วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตะลุยมาร์กเซยทดสอบเข้มกับ MERCEDES BENZ NEW C-CLASS W205 2014 (ตอนที่ 3)

ตะลุยมาร์กเซยทดสอบเข้มกับ MERCEDES BENZ NEW C-CLASS W205 2014 (ตอนที่ 3)

  • Share:

ทดสอบประสิทธิภาพของยานยนต์รุ่นธง The New C-Class W205 รถซีดานรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ตราดาวในประเทศฝรั่งเศส ตอนที่สามกับการค้นหาสมรรถนะ บนการขับขี่ทดสอบสองวันในเมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส

เครื่องบิน Airbus A319 เที่ยวบิน LH 1089 ร่อนลงจอดในท่าอากาศยานเมืองมาร์กเซยด้วยความนิ่มนวล นับเป็นการเดินทางมาทดสอบรถยนต์ในประเทศฝรั่งเศสเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ผมเคยมาเดินเร่ร่อนชมงานปารีสมอเตอร์โชว์เมื่อปี 2555 เป็นการเชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์เพื่อลองประสิทธิภาพของ Mercedes Benz New C-Class W205 เป็นกลุ่มแรกของโลก ท่ามกลางโลเกชั่นที่สวยงามของเมืองมาร์กเซย หัวเมืองชายทะเลฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส จดหมายเชิญของ Mercedes Benz GmbH และ Mercedes Benz Thailand โดย คมกริช นงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการแผนกประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กับ เยาวเรศ เลิศลือชาชัย ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ของแบรนด์ตราดาว หอบหิ้วผู้สื่อข่าวบวกคอลัมนิสต์สายยานยนต์เหินฟ้าจากไทยมายังเยอรมัน เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของแบรนด์ตราดาว ก่อนที่จะจับเครื่องต่อมายังเมืองมาร์กเซย เพื่อลงทดสอบ New C-Class W205 2014 ซีดานหรูที่จะเปิดผ้าคลุมในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 26 มีนาคมถึง 6 เมษายนนี้ ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี


Mercedes Benz New C-Class W205 Test Drive In Marseille
Marseille ในสำเนียงฝรั่งเศสอ่านออกเสียงว่า มาร์กเซย นับเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส มาร์กเซยมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถือเป็นเมืองท่าใหญ่เป็นอันดับที่สองของเมืองน้ำหอม มาร์กเซยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง Le Vieux Port หรือท่าเรือเก่าแก่ที่สุดของเมือง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเมืองท่าแห่งนี้ชอบมาเที่ยวชมกาล็องก์ หรือหน้าผาหินสีขาวกลางทะเล เมืองท่าแห่งนี้ในสมัยโบราณเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส มาร์กเซยก่อร่างสร้างเมืองด้วยการบุกเบิกของชาวกรีกเมื่อกว่า 600 ปีก่อนคริสตกาล ที่นี่จึงยังมีสถาปัตยกรรมของตึกรามบ้านช่อง อาคารสถานที่ต่างๆ ที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับศิลปะของกรีก ไฮไลต์หรือแลนด์มาร์กของเมืองคือโบสถ์นอเตรอดาม เดอลาการ์ด (Basilique Notre-Dame de la Garde) มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนยอดเขา สำหรับการเที่ยวชมเมืองที่สงบและสวยงามแห่งนี้ นักท่องเที่ยวนิยมใช้รถรางลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ถนนหนทางในมาร์กเซยเต็มไปด้วยตรอกซอกซอย และนำไปยังชายหาดสีน้ำตาลเข้มกับภูเขาหินสีขาวทอดยาวตัดกับสีน้ำเงินเข้มของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จุดชมวิวที่สำคัญคือ Nude Beach หรือชายหาดที่คนมาร์กเซยและนักท่องเที่ยวใช้เป็นสถานที่อาบแดดในช่วงฤดูร้อน โบสถ์นอเตรอดาม ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมีรูปพระแม่มารีเป็นองค์ประธาน ผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวประมงในแถบนี้จะมาขอพรกับรูปพระแม่มารีเพื่อให้การเดินเรือปลอดภัย ทางเทศบาลเมืองมาร์กเซยได้ปรับปรุงให้สถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานอันศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง สำหรับสถานที่สำคัญอีกแห่ง คือ โบสถ์ Cathedral de la Major ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ความงดงามของโบสถ์แห่งนี้ไม่เพียงมาจากโครงสร้างหินอ่อนสีชมพูทั้งหลัง ยังวิจิตรบรรจงด้วยงานแกะสลักหินที่เป็นเรื่องราวตามพระคัมภีร์


