วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เคาะปม 'ไฟไหม้บ่อขยะ' ใครคือตัวการ?

ขณะที่หลายหน่วยงานกำลังวิ่งวุ่นควบคุมเพลิงไหม้ที่บ่อขยะ ซอยแพรกษา 8 จ.สมุทรปราการ รวมถึงหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า เกิดจากการลักลอบนำกากอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้ง หรือเกิดจากการจุดไฟเผาเองของคนงานบ่อขยะ แล้วควบคุมไม่ได้กันแน่

วันนี้ 'ไทยรัฐออนไลน์' พูดคุยกับนักวิชาการด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ว่าอะไรคือ 'ความเป็นไปได้' ของการเกิดไฟไหม้บ่อขยะ แล้วหนทางใดบ้างที่จะช่วยให้การดับไฟบ่อขยะสำเร็จ ตลอดจนแนวทางในการป้องกัน...

เจาะสาเหตุ "บ่อขยะ" เกิดไฟไหม้ได้อย่างไร?


รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นอธิบายถึงการเกิดไฟไหม้บ่อขยะ ซึ่งมี 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การเกิดจากแก๊สมีเทน ไบโอแก๊ส ที่เป็นแก๊สที่มาจากการหมัก และการย่อยของสารอินทรีย์ โดยในกองขยะจะมีสารอินทรีย์อยู่ประมาณ 55% หากขยะถูกหมักและทิ้งไว้นาน จำนวนของแก๊สมีเทนก็ยิ่งมีมากขึ้น ส่วนที่ 2 คือ เพราะจากการหมักไว้เป็นเวลานาน และเกิดการย่อยสลาย สัดส่วนของปริมาณคาร์บอน โดยเฉพาะด้านล่างของบ่อขยะ ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

"ปริมาณคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านล่างบ่อ ก็คือเชื้อเพลิงดีๆ จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมเราฉีดน้ำข้างบน แต่ไม่ดับสักที ก็เพราะข้างล่างมีเชื้อเพลิงอยู่ ซึ่งตัวแก๊สมีเทนไม่ละลายน้ำ ไม่ว่าจะฉีดเยอะเท่าไร เราก็ไม่สามารถไล่แก๊สมีเทนไปได้สักที นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดการไหม้ ได้แก่ 1.มีเชื้อเพลิง ซึ่งบ่อขยะมีเชื้อเพลิงอยู่แล้วจำนวนมาก 2.มีออกซิเจน หรืออากาศ ซึ่งส่วนนี้ก็แก้ไขปัญหา ต้องดูทิศทางลมว่า ลมเข้าตรงไหนเยอะ ก็ควบคุมตรงนั้น และ 3.มีวัสดุที่เป็นส่วนผสม ซึ่งเราต้องลด 3 ปัจจัยนี้พร้อมกัน" รศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าว

รศ.ดร.พิสุทธิ์ ยังระบุอีกว่า การเกิดเพลิงไหม้ของกองขยะครั้งนี้ เป็นไปได้ทั้ง "มีคนจุดเอง แต่ควบคุมไม่ได้" เพราะรู้ไม่เท่าไม่ถึงการณ์ และก็เป็นไปได้ที่กองขยะนี้ "เกิดขึ้นเอง"!! เนื่องจากแก๊สมีเทนที่มีอยู่จำนวนกว่าครึ่งในกองขยะ ซึ่งแก๊สมีเทนมีจุดเดือดที่ต่ำมาก หากมีอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น ก็สามารถเกิดการไหม้อีกได้ นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับ "ระยะเวลา" ของการเกิดบ่อขยะว่าใช้มานานแค่ไหน หรือมีปริมาณขยะมากน้อยอย่างไรด้วย

ดับไฟไหม้บ่อขยะ ใช้น้ำ หรือสารเคมี?

