วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยื่นฟ้องผู้รับผิดชอบ ปมไฟไหม้บ่อขยะ


ตั้งแต่นายกเล็ก ยันผู้ว่าฯ-อธิบดี ชงเก็บค่าบําบัด

ปัญหาไฟไหม้บ่อขยะปากน้ำทำให้ควันไฟฟุ้งกระจายสร้างความเดือดร้อนชุมชนใกล้เคียงเริ่มคลี่คลาย ควันไฟเริ่มลดลงเหลือพื้นที่ราว 15 ไร่ คาดอีก 2 วัน เข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ยอดผู้ป่วยทะลัก 940 ราย ส่วนผู้ได้รับผลกระทบแห่เข้าแจ้งความแล้วกว่า 700 ราย ด้านนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เทศมนตรีตำบลแพรกษา ผวจ.สมุทรปราการ และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมต่อศาลปกครองฐานละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายให้ต้องปฏิบัติ ขณะที่อธิบดีกรมอนามัยได้ทีเตรียมเสนอกฎหมายให้เก็บเงินค่าบำบัดขยะ

ความพยายามดับไฟไหม้บ่อขยะเอกชนในซอยแพรกษา 8 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการดำเนินการต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทหารกองพลทหารราบที่ 11 โดยมีเฮลิคอปเตอร์จากกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน 2 ลำ ร่วมสนับสนุนการดับเพลิงที่คุกองขยะซึ่งมีควันไฟหนาแน่นอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่

ด้าน พ.ต.ท.สรวิท สุขแพทย์ พงส.ชนพ.สภ.บางปู กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวเข้าแจ้งความแล้วกว่า 700 ราย
ซึ่งจะรวบรวมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งให้กับผู้ประกอบการเข้ามาจ่ายเงินเยียวยา ถ้าผู้ประกอบการไม่รับดูแลในส่วนนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ส่วนผู้ประกอบการบ่อขยะหลังจากได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำเบื้องต้นได้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อมาอำนวยความสะดวกในการดับไฟในบ่อขยะให้เรียบร้อย จากนั้นจะเรียกเข้าสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมานายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศ์กรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.สมุทรปราการ ตรวจความคืบหน้าการดับไฟบ่อขยะ ก่อนจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบของบ่อขยะและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนายวิสุทธิ์กล่าวว่า หมอกควันเบาบางลงมากกว่าทุกวันเป็นผลที่น่าพอใจ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจากหลายหน่วยงาน ทำให้การระงับกลุ่มควันเป็นไปตามแผนที่ได้ตั้งไว้ ส่วนพื้นที่บ่อขยะที่ยังมีควันฟุ้งเหลืออยู่ประมาณ 15 ไร่ คาดว่าไม่เกิน 2 วัน จะเข้าสู่ภาวะปกติ

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษจากไฟไหม้บ่อขยะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องเฝ้าระวังต่อไป ส่วนหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ สธ.ออกให้บริการ 2 จุดได้แก่ ที่ อบต.แพรกษาและที่วัดแพรกษา มีผู้ได้รับผลกระทบสัมผัสควันไฟบ่อขยะเข้ารับการตรวจรักษารวม 940 ราย ส่วนใหญ่ระคายเคืองตา แสบคอ แสบจมูก สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบ 8 เดือนที่นอนรักษาที่ รพ.สมุทรปราการ ด้วยอาการปอดติดเชื้อ ขณะนี้อาการดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะเพิ่มเติมในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง เพื่อประเมินการทำงานของตับและไต และจะติดตามให้ได้ทั้งหมด

ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เทศบาลตำบลแพรกษา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 เรื่องละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายให้ต้องปฏิบัติ จากเหตุเพลิงไหม้กองขยะอย่างรุนแรงภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ที่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ พื้นที่กว่า 100 ไร่ ตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 16 มี.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 21 มี.ค.

โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งหรือคำพิพากษา 1.ให้ผู้ถูกฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการอันตรายของผู้ประกอบการหรือเจ้าของพื้นที่ดินที่เกิดเหตุไฟไหม้ หรือสั่งปิดกิจการเสีย 2.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการควบคุมจัดการกองขยะ น้ำเสีย มลพิษต่างๆ ไม่ให้แพร่กระจายออกสู่สภาพสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ และ 3.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและการบำบัดมลพิษที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นำมาบำบัดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยค่าใช้จ่ายให้ผู้ถูกฟ้องคดี หรือเจ้าของที่ดินหรือผู้ประกอบกิจการ พร้อมกันนี้ผู้ฟ้องยังได้ขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้ ศาลปกครองแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ส. 11/2557 เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งใดๆต่อไป

ที่ห้องประชุมอาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าวเรื่องปัญหาบ่อขยะ ภัยใกล้ตัวจากกรณีไฟไหม้บ่อขยะที่ จ.สมุทรปราการ โดยนายพิชญ รัชฎาวงศ์ อาจารย์ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า หลังจากที่ใช้น้ำจำนวนมากในการดับเพลิง สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ น้ำที่ใช้ในการดับเพลิงจะเป็นน้ำเสียที่ต้องนำมาบำบัด และการที่เกิดการลุกไหม้เป็นเวลานาน อาจทำให้โครงสร้างของบ่อขยะอ่อนตัวและเกิดยุบตัวได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ระมัดระวังหรือใช้อุปกรณ์สำรวจโครงสร้างบ่อขยะก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วย รวมทั้งตรวจสอบว่ายังมีการลุกไหม้ในกองขยะหรือไม่โดยตรวจสอบว่ามีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิของบ่อขยะ

ขณะเดียวกัน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงปัญหาขยะว่า ในการเก็บเศษขยะตามบ้านเรือนยังไม่มีการเก็บเงินค่าบำบัดขยะ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กับการพัฒนาท้องถิ่นนั้นต้องมีค่าบำบัดขยะด้วย คณะกรรมการ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จึงมีมติที่จะให้ออกกฎกระทรวงสาธารณสุขให้ อบต.ของแต่ละพื้นที่เก็บค่าบำบัดขยะตามน้ำหนักของขยะแต่ถ้าใน 1 สัปดาห์น้ำหนักขยะของบ้านใดไม่เกิน 4 กิโลกรัมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอให้มีคณะรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขใหม่ก่อน เพื่อนำเรื่องเข้า ครม.และออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อที่เทศบาลจะได้นำไปออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อเก็บค่ากำจัดขยะได้ รวมทั้งต้องมีการอบรมชาวบ้านให้มีความรู้เรื่องการแยกขยะในระดับครัวเรือนด้วย

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการการสาธารณสุขระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ตั้งไป 32 จังหวัดและตั้งเป้าว่าจะตั้งให้ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมถึงกรุงเทพฯด้วย เมื่อมีคณะอนุกรรมการเกิดขึ้นแล้วต่อไปเวลาชาวบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหา สิ่งแวดล้อมต่างๆก็สามารถร้องเรียนได้ และหากมีการตรวจสอบแล้วพบมีผู้กระทำความผิดจริงจะมีโทษจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และจะมีการปรับเพิ่มโทษใหม่อีกครั้งให้เท่ากับ พ.ร.บ.อาหาร คือมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณีไฟไหม้บ่อขยะ เมื่อถามว่าความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกรณีไฟไหม้บ่อขยะจนเกิดมลพิษที่สมุทรปราการ พบว่า ร้อยละ 33.62 ความมักง่ายของผู้ประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 22.41 คนในชุมชนได้รับความเดือดร้อน ร้อยละ 15.52 ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ร้อยละ 12.50 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดูแล ร้อยละ 9.49 ขาดการจัดการขยะที่ถูกต้อง ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟไหม้บ่อขยะ พบว่า ร้อยละ 38.49 การสะสมของขยะอันตราย ร้อยละ 19.72 อากาศร้อน ร้อยละ 15.96 ความ เห็นแก่ตัวของผู้ประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 12.68 ความประมาท และร้อยละ 8.92 ตั้งใจเผาทำลายขยะ เมื่อถามถึงวิธีป้องกันไฟไหม้บ่อขยะพบว่า ร้อยละ 32.96 เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีมาตรการทางกฎหมายและบทลงโทษที่เข้มงวดร้อยละ 21.24 มีการจัดระบบในการทิ้งขยะที่ถูกวิธี ร้อยละ 18.99 มีการเฝ้าระวังป้องกันบ่อขยะใหญ่ และร้อยละ 11.73 ไม่ควรมีบ่อขยะขนาดใหญ่ในแหล่งชุมชน

22 มี.ค. 2557 07:40 22 มี.ค. 2557 07:58 ไทยรัฐ