New C-Class W205 Test Drive In Marseille Day 1
12.30 น. ในฝรั่งเศสเท่ากับเวลา 18.30 น. ในประเทศไทย ซึ่งช้ากว่าบ้านเราถึง 6 ชั่วโมง หลังจากฟังเจ้าหน้าที่ของ Mercedes Benz GmbH อธิบายเกี่ยวกับสภาพเส้นทางที่จะต้องขับทดสอบตลอดช่วงเวลาสองวันต่อไปนี้ บริเวณที่จอดรถของสนามบิน ซึ่งมีรถ New C-Class W205 จอดอยู่นับสิบคัน ทั้ง C200 / C250 AMG Dynamic / C300 BlueTEC / C300 BlueTEC Hybrid / C400 4-Matic ท่ามกลางแสงแดดที่แผดจ้าและอุณหภูมิเย็นสบายประมาณ 14 องศาเซลเซียส ผมจับคู่กับพี่แมน ทัศไนย ไรวา บก. ของนิตยสาร Car Thai Edition บนตัวรถ New C-Class W205 รุ่น C250 ตกแต่งด้วยอุปกรณ์แบบสปอร์ตของ AMG Dynamic ซึ่งเป็นรถ New C-Class ที่ Mercedes Benz Thailand จะทำการเปิดตัวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์วันพุธที่ 26 มีนาคม เจ้า C250 AMG Dynamic บนเรือนร่างของสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ให้อารมณ์และมุมมองคล้ายกับการนำเอา S-Class รุ่นล่าสุดมาย่อขนาดให้กะทัดรัดมากยิ่งขึ้น ทั้งไฟหน้าจดไฟท้าย หน้ากระจัง ตลอดจนเรือนร่างของมัน ถูกถอดแบบมาจากรถรุ่นเรือธงของแบรนด์ตราดาวแทบจะทุกจุดทุกตำแหน่ง ภายนอกดูปราดเปรียว แม้จะมีความอวบอ้วนขึ้นบ้าง ทรงของ C250 AMG Dynamic W205 เมื่อเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์ของรุ่นที่ผ่านมาซึ่งผอมเพรียวกว่า ทำให้รถรุ่นใหม่คันนี้ดูใหญ่โตเกินความเป็นจริงไปบ้างเมื่ออยู่ในตัวถังสีขาวสะอาดตา ภายในห้องโดยสารเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกนานาชนิดนับร้อยรายการ บรรยายกันไม่หมด พี่แมน ทัศไนย ไรวา บก. Car Thai Edition รับหน้าที่ขับทดสอบในช่วงแรก ระยะทาง 77 กิโลเมตรรอบๆ ตัวเมืองมาร์กเซย โดยทีม PR ของ Mercedes Benz GmbH วางเส้นทางมุ่งหน้าจากสนามบิน Marseille Airport ลัดเลาะไปตามตัวเมืองเพื่อไปยังจุดแวะพักที่ Villa Madie หลังจากนั้นในช่วงเย็นจะเป็นเส้นทางทดสอบพิเศษบนเทือกเขาที่สูงชัน วกไปวนมาจนถึงช่วงสุดท้ายที่รถทุกคันจะต้องกลับมายังโรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตันมาร์กเซยในช่วงหัวค่ำของการขับทดสอบในวันแรก


New C-Class W205 Test Drive In Marseille Day 1
ผมนั่งประจำที่บนเบาะผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อทำการบันทึกภาพในช่วงแรกของการขับทดสอบ New C-Class เบาะหุ้มหนังแท้สีขาวสะอาดตา ทำให้ห้องโดยสารของรถคันนี้สร้างอารมณ์ที่โปร่งโล่ง หลังคากระจกแบบ Panoramic Roof ถูกเปิดออกเพื่อรับแสงจากดวงอาทิตย์ เนื่องจากเมืองมาร์กเซยในช่วงต้นเดือนมีนาคมนั้น ยังคงมีอากาศที่เย็นเฉียบ แม้จะมีแดดจัดตลอดทั้งวัน พี่แมน ทัศไนย ใช้ความเร็วต่ำสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีรถร่วมทางคับคั่ง การทำความคุ้นเคยกับรถทดสอบก่อนที่จะเริ่มใช้ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ การเรียนรู้ธรรมชาติของรถ ก่อนที่จะเริ่มลงแส้เร่งความเร็ว จะทำให้คุณมีความคุ้นชินกับรถยนต์คันนั้นๆ มากยิ่งขึ้น ถนนหนทางรอบๆ สนามบินมาร์กเซยจอแจจากสภาพการจราจรที่หนาแน่น เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทางตอนใต้ของทวีปยุโรปที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำมากจนเกินไปในฤดูหนาว การนั่งไปกับซีดานตัวล่าสุดจากแบรนด์ตราดาวในดินแดนที่ไม่มีความคุ้นชิน ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ปนกับความตื่นเต้น วิวทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนของคนฝรั่งเศสที่ปลูกติดๆกันไปตามถนนขนาดเล็ก ซึ่งมีวงเวียนจำนวนมากเข้ามาแทนที่ระบบไฟสัญญาณจราจร Mercedes Benz New C-Class C250 AMG กลายเป็นเป้าสายตาของผู้คนในแถบนั้นไปโดยปริยาย ความสดใหม่ของจักรกลจากค่ายตราดาวทำให้มันเป็นจุดสนใจของผู้คนบนท้องถนน อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่แรกว่า New C-Class คล้ายกับ S-Class ย่อส่วน แรงดึงดูดของตัวรถรุ่นใหม่คันนี้จึงมากเป็นพิเศษ แม้แต่ฝรั่งท้องถิ่นบางคนยังถึงกับยกนิ้วให้เมื่อพบกับตัวตนเป็นๆ ของรถรุ่นนี้


