วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทบ.เชื่อยังมีก่อเหตุรุนแรง ทหารคงอยู่ช่วยเหลือ ปชช.

ทบ.เชื่อยังมีก่อเหตุรุนแรง ทหารคงอยู่ช่วยเหลือ ปชช.

  • Share:

"ทบ." เชื่อเหตุการณ์ยังมีผู้ไม่หวังดีลอบก่อเหตุ จึงต้องให้ทหารคงอยู่ดูแล เตือนอย่าโจมตีบิดเบือน "บังเกอร์ทหาร" ทำสับสน แต่เป็นจุดช่วยเหลือบริการประชาชน ป้องกันภัยให้ทหารที่เสียสละมาดูแลความสงบ หน่วยข่าวประเมินยังจะมีก่อเหตุรุนแรง...

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 57 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลได้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยคงใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่ในส่วนทหารยังคงตั้งบังเกอร์ทหาร ว่า เพราะปัจจุบันยังคงปรากฏเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงของผู้ไม่หวังดี ที่พยายามกระทำต่อเป้าหมายต่างๆ อยู่ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงยังคงให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ โดยขณะนี้จากข้อสรุปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงจำเป็นต้องอาศัยมาตรการในการเฝ้าระวัง ผ่านทางจุดตรวจปกติ และจุดตรวจเพื่อความมั่นคง ที่จะต้องพยายามจะปฏิบัติให้ครอบคลุมพื้นที่ที่อาจเป็นเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เพื่อตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ

"จุดตรวจต่างๆ ที่ผ่านมา ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก จากสถานการณ์ที่ผ่านมา แต่เมื่อมีบางกลุ่มนำไปบิดไป เรียกว่า บังเกอร์ทหาร จึงทำให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะมองข้ามวัตถุประสงค์แท้จริงไป และจุดตรวจต่างๆ นั้น บางส่วนก็ไม่ได้เป็นจุดปฏิบัติของ จนท.ทหาร เพียงฝ่ายเดียว เป็นลักษณะปฏิบัติงานร่วมกัน โดยมีทั้งตำรวจและทหาร ซึ่งที่ผ่านมาจุดตรวจฯ และจุดให้บริการต่างๆ ก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด" พ.อ.วินธัย กล่าว

 

รองโฆษก ทบ. กล่าวต่อว่า การจัดทำตั้งแนวกระสอบทรายที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันนั้น ขอให้ได้เข้าใจว่า จนท.คือ กลุ่มคนที่เสียสละ มาดูแลความปลอดภัยให้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ปฏิบัติงานมีความแตกต่างกัน ในหลายพื้นที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวร หรือมีสิ่งอุปกรณ์ใดที่จะสามารถใช้เป็นเครื่องป้องกันความปลอดภัยให้ ซึ่งถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่นมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อกวน อาจส่งผลให้ จนท.ได้รับอันตรายได้

พร้อมกันนี้ พ.อ.วินธัย ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องภาพลักษณ์ทางสายตา ทางผู้บังคับบัญชาได้มีการสั่งการให้แต่ละหน่วยในพื้นที่ ไปดำเนินการปรับแต่งให้มีความกลมกลืนให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ ตามความเหมาะสม โดยจะพยายามทำให้ทุกคนสบายใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อให้ประชาชนทุกคนปลอดภัย โดยไม่มีเหตุผลอื่นแอบแฝงอย่างที่บางส่วนได้แสดงความวิตกกังวล

"ตราบใดที่ยังมีเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง ถึงจะมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วก็ตาม ถ้าเป็นงานด้านการป้องกัน เพื่อลดเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง คงไม่น่าจะมีผลกระทบใด เพราะภารกิจยังเหมือนเดิม คือ ต้องมีการเฝ้าระวัง สกัดกั้นอาวุธสงคราม และการป้องปราม เพื่อไม่ให้ผู้ไม่หวังดีสามารถจะกระทำอะไรได้ตามอำเภอใจ รวมถึงการช่วยเหลือและบริการประชาชนในเรื่องทั่วไป โดยยังคงพยายามหลีกเลี่ยงถึงผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน" รองโฆษก ทบ. กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้