วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แถลงการณ์ 6ข้อ พท.อัด ศาลรธน.ย้ำไร้อำนาจตัดสิน ลต.2ก.พ.โมฆะ

แถลงการณ์ 6ข้อ พท.อัด ศาลรธน.ย้ำไร้อำนาจตัดสิน ลต.2ก.พ.โมฆะ

  • Share:

พท. ออกแถลงการณ์ 6 ข้อ อัด ศาลรธน.ไร้อำนาจตัดสินเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ปลุกประชาชน ร่วมสู้อำนาจนอกระบบทุกรูปแบบ แต่ปัดไม่ได้ปฏิเสธอำนาจศาลรธน. ถ้าปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย

วันที่ 21 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหาร และแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงการณ์ พรรคเพื่อไทยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีมติให้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะ ว่า ข้อ 1. พรรคขอยืนยันในข้อกฎหมายว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ไม่ได้ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ และไม่มีรัฐธรรมนูญ มาตราใดให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาได้เช่นกัน การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักนิติธรรมตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 197 และ มาตรา 3 วรรคสอง การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญเสมือนเป็นการบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้นใช้เองตามใจชอบ เป็นการเวนคืนอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปเป็นของศาลรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ

ข้อ 2. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการสร้างปัญหา และมีผลกระทบต่อส่วนรวม เพราะการตัดสินว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่เกิดจากการขัดขวางการเลือกตั้งโดยคนส่วนน้อย จะเป็นบรรทัดฐานให้มีการดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป ตราบใดที่ผู้ขัดขวางยังไม่สมประโยชน์ของตน และสุดท้ายแม้จะออกพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้งใหม่ ถ้ายังมีการขัดขวางการเลือกตั้ง ผลก็จะออกมาว่าการเลือกตั้งใหม่เป็นโมฆะอีก เมื่อเป็นเช่นนี้จะต้องใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชนอีกเท่าไหร่ถึงจะจัดการเลือกตั้งได้ และบ้านเมืองจะเดินไปได้อย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับผิดชอบอย่างไรต่อการตัดสินของตน ศาลมีหน้าที่ยุติปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นใหม่ พรรคจึงเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกลับจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับบ้าน เมืองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และเป็นที่น่าเห็นใจประชาชนที่ต้องยอมฝ่าอันตรายเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ข้อ 3. พรรคเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองในขณะนี้ เกิดจากความต้องการการเมืองนอกระบบของกลุ่ม กปปส.และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเห็นอยู่ตำตาว่า ม็อบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส.ชุมนุมผิดกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ต้องการสภาประชาชน และนายกฯ มาตรา 7 อันเป็นวิธีการนอกรัฐธรรมนูญ เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องตาม มาตรา 68 ศาลรัฐธรรมนูญ กลับไม่รับวินิจฉัย มิหนำซ้ำกลับไปบอกว่า เป็นการชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า มีการใช้อาวุธสงครามในหลายสถานที่ของผู้ชุมนุม ซึ่งหากศาลรับวินิจฉัย และมีคำสั่งห้ามมิให้ม็อบ กปปส.กระทำการโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการขัดขวางการเลือกตั้ง ปัญหาก็ไม่เกิดมาถึงทุกวันนี้ แต่พอผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทั้งที่ไม่มี อำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญกลับวินิจฉัย และตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงขอให้ประชาชนได้พิจารณาถึงมาตรฐานการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นไปด้วย ความสุจริต และยุติธรรมหรือไม่

ข้อ 4. พรรคเห็นว่า ที่มาและทัศนคติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ มีปัญหาตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีกำเนิดมาจากการแต่งตั้งตามคำสั่งของคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตุลาการหลายท่านไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 หลังจากนั้นได้สร้างผลงานที่ส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่าย พรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่การยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อไปตั้งพรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบพรรคอีกพร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรคทั้งหมด การตัดสินคดีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างน่ากังขา มาถึงพรรคเพื่อไทยก็ตัดสินว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อาจทำได้ไม่ว่าทั้งฉบับ หรือรายมาตรา ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งถึงคดีนี้ก็วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกแล้ว ต่างกับคดีที่มีการร้องพรรคประชาธิปัตย์ และนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะเรื่องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ คดีเงินบริจาค 258 ล้าน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยกคำร้องเพียงเหตุผลง่าย ๆ ว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่ทำความเห็น ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามคำร้อง กกต.ระบุชัดเจนว่า มีการทำผิดจริง หรือคดีที่มีการร้องให้วินิจฉัยตาม มาตรา 68 กรณีม็อบ กปปส. ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับวินิจฉัย รวมถึงคดีที่ร้องให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาล่าช้าจนมีการยุบสภา แล้วจำหน่ายคดีในที่สุด จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมถึงความไม่เป็นกลางทางการเมืองของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่

ข้อ 5. พรรคขอยืนหยัดในอุดมการณ์ทางการเมืองว่า พรรคยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายมาโดยตลอด การทำงานของพรรคยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมรับฟังเสียงและการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน พรรคไม่เคยปฏิเสธการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าการใช้อำนาจนั้นอยู่ในกรอบแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดังนั้น พรรคย่อมมีความชอบธรรมที่จะดำเนินการทุกวิธีทาง เพื่อรักษาไว้ซึ่งกติกาตามระบอบประชาธิปไตย

ข้อ 6. การเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เกิดจากการกระทำที่ไม่สุจริตของหลายฝ่าย ตั้งแต่การประกาศล้มรัฐบาลของ กปปส.และแนวร่วมโดยไม่ใช้วิธีทางตามรัฐธรรมนูญ การไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ การขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งของ กปปส. และแนวร่วม ความไม่เต็มใจจัดการเลือกตั้งของ กกต. การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องไปใช้สิทธิ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ 50 กว่าพรรค ตลอดจนประชาชน 20 ล้านคนเศษ ได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่โดยสุจริต ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่ศาลรัฐธรรมนูญ กลับวินิจฉัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่คนไม่สุจริตและไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต้องการ จึงเป็นการทำลายศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อสถาบันศาล นำความเสื่อมเสียต่อสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นการซ้ำเติมให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ และรังแกจิตใจของผู้รักประชาธิปไตย และความเป็นธรรมอย่างไม่ไยดีและไม่รับผิดชอบ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อประมวลภาพของการมุ่งทำลายล้างพรรคเพื่อไทย และกลุ่มการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทย จะเห็นได้ว่า การใช้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ของกลุ่มบุคคลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง และมุ่งทำลายฐานอำนาจทางการเมืองฝ่ายที่นิยมประชาธิปไตย โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายทางการเมืองได้ปรากฏภาพให้เห็นโดยประจักษ์ ทั้งกระทำโดยองค์กรเอง หรือรับลูกกันเป็นทอดๆ อย่างเป็นระบบ อันเดียวกันกับเมื่อปี 2549 พรรคจึงขอให้ประชาชนได้ร่วมกันต่อสู้กับการใช้อำนาจนอกระบบทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยวิธีการสันติ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยวิธีการสันติ

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้