New C-Class W205 Test Drive In Marseille Day 1
ระบบรองรับแบบมัลติลิ้งค์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของ C250 ให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มนั่งสบายและมีความแตกต่างไปจากช่วงล่างของรถคู่แข่ง อย่าง BMW 325i f30 อยู่พอสมควร อารมณ์ของความเป็น Mercedes Benz ยังถูกบรรจุอยู่ในรถรุ่นนี้อย่างครบถ้วนกระบวนความ ทั้งความรู้สึกที่หนึบนิ่มและกลิ่นของหนังแท้กับกลิ่นพลาสติกซึ่งบ่งบอกตัวตนอย่างชัดเจนว่ามันคือรถจากแบรนด์ตราดาว เบาะคู่หน้าที่ปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ระดับ สามารถปรับท่านั่งได้ครอบคลุม ในโหมด ECO-PRO คันเร่งที่ไหลลื่นกับระบบส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์ 7G Tronic Plus ตัดต่อเกียร์ขึ้น-ลงไปตามสภาพทางอันคับแคบของเขตนอกเมืองมาร์กเซยได้อย่างไร้ที่ติและปราศจากอาการกระตุกกระชาก วงเวียนที่ต้องวิ่งผ่านนับสิบกับการขับรถพวงมาลัยซ้ายสร้างปัญหาให้กับสื่อมวลชนจากไทยพอสมควรแต่ก็สามารถผ่านไปได้ทั้งทีมแบบปลอดภัยไร้ริ้วรอยขีดข่วน เนื่องจากทางการของฝรั่งเศสนิยมใช้วงเวียนแทนที่สัญญาณไฟจราจรเพื่อลดสภาพแออัดติดขัดโดยใช้วงเวียนเข้ามาสร้างความสะดวกในการเลี้ยวไปตามถนนต่างๆ รอบเมืองมาร์กเซย พี่แมนพยายามขับตามเสียงของระบบนำทางด้วยดาวเทียมของระบบเนวิเกเตอร์ จอภาพขนาดใหญ่กับแผนที่แสดงเส้นทางและสัญลักษณ์มีความคมชัดสูง จอ Heads up display ที่ใช้กล้องขนาดจิ๋วยิงสะท้อนข้อมูลของการขับผสานกับระบบนำทาง โดยยิงภาพไปยังกระจกบังลมบานหน้าในตำแหน่งที่คนขับสามารถมองเห็นอย่างชัดเจน ช่วยทำให้การขับขี่และการใช้ความเร็วมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น กล้องและเรดาร์ทำงานผ่านเซ็นเซอร์นับสิบตัว มันส่งถ่ายข้อมูลที่สำคัญสำหรับการใช้ความเร็วในเขตเมืองที่มีความถูกต้อง และแม่นยำสูง จากการกวาดจับป้ายจราจรผสานไปกับระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม แล้วยิงสะท้อนข้อมูลตัวเลขความเร็วที่ถูกกฎหมายไปยังตำแหน่งของผู้ขับขี่ ซึ่งช่วยให้การขับ New C-Class มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


New C-Class W205 Test Drive In Marseille Day 1
ถนนที่คับแคบของมาร์กเซยทำให้ต้องใช้ความระมัดระวัง ในรถยนต์พวงมาลัยซ้าย สภาพการควบคุมที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากตำแหน่งที่คุ้นชินอาจเกิดความเผอเรอ รวมถึงการรักษาช่องจราจรที่ทำให้รู้สึกสับสนได้ในบางครั้ง ระบบ Lens Assist ช่วยรักษาช่องทางจราจรของ New C-Class มันพยายามเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้มีความปลอดภัย เมื่อเรดาร์ของระบบจับได้ว่ารถกำลังเบี่ยงเบนช่องจราจรโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ขึ้นต่อทิศทางซึ่งอาจจะเบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวา ระบบ Lens Assist จะสั่งการไปยังพวงมาลัย โดยเตือนด้วยการสั่นเบาๆ สามครั้ง เพื่อแจ้งผู้ขับขี่ให้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อเผลอขับคร่อมช่องแบ่งเลน กระจกมองข้างยังใช้ไฟกะพริบสีแดงที่ขอบกระจก แจ้งเตือนถึงรถด้านหลังที่กำลังขับเข้ามาใกล้ทั้งด้านซ้ายและขวาในระยะที่ไกลถึง 70 เมตร มันช่วยให้การเปลี่ยนช่องทางเพื่อแซงหรือเลี้ยวมีความปลอดภัยสูง ระบบ Lens Assist ป้องกันไม่ให้รถคลาดเคลื่อนไปจากเส้นทางหรือเลนที่ถูกต้อง การเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่ได้ตั้งใจในลักษณะของการหลับใน หรือการขับเบนออกจากช่องทางจราจรซึ่งกำลังมีรถด้านข้างแล่นอยู่ เหตุการณ์ดังกล่าวอันอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะทำการสั่นเตือนที่พวงมาลัยทันทีที่ตัวรถเริ่มเบนออกจากเลนที่กำลังขับ โดยมียานพาหนะอื่นๆ อยู่ด้านข้าง กล้องมองภาพแบบ 360 องศา ทำให้ความสามารถในการรับรู้ถึงยานพาหนะอื่นๆ ที่กำลังขับเข้ามาใกล้ดีเยี่ยม โดยกล้องที่ติดตั้งอยู่รอบๆ ตัวถังที่บริเวณด้านหน้า ใต้กระจกมองข้างและด้านหลังจะแสดงภาพรถและวัตถุอื่นๆ จากมุมมองที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งมุมมองเสมือนจริงแบบ Bird eye view ระบบ Lens Assist ยังแจ้งเตือนถึงยานพาหนะที่เข้ามาทางด้านหลังทั้งสองข้าง โดยแจ้งเตือนเป็นสัญญาณเสียงและไฟสีแดงรูปสามเหลี่ยมในบริเวณกระจกมองข้าง เพิ่มความปลอดภัยในขณะผู้ขับขี่ต้องการเปลี่ยนทิศทางเพื่อทำการแซง

