วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟ้องศาลปกครอง ถอนใบอนุญาตผู้ประกอบการ พื้นที่บ่อขยะ'บางปู'

“ นายกสมาคมต้านโลกร้อน” ฟ้องศาลปกครอง สั่ง “ ผู้ว่าฯสมุทรปราการ และพวก 3 คน ” เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการอันตรายพื้นที่ไฟไหม้กองขยะนิคมบางปูกว่า 100 ไร่ ...

วันที่ 21 มี.ค.ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ  นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นฟ้อง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแพรกษา จ.สมุทรปราการ , เทศบาลตำบลแพรกษา จ.สมุทรปราการ , ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4  เรื่องละเลยต่อหน้าที่ ที่กฎหมายให้ต้องปฏิบัติ

โดยคำฟ้องระบุว่า  เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้กองขยะอย่างรุนแรงภายใน ซอย8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ที่4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  พื้นที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งเพลิงลุกไหม้ตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 16 มี.ค. ต่อเนื่องจากถึงวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งแม้หน่วยงานในภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะควบคุมเพลิงไหม้ ไม่ให้แผ่ขยายวงกว้าง แต่ไฟก็ยังไม่อาจดับสนิท โดยยังมีไอความร้อน และกลุ่มควันออกมาจากกองขยะดังกล่าวตลอดเวลา ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 จะต้องบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ต่อการคุ้มครองวิถีชีวิต สวัสดิภาพ สุขภาพอนามัย ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550มาตรา 67 วรรคแรก ประกอบมาตรา 290 ที่ให้ความคุ้มครองไว้ แต่ว่า ผู้ถูกฟ้องกลับปล่อยปละละเลยในการติดตาม ตรวจสอบ หรือการใช้อำนาจในการอนุมัติ/อนุญาต การประกอบกิจการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการดำเนินกิจการที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการดำรงชีพของประชาชน โดยไม่ได้ดำเนินการสั่งห้ามหรือควบคุมเข้มงวดอย่างเพียงพอ

อีกทั้งการประกอบการจำกัดขยะในพื้นที่ดังกล่าว ก็ไม่ได้บังคับให้ดำเนินการตามหลักวิชาการหรือการกลบฟังอย่างถูกสุขลักษณะ แต่ปล่อยให้มีการนำขยะเข้าไปทิ้ง ทั้ง ขยะพิษ กากของเสียอุตสาหกรรม ที่มีการประกาศหรือระเบียบของผู้ถูกฟ้องที่ 4 อธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม ควบคุมมาทิ้งกระจัดกระจายกองขยะ จนกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ง่ายต่อการติดไฟและลุกไหม้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนินมลพิษและก่อให้เกิดการแพร่กระจายมลพิษไปทั้งระบบน้ำ ใต้ดิน บนดิน และในบรรยากาศตามที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 บัญญัติควบคุมไว้

โดยสถานที่ทิ้งขยะในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ท่ามกลางแหล่งชุมนุมของเทศบาลตำบล มีชุมชนโดยรอบกว่า 15 ชุมนม มีหมู่บ้านจัดสรรสร้างขึ้นโดยรอบในรัศมี 5 กม. จึงเป็นการไม่เหมาะสม ที่นายกเทศมนตรี ตำบลแพรกษา และเทศบาลตำบลแพรกษา ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2  จะ ใช้อำนาจทางปกครองเห็นชอบหรืออนุมัติให้เจ้าของที่ดิน หรือ เจ้าของกิจการหรือผู้ใดใช้พื้นที่นั้นเป็นสถานที่ทิ้งขยะใดๆ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวก็เคยเกิดไฟไหม้กองขยะอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่เป็นข่าว

โดยเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 55 มี การรายงานผ่านสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถจับกุมผู้ลักลอบนำของเสียอันตรายหรือกากอุตสาหกรรม มาทิ้งที่กองขยะแห่งนี้ นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังพบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ถูกฟ้องที่3 ยังละเลยให้มีผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไป หรือกากของเสียอุตสาหกรรม ไปทิ้งไว้บริเวณยังพื้นที่ข้างคลองชลประทาน ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ อีกด้วย ซึ่งสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ก็ ไม่สามารถควบคุมสั่งการการดับไฟให้เป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตามหลักวิชาการควรใช้ปูนขาว (แคลเซียมคาร์บอเนต) ในการปรับเสถียร ซึ่งไม่ยุ่งยากและมีราคาค่าใช้จ่ายถูกที่สุด

โดยมลพิษที่แพร่กระจายออกจากการเผาไหม้กองขยะ นอกจากจะเป็นก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์สูงถึง 175 พีพีอาร์เอ็ม (PPRM) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 27 ) และรัศมีรอบบ่อขยะ 200 เมตร ก็ยังพบว่ามีก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ 10-15 พีพีอาร์เอ็ม และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 10-22 พีพีอาร์เอ็ม (ค่ามาตรฐาน 0.2 )ส่วนรัศมีพื้นที่ 1 กม. มีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 5-8 พีพีอาร์เอ็ม นอกจากนั้น ยังพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ภายในรัศมีดังกล่าว จึงถือว่าเป็นโซนสีแดง ควรจะต้องอพยพชาวบ้านออกทั้งหมด ส่วนพื้นที่รัศมี 2 กม. มีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2-4 พีพีอาร์เอ็ม จัดเป็นพื้นที่สีเหลือง

โดย กลุ่มเสี่ยงอาทิ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการเข้าตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ และในส่วนสถานที่ดังกล่าวไม่ได้มีการขอรับใบอนุญาตให้เป็นศูนย์กำจัดกากอุตสาหกรรมแต่อย่างใด แต่มีการขออนุญาตอยู่ 2ประเภทคือ 1 การขออนุญาตเกี่ยวกับกิจการสุขภาพ ตามพ.ร.บ.สาธารณสุข 2535  เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 54 ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 มีอำนาจอนุญาต ซึ่งเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยเท่านั้นและ 2 การขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามใน รง.4 ตาม พ.ร.บ.โรงงานฯ ออกเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 55 แต่กลับกลายเป็นใบขออนุญาตทำปุ๋ย ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 4 ไม่ ได้ทำการตรวจสอบชัดเจนเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขคำขอหรือไม่ ซึ่งภายหลังกลับนำขยะมาเททิ้ง และไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการฝังกลบหรือกำจัดขยะที่ถูกต้อง

ผู้ฟ้องจึงนำคดีมาขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งหรือคำพิพากษา 1.ให้ผู้ถูกฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการอันตรายของผู้ประกอบการหรือ เจ้าของพื้นที่ดินที่เกิดเหตุไฟไหม้ หรือ สั่งปิดกิจการเสีย 2.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการควบคุมจัดการกองขยะ น้ำเสีย มลพิษต่างๆไม่ให้แพร่กระจายออกสู่สภาพสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ และ 3.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและการบำบัดมลพิษที่เกิดขึ้น ทั้งหมดให้นำมาบำบัดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยค่าใช้จ่ายให้ผู้ถูกฟ้องคดีหรือเจ้าของที่ดินหรือผู้ประกอบกิจการ

พร้อมกันนี้ ผู้ฟ้องยังได้ขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้ ศาลปกครองแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ส. 11/2557 เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งใดๆ ต่อไป.

“ นายกสมาคมต้านโลกร้อน” ฟ้องศาลปกครอง สั่ง “ ผู้ว่าฯสมุทรปราการ และพวก 3 คน ” เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการอันตรายพื้นที่ไฟไหม้กองขยะนิคมบางปูกว่า 100 ไร่ ... 21 มี.ค. 2557 23:56 ไทยรัฐ