การควบคุมเพลิงบ่อขยะนั้น การใช้น้ำอาจไม่ได้ผลดีเสมอไป เพราะหากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายเพื่อ ​"บำบัดน้ำเสีย" เพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำที่เอาไปรดเพื่อดับไป จะถูกแปรสภาพเป็นน้ำเสีย ซึ่งการใช้สารเคมีอาจเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ แม้มีราคาสูงก็ตาม

"ยกตัวอย่างการดับไฟบ่อขยะ ต้องเริ่มคำนวณแล้ว หากฉีดน้ำมาได้ 5 วันแล้ว แต่ยังไม่ดับ แล้วน้ำที่ฉีดไปก็เป็นน้ำเสีย ก็ต้องมาบำบัดอีก ดังนั้น ถ้าคิดค่าน้ำที่ฉีด และการบำบัด อาจจะสูสีกับการใช้สารเคมีก็ได้ ซึ่งหากใช้ข้อมูลเชิงดาวเทียมดูว่า จุดไหนที่ไฟไหม้เยอะ ควรเอาสารเคมีลง เพราะแสดงว่า จุดนั้นมีเชื้อเพลิง ต้องปิดจุดไหม้ตรงนั้นโดยด่วน ไม่ต้องฉีดทั้งหมด แล้วส่วนใหญ่สารเคมีที่ดับไฟเป็นสารเคมีหนัก โอกาสที่ไหม้ไฟจะน้อย หรือฟุ้งไปกระทบประชาชน ซึ่งสารเคมีก็ได้มีการทดลองมาแล้วว่า ถ้าไหม้ไฟจะไม่เหมาะในการดับไฟ" รศ.ดร.พิสุทธิ์ แนะนำ

ป้องกัน-แก้ไข ทำได้อย่างไรบ้าง

สำหรับการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเกิด "ไฟไหม้บ่อขยะ" ทำได้ 2 วิธี คือ 1. การออกแบบบ่อขยะที่ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยการมีท่อระบายแก๊สมีเทนที่ต่อจากบ่อขยะลงใต้ดินลึกๆ จากนั้นจึงเผาขยะ และ 2. การแยกขยะ ซึ่งการแยกขยะนั้น รศ.ดร.พิสุทธิ์ ยืนยันว่า หากแยกขยะได้ จะสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้อย่างมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการลักลอบขนกากอุตสาหกรรมาทิ้งนั้น แม้จะส่งผลรุนแรงต่อการเผาไหม้ แต่สิ่งที่รุนแรงกว่านั้น ไม่ใช่เชิงการเผาไหม้ แต่เป็นความรุนแรงของ “การแพร่กระจายพวกโลหะหนัก” หรือแม้กระทั่งสารพิษชนิดอื่นที่อยู่ในขยะ เพราะขยะมูลฝอยที่ทิ้งกันอยู่ทุกวันนี้ มีสารพิษของเสียอันตรายอยู่แล้วอย่างน้อย 3% เพราะไม่มีการแยกขยะไว้

แยกขยะง่ายๆ ใครๆ ก็ได้

การแยกขยะยังคงเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยที่ยังไม่คุ้นชินกับการ “คัดแยกขยะ” ก่อนทิ้งในถัง “ไทยรัฐออนไลน์” จึงขอย้ำถึงวิธีการแยกขยะอีกครั้ง ดังนี้

1.ขยะย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหารและพืชผักที่เหลือจากการรับประทาน และการประกอบอาหาร  สามารถนำไปหมักทำปุ๋ยได้
2.ขยะรีไซเคิล หรือขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ/อโลหะ      
3.ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าในการนำไปรีไซเคิล เช่น ซองบะหมี่สำเร็จรูป  เปลือกลูกอม ถุงขนม ถุงพลาสติก
4.ขยะพิษ หรือขยะมีพิษที่ต้องเก็บรวบรวมแล้วนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องยาฆ่าแมลง หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย

นอกจากนี้ จากเพจ “เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องของเรา” ของ รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ระบุว่า หากเราแยกขยะ ประโยชน์ที่เราจะได้นั้นมีมากมาย เพราะเราจะได้ทั้ง