ไม่ว่าจะมองในมุมไหนคุณจะรู้สึกได้ว่า C ตัวใหม่นั้นมีรูปลักษณ์ที่สวยขึ้น ห้องโดยสารของ C250 W205 ทำให้นึกไปถึงวัสดุคุณภาพสูงในรถซาลูน S-Class และช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้ดีจากอุปกรณ์ที่ใส่มาให้ใช้งาน ผมนั่งจ้องชิ้นงานอัลลอยของช่องแอร์ใน C250 แผงคอนโซลกลางที่ใช้วัสดุผิวเรียบและลื่นสีดำที่แตกต่างไปจาก C400 4-Matic ซึ่งใช้งานไม้โทนสีอ่อนเข้ามาจัดการกับความหรูที่ถูกยกระดับอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 77 กิโลเมตรจากสนามบินมายัง Villa Madie ในช่วงท้ายๆก่อนถึงจุดแวะพักมีทางที่คดเคี้ยวราวกับงู และทอดยาวเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงลาดไปตามเนินต่ำๆ ที่ตัดผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ป่าและสวนลาเวนเดอร์ ทางแบบนี้นี่เองที่ทำให้พี่แมนสนุกไปกับการคอนโทรลความเร็วและทิศทางของตัวรถ ความแคบจากทางลาดยางแบบสองเลนสวนกันทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ รถเจ้าถิ่นที่แล่นสวนมาตลอดเวลากับทางที่คับแคบ ส่งผลให้ความเร็วถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบนำทางสร้างความสับสนให้กับผมและพี่แมนทุกครั้งที่มันนำพารถเข้าสู่วงเวียน เสียงดุๆ ของผู้หญิงจากระบบเนวิเกเตอร์ที่คอยบอกให้เลี้ยวซ้ายหรือขวาทันที ที่หลุดออกจากเส้นทางยิ่งทำให้น่าหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณอยู่บนถนนหนทางที่ห่างไกลจากบ้านและไม่มีความคุ้นเคย คุณจะเหมือนกับคนตาบอดที่พยายามหาทางกลับบ้านด้วยการคลำ บางครั้งการเลี้ยวผิดครั้งเดียวทำให้หลุดไปจากเส้นทางและต้องใช้เวลาวกกลับมายังตำแหน่งเดิมพอสมควร วงเวียนที่มีช่องทางออกสี่ช่องคล้ายกันเกือบจะทุกวงเวียนหลอนประสาทจนสมองต้องทำงานอย่างหนักในการหาทางกลับมาที่เดิม 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผมและพี่แมนก็ขับมาถึงยังจุดแวะพักซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ชื่อ Villa Madie


La Villa Madie Aix-en-Provence
La Villa Madie เปิดในปี 2006 โดยเอนรีโก เบอร์นาร์โด เล็งเห็นทำเลทองในการทำร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ ที่มีของทะเลมากมายให้เลือกทั้ง ปู ปลา หอยและกุ้ง ร้าน La Villa Madie ได้รับประกาศนียบัตรในระดับสองดาวมิชลินด้านรสชาติและการบริการ นับเป็นร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหราและมีทำเลที่ตั้งสวยงาม เนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนแนวหน้าผาที่ไม่ชันมากนัก วิวทิวทัศน์ที่เปิดโล่ง ทำให้มองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปพร้อมๆ กับการรับประทานอาหารทะเลซีฟูด สไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ ซึ่งถือเป็นอาหารทะเลที่มีรสชาติดี ใน Aix-en-Provence ผู้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ใช้ความทุ่มเทสำหรับการประกอบธุรกิจร้านอาหารและไวน์ รวมถึงโรงแรมที่พัก La Villa Madie กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนมีเงินในยุโรป ซึ่งสามารถบินหลบอากาศหนาวเย็นในเขตเหนือมาพักผ่อนยังเมืองชายทะเลที่มีอากาศไม่หนาวเย็นมากนักในช่วงฤดูหนาว อาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ Burrata ครีมและมะเขือเทศท้องทุ่ง สลัดผักใส่กุ้งลอปสเตอร์ ปลาหมึกหรือเนื้อปลากะพงย่างไฟ กุ้งคั่วด้วยหน่อไม้ฝรั่ง ไวน์ขาวหรือไวน์แดงที่ผลิตในแถบเมดิเตอร์เรเนียน จุดแวะพักช่วยผ่อนคลายทีมสื่อมวลชนของไทย ก่อนที่จะออกเดินทางทดสอบต่อในช่วงเย็น Mercedes Benz GmbH ยังจัดแสดงชิ้นส่วนต่างๆ ของ New C-Class ในพื้นที่ว่างของร้าน โดยตั้งแสดงกระจังหน้าแบบเปิด-ปิดได้ของ C-Class ในรุ่น Exclusive ช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับได้ซึ่งเป็นออปชั่นเสริมที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม บานประตูอัลลอยที่มีน้ำหนักเพียงแค่ 10 กิโลกรัม ซึ่งทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักเบาขึ้น โมเดลจำลองของ New C-Class กับภาพขั้นตอนของการออกแบบและพัฒนาก่อนที่จะผลิตออกขาย


