรวจสอบดูก็ได้คำตอบว่า ง่วนหลี ปิดแล้วจริงๆ และก็ไม่มีการบอกกล่าวเอาไว้เสียด้วยว่า จะไปเปิดใหม่ที่ไหนอย่างไร จึงขออนุญาตลัดคิวเขียนอำลาอาลัยให้ในสัปดาห์นี้ทันทีเลยครับ

จากแฟ้มความทรงจำของหัวหน้าทีมซอกแซก ระบุเอาไว้ว่า มีโอกาสไปลิ้มรสข้าวต้มกุ๊ย พร้อมด้วยสารพัดกับข้าวที่ร้าน “ง่วนหลี” ซอยหลังสวนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2513 หรือประมาณ 43-44 ปีที่ผ่านมา

ช่วงนั้นหัวหน้าทีมเพิ่ง กลับจากสหรัฐฯหมาดๆ ไปสมัครเป็นพนักงานแปลข่าวต่างประเทศภาคค่ำของหนังสือ พิมพ์ไทย และได้รับมอบหมาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม ทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์

เพียงไม่กี่คืนที่เข้าเวรก็โชคดีมีลาภปากเมื่อ บก.ใหญ่ พี่ มานะ แพร่พันธุ์ พาไปเลี้ยง หลังจากปิดข่าวรอบดึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยกขบวนกันไปเกือบ 10 คน เห็นจะได้

กับข้าวที่พี่มานะสั่งมาเต็มโต๊ะคืนนั้น มีเป็ด พะโล้จานใหญ่ๆ ลิ้นเป็ดพะโล้โดยเฉพาะอีก

จานใหญ่ๆ ตามด้วยไส้หมูพะโล้ทอดกรอบ หมู สามชั้นผัดต้นกระเทียม, หอยกะพงทั้งเปลือกผัดกะเพรา, แกงจืดลูกชิ้นยักษ์ และปูดองอีก 1 จานใหญ่ ล้วนแต่เป็นเมนูแถวหน้าของง่วนหลีใน พ.ศ.โน้น

เรานั่งดื่มไป รับประทานข้าวต้มกันไปจากตี 1 เป็นตี 2 ตี 3 ร้านก็ยังเสิร์ฟอยู่เรื่อยๆ และลูกค้าก็ยังมาอุดหนุนอยู่เรื่อยๆ

สักพักหนึ่งก็มีรุ่นพี่รุ่นเดอะจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ เดินเรียงหน้าเข้ามาเป็นแถวๆ ส่งเสียงทักทายกับพี่มานะ และพี่ๆในสังกัดพิมพ์ไทยที่มาด้วย เสียงดังลั่นไปหมด

เรียกว่าถ้ามีปฏิวัติรัฐประหารจะจับคน หนังสือพิมพ์ไปเข้าคุก สามารถมาดักจับได้ที่ร้านนี้ เลย ตั้งแต่ตี 1 เป็นต้นไป เพราะมากันแทบทุกค่ายและทุกคืน

หลังจากคืนนั้นแล้ว หัวหน้าทีมก็แว่บไปอุดหนุนอีกหลายครั้งตามประสาคนนอนดึก ที่ต้องมีข้าวต้มรองท้องก่อนกลับหอพัก (ช่วงนั้นยังโสด)
เวียนวนอยู่ 2-3 ร้าน ระหว่าง ง่วนหลี หลังสวน กับร้านข้าวต้ม นิยม สุรวงค์ (เจ้าตำรับยำกุ้งแห้ง+หมูต้มฝานจิ้มเต้าเจี้ยว) และข้าวต้มหน้าวัดบวรฯ (เจ้าตำรับผักบุ้งไฟแดง)

จนกระทั่งย้ายวิกมาอยู่ไทยรัฐแล้ว จึงเริ่มห่างเหินร้านง่วนหลีไปบ้าง เพราะโรงพิมพ์ค่อนข้างไกล  แถมยังย้ายบ้านไปอยู่ที่บางกะปิ ซึ่งถือว่าไกลสุดกู่ในสมัยโน้น

ถึงกระนั้นไม่ต่ำกว่าปีละ 2-3 ครั้ง ที่ยังมีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียน เพื่อเติมอาหารให้เต็มท้อง หลังจากไปงานแต่งงานตามโรงแรมใหญ่ๆในละแวกนั้น ซึ่งส่วนมากมักจะเลี้ยงแบบค็อกเทล รับประทานได้แค่ครึ่งท้องเท่านั้นเอง

ล่าสุดที่กลับไปแทะปีกเป็ดพะโล้และลิ้นเป็ดพะโล้ ตามด้วยยำลูกชิ้นยักษ์ กระเพาะปลาผัดแห้ง พร้อมด้วยเมนูใหม่ประเภทอาหารทะเล ปิ้งย่างอีกชุดหนึ่ง ก็ราวๆเกือบปีมาแล้ว

เนื่องจากทุกครั้งที่ไปก็ยังเห็นลูกค้าไปอุดหนุนเนืองแน่น ทำให้หัวหน้าทีมซอกแซกทึกทักอยู่ตลอดเวลาว่า ง่วนหลีคงจะตั้งอยู่ ณ ที่เดิมโดยไม่โยกย้ายไปไหน

จึงบังเกิดความช็อกและรู้สึกใจหายทันทีที่ได้รับทราบข่าวว่า ง่วนหลีปิดตัวเองแน่นอน และยังไม่มีโครงการไปเปิดที่ไหน เนื่องจากทายาท รุ่นหลังๆคิดจะวางมือกันหมดแล้ว

ขออนุญาตกล่าวคำอำลาอาลัยแสดงความโหยหาและโหยหิวไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ และหากเปลี่ยนใจจะกลับมาเปิดกิจการเมื่อไร ณ แห่งหนตำบลใด อย่าลืมแจ้งข่าวมาด้วย...จะรีบตามไปอุดหนุนโดยไม่ชักช้า

เสียดายฝีไม้ลายมือน่ะครับหากจะตัดสินใจ แขวนตะหลิว แขวนหม้อต้มพะโล้ และแขวนปังตอไปชั่วนิรันดร์ดังที่ได้ยินข่าวมา

หมายเหตุ ภาพประกอบวันนี้ขอหยิบยืมมาจากนิตยสาร Health & Cusine ฉบับมีนาคม เป็นภาพหมู 3 ชั้นพะโล้ผัดแห้ง เห็นแล้วนึกถึง 3 ชั้นผัดกระเทียมของง่วนหลี ที่มีหน้าตาคล้ายๆกันขึ้นมาติดหมัด ขออนุญาตนำมาลงให้น้ำลายสอไปพลางๆนะครับ.


“ซูม”

22 มี.ค. 2557 10:41 22 มี.ค. 2557 10:41 ไทยรัฐ