1. ก๊าซชีวภาพ จากขยะอินทรีย์ ในปริมาณมหาศาล ที่จะช่วยลดปัญหาจากปรากฏการณ์ Climate change และไฟไหม้หลุมฝังกลบขยะอย่างยั่งยืน
2. กระดาษใหม่ และรายได้จากการขายเศษกระดาษ เพราะในขยะมูลฝอยมีเศษกระดาษ กว่า 8% นอกจากนี้ หลายโรงงานในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกระดาษจากเศษกระดาษรีไซเคิล
3. พลาสติกรีไซเคิล สำหรับหมุนเวียนใช้ในประเทศ ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ผลกระทบจากกระบวนการผลิตทางปิโตรเคมี และสร้างรายได้ให้กับผู้คัดแยก
4. ภาชนะจำพวกแก้ว ที่ปัจจุบันนำมารีไซเคิลจากเศษแก้ว ได้เกือบ 100% รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ ที่สามารถผลิตได้จากเศษขยะจำพวกโลหะและอลูมิเนียม
5. ลดปัญหาการปนเปื้อนของเสียอันตราย (Hazardous waste) สู่ประชาชน สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ และสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ หลุมฝังกลบขยะ รวมถึงลดปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุไฟไหม้หลุมฝังกลบขยะ

สุดยอดเตาเผาขยะ กับประเทศพัฒนาเต็มที่


นอกจากการแยกขยะแล้ว การสร้างโรงงานเผาขยะก็มีประโยชน์เช่นกัน ในต่างประเทศ มีนวัตกรรมที่สามารถกำจัดขยะที่เผาได้วันละ 405 ตัน เปิดปฏิบัติตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแก๊สที่ออกมาก็จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการกำจัด เพื่อไม่ให้เป็นมลพิษตกค้าง ขณะเดียวกัน ความร้อนที่ได้จากการเผาขยะสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 6,800 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (อ้างอิงข้อมูลเตาขยะของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งนำไปใช้ภายในศูนย์บำบัดฯ ตลอดจนบ้านเรือน

โดยสถาปัตยกรรมเตาเผาขยะในหลายประเทศ ที่ทำแทรกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทั้งในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเกาะ ประเทศในแถบยุโรป อาทิ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน อังกฤษ และอีกหลายเมืองใหญ่ในยุโรป เปลี่ยนการกำจัดขยะแบบฝังกลบแทนที่ด้วยเตาเผา ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย และสถาปนิกสามารถออกแบบอาคารให้ห่อหุ้มเตาเผาขยะให้สามารถยังประโยชน์ใช้สอย และสวยงาม ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมต่อประชาชน ที่สำคัญพบนวัตกรรมในหลายประเทศคือ เตาเผาเหล่านี้ จะไม่ก่อให้เกิดของเสียตกค้างจากการเผาใหม่ non-recyclable waste generated เพราะทุกส่วนที่ออกมาเป็นกากและแก๊ส สามารถหมุนเวียนไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น แต่ปัญหาที่สำคัญที่นวัตกรรมดังกล่าว ยังไม่สามารถนำมาใช้ในประเทศไทยนั้น เพราะงบประมาณและเงินลงทุนยังไม่มีพลังมากพอก็เท่านั้น

สุดท้ายแล้ว ตัวการของปัญหานี้ ก็ยังคงเป็นของ "เราทุกคน" ที่ต้องมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน ในการคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่จะช่วยได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน มาตรฐานของการสร้างบ่อขยะ และการควบคุมมาตรฐานระหว่างดำเนินการยังคงต้องเพิ่ม "ความเข้มงวด" ต่อไป.

 

 

 

 

ขณะที่หลายหน่วยงานกำลังวิ่งวุ่นควบคุมเพลิงไหม้ที่บ่อขยะ ซอยแพรกษา 8 จ.สมุทรปราการ รวมถึงหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า เกิดจากการลักลอบนำกากอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้ง หรือเกิดจากการจุดไฟเผาเองของคนงานบ่อขยะ แล้วควบคุมไม่ได้กันแน่... 21 มี.ค. 2557 12:11 21 มี.ค. 2557 18:06 ไทยรัฐ