New C-Class W205 Test Drive In Marseille Day 1
ผมรับช่วงต่อจากพี่แมน เป็นช่วงทดสอบพิเศษระยะทาง 25 กิโลเมตร จาก La Villa Madie Aix-en-Provence ขึ้นไปยังจุดชมวิวซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองมาร์กเซย เทือกเขาสีขาวสลับน้ำตาลคล้ายกับเขาหัวโล้นแต่มีความสูงมากพอที่จะมองเห็น Aix-en-Provence ในระยะไกล เมื่อออกจากร้านอาหารมาได้ไม่ไกลนัก ทางเริ่มลาดชันและเป็นทางขึ้นเขาที่มีโค้งแคบๆ หักศอกสลับกับโค้งรูปตัวเอส ผมปรับโหมดการขับมาที่ Comfort Mode พยายามรักษาเส้นทางแม้จะฝืนความรู้สึกเนื่องจากนั่งขับอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายของตัวรถซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คุณต้องคอยระวังรถยนต์ตามตรอกซอกซอยที่พร้อมจะโผล่ออกมาได้ตลอดเวลา ช่องทางที่แสนจะคับแคบสร้างปัญหาให้พอสมควร เมื่อต้องระมัดระวังไม่ให้ล้อหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวรถเฉี่ยวชนกับสิ่งไม่พึงประสงค์ ใช้เวลาไม่นาน สำหรับการปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพการณ์ของการจราจรในเมืองทางตอนใต้ของ ฝรั่งเศส ผู้คนที่นี่บางครั้งก็ขับรถเร็วแทบจะไม่แตกต่างจากคนเยอรมัน เพียงแต่ถนนหนทางที่เยอรมันนั้นกว้างกว่ามาก รวมถึงความมีระเบียบวินัยของคนเยอรมันที่มีมากกว่าคนฝรั่งเศส เจ้า C-Class ทำตัวได้กลมกลืนไปกับย่านคนรวยเมื่อวิ่งผ่านโรงแรมที่พักหรูๆ ในแถบ Provence ป้ายจำกัดความเร็วที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบางช่วงบางตอนหดเหลือ 15-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ป้ายดังกลาวบ่งบอกว่าคุณกำลังขับขึ้น-ลงภูเขาที่มีความสูงชันและต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ พวงมาลัยในโหมด Comfort เบาสบายมือแต่ไม่ได้เบามากจนเกินไป ช่วงล่างของ W205 ปรับเซตมาเพื่อการนั่งที่สบายเนื้อสบายตัว เมื่อขับที่ความเร็วต่ำไต่ขึ้นภูเขา ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่งดงาม เจ้า 250 AMG Dynamic สร้างความเพลิดเพลินใจให้กับผมและพี่แมนไปตลอดทาง บางช่วงบางตอนขณะขับขึ้นสู่ยอดเขามีจุดชมวิวที่สามารถจอดถ่ายรูปได้ ผมกับพี่แมนอ้อยอิ่งอยู่ในแถบจุดชมวิวเกือบชั่วโมงเพื่อสูดกลิ่นอายของธรรมชาติรอบๆ เทือกเขาของย่าน Provence พร้อมๆ กับการกระหน่ำรัวชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพแห่งความทรงจำที่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าจะได้กลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง


เบรกมีลักษณะที่ยืดหยุ่น เมื่อกดแป้นเบรกเบาๆ เพื่อชะลอความเร็ว การตอบสนองของเบรกมีความแม่นยำราวกับจับวาง เบรกของ New C-Class พร้อมเหล่าบรรดาตัวช่วยซึ่งมีทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ชุดเสริมแรงและกระจายแรงเบรกที่ทำงานร่วมกับระบบช่วยทรงตัว การถ่ายเทน้ำหนักขณะเบรกบนรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้อารมณ์ความรู้สึกมั่นใจกว่าเบรกของรถที่ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า สำหรับการถ่ายเทน้ำหนักขณะขับเข้าโค้ง เมื่อลองเติมความเร็วใส่เข้าไปอีกนิด อาการโคลงตัวปรากฏขึ้นบ้างแต่ไม่มากนักเมื่อผมใช้ความเร็วในโค้งสูงเกินไป น้ำหนักของพวงมาลัยเมื่อขับเร็วขึ้น ระบบ Electromechanical Direct Steer จะทำการปรับลดแรงดันของเหลวหล่อลื่นในแลคพวงมาลัย ซึ่งทำให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเมื่อความเร็วของตัวรถเริ่มสูงขึ้น มันจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นในโหมดสปอร์ต ก้านเกียร์ที่คอพวงมาลัยคล้ายกับ New E-Class W212 Facelift รวมถึง A-Class A180 -A250 AMG มันคือตำแหน่งคันเกียร์ที่ย้ายจากซุ้มเกียร์บริเวณคอนโซลกลางด้านล่าง ขึ้นไปแปะไว้ที่คอพวงมาลัยและมีหน้าตาคล้ายกับก้านไฟเลี้ยว ทำให้ผมต้องสลัดความรู้สึกที่คุ้นชินกับตำแหน่งของเกียร์แบบเดิมๆ ออกไป บอกตามตรงว่าชอบแบบเก่ามากกว่า แต่ก้านเกียร์ที่คอพวงมาลัยด้านขวาก็ใช้งานได้ง่ายพอๆ กับแบบเก่า และต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยกันอยู่บ้าง เกียร์ 7 G Tronic Plus ยังมีปั๊มแบบพิเศษเพื่อใช้งานร่วมกับโหมด Auto Start / Stop โดยจะทำหน้าที่เตรียมพร้อมในระบบส่งกำลัง เมื่อรถจอดอยู่นิ่งๆ แล้วโหมด Auto Start / Stop ทำงานด้วยการดับเครื่องยนต์ ปั๊มไฟฟ้าจะทำงานเตรียมความพร้อมในด้านแรงดันของเหลวที่ใช้หล่อลื่นกลไกภายในของชุดเกียร์ เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นเบรก เครื่องยนต์จะติดขึ้นทันทีพร้อมกับการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์และเกียร์ ซึ่งใช้เวลาเพียงแวบเดียวเท่านั้น


