วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่า2ทหารอินโดฯ


ขณะตรวจเรือประมงไทย สถานทูตชวา-จี้ล่าลูกเรือ

อินโดฯเดือด หลังทหารเรือ 2 นาย ถูกลูกเรือประมงไทยฆ่าทิ้งในน่านน้ำสากล ขณะขึ้นไปตรวจสอบบนเรือ สถานทูตประสานด่วนมา ยัง รมว.ต่างประเทศ ให้สืบหาข้อเท็จจริงและกลุ่มผู้ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว ล่าสุดทางการอินโดนีเซียมีคำสั่งห้ามเรือประมงสัญชาติไทยเข้าน่านน้ำอินโดนีเซียเด็ดขาด หากสางคดีไม่เสร็จ ด้าน ผบ.ตร.ระดมมือดีเข้าคลี่คลายหวั่นกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ลูกเรือประมงไทยโหดรุมฆ่า 2 ทหารเรืออินโดนีเซียทิ้งทะเลในน่านน้ำสากล ทางการอินโดฯประสานกระทรวงต่างประเทศไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติล่าตัวด่วน เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 มี.ค.สถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย มีหนังสือประสานมายังนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือติดตามข้อมูลสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีทหารเรืออินโดนีเซีย 2 นาย ถูกลูกเรือประมงไทยจับกุมขณะขึ้นไปตรวจสอบบนเรือ ขณะลอยลำจับสัตว์น้ำ ที่บริเวณหมู่เกาะนาทูนา แถบทะเลใต้ ใกล้น่านน้ำมาเลเซีย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผลการสอบสวนพบว่าทหารเรืออินโดนีเซีย 2 นาย คือ จ.ส.อ.Alfriansyah และ Phl Edi ถูกสังหารและโยนศพทิ้งทะเล ขณะนี้ยังไม่พบศพ ส่วนเรือต้องสงสัยที่ก่อเหตุแล่นหลบหนีเข้ามาจอดที่ท่าเทียบเรือสงขลา อ.เมืองสงขลา รัฐบาลอินโดนีเซียมอบหมายผู้ช่วยทูตทหาร ประจำกรุงจาการ์ตา ประสานข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบเรือประมงไทยสัญชาติอินโดนีเซีย ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งนี้ จำนวน 3 ลำ ได้แก่ 1.เรือ KM Matahart 2. เรือ KM Mustika Cahaya-39 และ 3.เรือ KM Mutiara Mina-39

โดยเอกสารกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า เหตุการณ์เรือประมงไทยถูกกล่าวหาว่าจับกุมตัวและสังหารทหารเรืออินโดนีเซีย มีความละเอียดอ่อนทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับเหตุดังกล่าวเกี่ยวพันกับการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารสังกัดกองทัพเรือ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทางการอินโดนีเซียให้ความสำคัญในการติดตามและสืบหาข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิดจากทางการไทย กระทรวงการต่างประเทศจึงประสานไปยังกองการต่างประเทศและกองบังคับการตำรวจน้ำ ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ในการแจ้งข้อมูลกับทางการอินโดนีเซียและเป็นการแสดงความจริงใจของรัฐบาลไทยในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่กองทัพเรือกรมประมง กรมเจ้าท่า และสมาคมผู้ประกอบการประมง ร่วมตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงทั้งหมด

มีรายงานว่าทางการอินโดนีเซียได้ตรวจสอบกับทางสมาคมผู้ประกอบการเรือประมงไทย พบว่าเรือไทยสัญชาติอินโดนีเซียทั้ง 3 ลำไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายอินโดนีเซีย โดยผู้ประกอบการเรือประมงไทยมีความเป็นห่วงต่อแนวโน้มที่ทางการอินโดนีเซียจะเข้มงวดกวดขันจับกุมเรือประมงไทยที่เข้าไปทำประมงในน่านน้ำอินโดนีเซียเพิ่มมากขึ้น ส่ง ผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมงไทยที่เข้ามาจับสัตว์น้ำในน่านน้ำของอินโดนีเซียอย่างถูกต้องตาม กฎหมาย ล่าสุดทางการอินโดนีเซียมีคำสั่งห้ามเรือประมงสัญชาติไทยเข้าน่านน้ำอินโดนีเซียเด็ดขาด เพื่อรอผลการสอบสวนในกรณีทหารเรืออินโดนีเซียเสียชีวิต

ช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พ.ต.อ.เอโก้ รูดิ ซูดาร์โต้ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจสถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต. อภิชาติ สุระบุญญา ผบก.ตท. เพื่อหารือข้อมูลและแนวทางการสืบสวนเรือประมงไทยชื่อ KM Mutiara Mina-39 หรือ “นัตตยา 7” ที่คาดว่าจะก่อเหตุฆ่าทหารเรืออินโดนีเซีย 2 นาย โดยคดีนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้ควบคุมคดีทั้งหมด เบื้องต้น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งของกองบังคับการตำรวจน้ำ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ในวันที่ 24 มี.ค. ที่กองบังคับการตำรวจน้ำสงขลา โดยมีผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจเข้าร่วมประชุมเพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมด โดยสั่งการตรวจสอบรายละเอียดเจ้าของเรือ ไต้ก๋งเรือ และลูกเรือลำที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมทหารเรืออินโดนีเซียเป็นการด่วน

22 มี.ค. 2557 07:36 22 มี.ค. 2557 07:36 ไทยรัฐ