เกียร์ 7G Tronic Plus ปลดปล่อยม้าฝูงเล็ก 201 ตัวได้หมดจด ผ่านฟันเฟืองแบบ Close-ratio ไดนามิกของช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวทำงานในลักษณะตั้งรับเมื่อต้องผจญกับผิวทางแย่ๆ อัตราทดของเกียร์ 7G Tronic ทำงานได้กระฉับกระเฉงขึ้นเหมือนกับอัตราทดแบบแปรผันของพวงมาลัยเมื่อคันเร่งถูกกดลงลึก มันเปิดโอกาสให้คุณได้ลากรอบมากยิ่งขึ้น ด้วยการคารอบเครื่องยนต์เอาไว้ในคาบที่สามารถเรียกแรงบิดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เกียร์ 7G เจนเนอเรชั่นล่าสุดมีเครื่องหมาย + หรือ Plus ต่อท้าย ก่อนหน้านี้ 7G-Tronic Plus เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ใน C-Class รุ่นที่แล้วถึง 4 รุ่น โดยล่าสุดได้เพิ่มฟังก์ชั่น 7G-Tronic Plus ในรุ่น E-Class ได้แก่ E 200 BlueEFFICIENCY ELEGANCE, E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE ESTATE, E 250 BlueEFFICIENCY Cabriolet และ E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Coupe Sport AMG และเพิ่มฟังก์ชั่น COMAND Online ในรุ่น E-Class ได้แก่ E 200 NGT BlueEFFICIENCY, E 200 BlueEFFICIENCY ELEGANCE, E 250 CDI BlueEFFICIENCY และ E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE, E 300 AVANTGARDE Sports รวมทั้งเครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT ใน S-Class รุ่น S 500 BlueEFFICIENCY Long Wheelbase


7G Tronic Plus จาก Mercedes Benz เป็นอุปกรณระบบส่งกำลังที่มีการเพิ่มปั๊มหล่อลื่นแรงดันสูงในระบบเพื่อ ควบคุมแรงดันของระบบหล่อลื่นด้วยน้ำมันไฮดรอลิก เมื่อระบบ Auto Stop/Start ทำการดับเครื่องยนต์เมื่อรถหยุดนิ่งและติดตัวเองขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพื่อเคลื่อนที่ เกียร์ใหม่ลูกนี้สามารถทำงานได้อย่างทันท่วงทีจากปั๊มแบบใหม่ มันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแรงบิดได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการลื่นไถลของคลัตช์แบบล็อกอัพ ปฏิกิริยาของเครื่องยนต์ดีขึ้นจากโปรแกรมการทำงาน ECU ที่ประสานกับเกียร์ชุดนี้ เกียร์ 7G ยังได้รับการแก้ไขปรับปรุง เพื่อช่วยในการลดความเร็วของรอบเครื่องยนต์ในโหมด ECO สำหรับการเร่งความเร็วมีการตอบสนองที่ดีขึ้นกว่าเดิม มาตรการลดการบริโภคเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ ถูกนำมาปรับใช้โดยการออกแบบอัตราทดที่มีความเหมาะสมกับความประหยัด ในโหมด ECO เกียร์ลูกนี้จะปรับตัวเองโดยทดกำลังให้ขึ้นไปใช้เกียร์สูงหรือเกียร์ Overdrive อย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ น้ำมันไฮดรอลิกที่ใช้ในการหล่อลื่นเบอร์ ATF134FE ยังมีความหนืดที่ลดลง การปรับปรุงทางเรขาคณิตในขบวนเฟือง บวกกับซอฟต์แวร์ที่คอยปรับแรงดันในระบบ ตำแหน่งของซีลภายในผนังเกียร์ที่ดีขึ้น ECU หรือสมองกลเกียร์ซึ่งเป็นหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการส่งกำลังทำงาน ผ่านการควบคุมของซอฟต์แวร์ให้ปราศจากอาการกระตุกกระชากน่ารำคาญ ในโหมดประหยัด มันตัดต่ออัตราทดขึ้น-ลงได้เนียนนุ่ม สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ขับที่รักความสบายได้เป็นอย่างดี ระยะทาง 44 กิโลเมตรสุดท้ายเป็นการขับลงเขาวกกลับเข้าสู่ตัวเมืองมาร์กเซย การขับในช่วงท้ายผ่ากลางใจเมืองที่มีทั้งรถราและผู้คนสัญจรไปมาเต็มสองข้างทาง แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่สภาพการจราจรในมาร์กเซยกลับจอแจและวุ่นวายราวกับปารีส ผมกับพี่แมนฝ่าสภาพรถติดรวมถึงการขับหลงทางจนมาถึงโรงแรมที่พักเอาเมื่อเวลา 19.00 น. เลยกำหนดเวลาของการเข้าเช็กอินเกือบสองชั่วโมง


วันรุ่งขึ้นกับการปล่อยรถทดสอบในช่วงเช้า 8.00 น. ทีมสื่อมวลชนจากประเทศไทยสลับสับเปลี่ยนรถยนต์ จากเมื่อวานที่ผมกับพี่แมนนั่งควบเจ้า C250 AMG Dynamic มาทั้งวัน พอเช้าวันรุ่งขึ้น ทีม PR ของ Mercedes Benz เปลี่ยนรถทดสอบมาเป็น C400 4-Matic รุ่นสูงสุดที่ Mercedes Benz Thailand ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย มันคือรถซีดานคู่กัดของ BMW 335i M-Sport อย่างแท้จริง เมื่อเปรียบเทียบกับพลังแรงม้า อัตราเร่ง ความเร็วสูงสุด ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ เจ้า C400 4-Matic ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเอาชนะรถสปอร์ตซีดานของค่ายใบพัด มันขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสี่ผ่านการควบคุมแรงบิดโดยระบบ 4-Matic ของ Mercedes Benz รถ C400 วางเครื่องยนต์ V6 2996 ซีซี มีกำลังถึง 333 แรงม้า หรือ 245 กิโลวัตต์ แรงบิด 480 นิวตันเมตร กระจายแรงอยู่ในย่าน 1600-4000 รอบต่อนาที รถ C400 4-Matic มีอัตราเร่งที่เร็วเหลือเชื่อในกลุ่มรถซีดานของยุโรป มันสามารถสปีดตัวเองจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียงแค่ 5.3 วินาที พอฟัดพอเหวี่ยงกับ BMW 335i ที่มีทั้งตีนต้นและตีนปลายเท่ากันพอดิบพอดี Mercedes Benz ในยุคใหม่นอกจากจะเติมเต็มความหรูหราแล้ว ความแรงของตัวรถรุ่นนี้สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับนักขับได้ไม่น้อย ระยะทางในช่วงแรกของการขับทดสอบวันที่สอง จากหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตันมาร์กเซยไปยังสนามทดสอบของ Michelin มีความยาวประมาณ 77 กิโลเมตร บนไฮเวย์ที่จำกัดความเร็วเพียงแค่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมปรับโหมดขับขี่ไปที่ Sport Mode เพื่อดูสมรรถนะและการตอบสนองของ C400 โหมดการขับแบบสปอร์ต ผ่านการควบคุมของซอฟต์แวร์ที่แปรเปลี่ยนรถแม่บ้านเยอรมัน ให้กลายมาเป็นปิศาจร้ายบนถนน เพียงแค่สั่งงานด้วยการกดสวิตช์ควบคุมสองครั้งเท่านั้น ทั้งการออกตัว การเร่งความเร็วสปีดตัวเองเพื่อแซงรถช้า น้ำหนักของพวงมาลัยและการตอบสนองของเกียร์เปลี่ยนไปจนผมรู้สึกทึ่ง มันแทบจะไม่มีความแตกต่างจาก 335i แม้แต่น้อย ทั้งแรงดึงที่ต่อเนื่อง กระชากกระชั้นไล่เรียงเป็นจังหวะจะโคนที่แม่นยำ ตั้งแต่เกียร์ 2 ไปจนถึงเกียร์ 5 การคิกดาวน์หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งอัตราทดด้วยแป้น Paddle Shift สามารถกระทำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เกียร์ตอบสนองในแบบที่มันควรจะเป็น ส่งความสนุกหลังพวงมาลัยอย่างเต็มที่เต็มทาง รถชาติของ C400 4-Matic ในสปอร์ตโหมด ดึงหนักและดึงนานหากมีถนนที่โล่งพอ มันคล้ายกับการนำผู้หญิงเยอรมันที่เคร่งขรึมจริงจังเป็นการเป็นงาน มาสลัดชุดทำงานเปลี่ยนเป็นชุดนักกีฬา ซึ่งนางสามารถสร้างความเพลิดเพลินหรือความวิบัติได้ทุกขณะจิตเลยทีเดียว


Distronic Plus Test
ที่สนามทดสอบยางของ Michelin เจ้าหน้าที่ของ Mercedes Benz อธิบายถึงระบบความปลอดภัยใน New C-Class เมื่อขับขี่ใช้งานในเมืองที่ย่านความเร็วต่ำ กลไกในการปกป้องประกอบด้วย Distronic Plus ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบความปลอดภัยใน W205 โดยระบบความปลอดภัยดังกล่าว ถูกออกแบบเพื่อทำให้การขับขี่รถยนต์ของ Mercedes Benz มีความปลอดภัยสูงสุด จากระบบควบคุมและเฝ้าระวังอุบัติเหตุ รวมถึงการคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูง Distronic Plus กลายเป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้กับตัวรถ C-Class W205 ทุกรุ่น ระบบสามารถแจ้งเตือนคนขับ ขณะขับขี่ด้วยความไม่ตั้งใจ หรือเกิดอาการง่วงนอน บนมอเตอร์เวย์ การนำระบบความปลอดภัยที่มีความหลากหลายมาใช้งาน ทำให้ฟังก์ชั่นของการขับขี่ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ารถที่มีราคาแพงกว่า ระบบความปลอดภัยแบบก้าวหน้าเข้ามาช่วยเหลือและทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยสูง โดยปรับระดับของความไวในระบบป้องกันอุบัติเหตุ และทำการแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่รับรู้ นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนระบบช่วยเบรก เพื่อป้องกันการขับชนท้ายในย่านความเร็วต่ำเมื่อใช้งานในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง เจ้าหน้าที่ของแบรนด์ตราดาวสาธิตระบบป้องกันการชนที่ความเร็วต่ำ โดย Distronic Plus ซึ่งเป็นก้านสวิตช์คล้ายก้านที่ใช้ควบคุมใบปัดน้ำฝน ตรงคอพวงมาลัยด้านซ้าย จะทำงานตั้งแต่ความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปจนถึงความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเสริมที่เพิ่มเข้ามาเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง หากผู้ขับขี่ล้มเหลวในการที่จะตอบสนองต่อการเบรกแบบกระชั้นชิด ระบบสามารถสั่งเบรกที่ความเร็วสูงสุด ถึง 200 กม. / ชม. จึงช่วยลดความรุนแรงของการชนขณะขับด้วยความเร็วสูง ระบบนี้ยังช่วยเบรกแบบเต็มกำลังในย่านความเร็วต่ำ โดยมีการตอบสนองต่อยานพาหนะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วจาก 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปจนถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการชนท้าย ที่ความเร็วสูงสุดถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Distronic Plus
Distronic Plus เป็นระบบป้องกันการขับชนท้ายกับรถยนต์คันข้างหน้า รวมถึงยังป้องกันการชนคนเดินเท้าที่เดินหรือวิ่งตัดเขามายังทิศทางการเคลื่อนที่ของตัวรถ ระบบ Distronic Plus เป็นผู้ช่วยที่จะทำให้การขับรถท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัดมีความปลอดภัยสูงสุด เป็นระบบที่ออกแบบให้มีความปลอดภัยและความสะดวกสบายของการขับขี่ ไปตามการไหลหรือเคลื่อนตัวของสภาพการจราจร ส่วนระบบ BAS Plus หรือระบบช่วยเบรก ระบบนี้สามารถตรวจสอบสภาพการจราจร และเพิ่มแรงเบรกแบบฉุกเฉิน ในกรณีที่ผู้ขับขี่เผลอหรือประมาท มันทำงานร่วมแกนกับระบบ PRE- SAFE ® โดยระบบสามารถตรวจสอบการวิ่งของรถและยานพาหนะอื่นๆ รวมถึงวัตถุกีดขวางที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เช่นเดียวกับการตรวจสอบคนเดินเท้า เบรกแบบอัตโนมัติที่ทำงานเป็นอิสระ (ผ่านการควบคุมหรือสามารถยกเลิกได้) นับเป็นการป้องกันการชนท้ายหรือชนคนเดินเท้า ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยสามารถสั่งเบรกแบบฉุกเฉินได้ด้วยตัวของมันเองที่ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยบรรเทาความรุนแรงของการชนที่ความเร็วต่ำขณะขับขี่ในเมืองท่ามกลางสภาพการจราจรที่แออัด ซึ่งบางครั้ง ผู้ขับขี่อาจเผลอหรือหลุดจากการควบคุม เช่น รับหรือกดใช้งานโทรศัพท์ เปลี่ยนแผ่นซีดีหรือเบนความสนใจไปจากการขับขี่ควบคุม การสาธิตการทำงานของระบบความปลอดภัยที่ออกแบบสำหรับป้องกันการชนที่ความเร็วต่ำ เจ้าหน้าที่ของ Mercedes Benz ใช้รถ ML-Class ลากรถจำลอง C200 สูบลมสีแดง โดยให้สื่อมวลชนขับเข้าไปหารถ ML 350 ที่พ่วงลากเจ้า C200 จำลองสูบลมคล้ายรถลูกโป่งที่ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้เบรก เมื่อ Distronic Plus ทำงานจากการตรวจสแกนด้านหน้าด้วยเรดาร์และกล้อง เมื่อมันประเมินผลได้ว่าจะเกิดการชนท้ายจากระยะที่กระชั้นชิด มันจะสั่งให้เบรกทำงานด้วยตัวของมันเองก่อนที่จะเกิดการชน เป็นการเบรกแบบเต็มกำลังในระยะใกล้ชนิดหัวทิ่มหัวตำ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนปะทะทั้งสิ่งกีดขวางหรือคนเดินเท้า


เสร็จสิ้นการทดสอบระบบความปลอดภัยและป้องกันการชนที่ความเร็วต่ำ ช่วงสุดท้ายก่อนจะจบการทดสอบ เป็นการขับจากสนามทดสอบยางของ Michelin ไปยังร้านอาหาร Pigonnet ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการทดสอบในวันที่สอง มีระยะทางรวม 48 กิโลเมตร การขับในช่วงนี้เป็นการวิ่งบนไฮเวย์ขนาดแปดเลน ที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ตลอดเส้นทาง เมื่อออกจากสนามเข้าสู่ทางด่วนแบบไฮเวย์ ผมกดคันเร่งลงไปจนสุดเพื่อไล่กวดรถของพี่เล็ก มนชัย สว่างศรี คอลัมนิสต์ของ GM CAR ซึ่งวิ่งนำอยู่ข้างหน้า ความเร็วของ C400 พุ่งทะยานจาก 100 ไปเป็น 150 ต่อเนื่องไปจนเกือบถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ระยะทาง 48 กิโลเมตรบนทางด่วนจบลงอย่างรวดเร็วจากการอัดแบบไม่ยั้งไปตลอดทาง บริเวณด้านหน้าของร้านอาหาร Pigonnet ใน Aix-en-Provence เป็นการส่งมอบรถทดสอบพร้อมกุญแจให้กับเจ้าหน้าที่ของ Mercedes Benz ซึ่งยืนยิ้มแฉ่งรอต้อนรับอยู่ที่ด้านหน้าของ Pigonnet

โดยภาพรวมและความคิดเห็นส่วนตัว รุ่นที่น่าสนใจของ New C-Class W205 คือรุ่น C250 AMG Dynamic ซึ่งมีราคาค่าตัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกันที่ 3.1 ล้านบาท ราคาขนาดนั้นแลกเปลี่ยนด้วยรถ Baby S-Class ที่มีทุกอย่างมากเกินความต้องการด้วยซ้ำ มันคือรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ตราดาว ใช้เทคโนโลยีเหนือชั้นและช่วยให้การขับขี่มีความสมบูรณ์แบบปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์และตัวช่วยจำนวนมาก ทำให้มันเหนือกว่ารถคู่แข่งแทบจะทุกด้าน นั่งสบายสง่างามไปกับความหรูหรามีระดับที่ Mercedes Benz บรรจุสิ่งละอันพันละน้อยแบบจัดเต็ม บนความประณีตบรรจงของการประกอบในระดับสูง ไม่ต้องลองเพราะพวกผมลองมาให้เรียบร้อยแล้ว หากกำลังหา Benz คันใหม่และมีเงินมากพอที่จะไขว่คว้า รุ่น 250 คือคำตอบที่ดีที่สุด จากความสดใหม่ของตัวรถ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ประดังเข้ามานับสิบนับร้อยรายการ เดินไปงานบางกอกมอเตอร์โชว์ ที่จะเริ่มในวันที่ 26 มีนาคมไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2557 พร้อมกับเตรียมเอกสารสำหรับการจองเอาไว้ได้เลย ตัวเป็นๆ ของ New C-Class จะจอดรอคุณอยู่ในบูธจัดแสดงขนาดยักษ์ของแบรนด์ตราดาวอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ Mercedes Benz Thailand สำหรับการเชิญไปขับทดสอบ New C-Class เป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส รวมถึงบริษัท Nikon thailand Co,ltd. ที่สนับสนุนอุปกรณ์บันทึกภาพทุกครั้งที่ผมออกเดินทางท่องโลกไปกับรถยนต์ทดสอบ.

VDO




อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้