วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยันเดินหน้าอนุสรณ์สถาน 'พระเจ้าอุทุมพร' แม้ถูกระงับ!

ยันเดินหน้าอนุสรณ์สถาน 'พระเจ้าอุทุมพร' แม้ถูกระงับ!

  • Share:

ยันเดินหน้าโครงการอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร แม้ถูกระงับ ขอให้แยกเรื่องการอนุรักษ์โบราณสถานที่ค้นพบ กับข้อเท็จจริงของสถูปพระเจ้าอุทุมพรออกจากกัน เหตุต้องรอการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงขึ้นอยู่กับตีความของแต่ละคน หวังรัฐไทยเข้าร่วมมือกับพม่า พร้อมแจงคนพม่าเขียนชื่อใต้ภาพในพาราไบเกผิด ส่งผลเข้าใจคลาดเคลื่อน...


เมื่อวันที่ 20 มี.ค.57 สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ร่วมกับสมาคมมิตรภาพพม่า-ไทย จิตพรรณ (YTPP) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดแถลงข่าว โครงการอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ณ สุสานล้านช้าง เมืองอมรปุระ สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งมีนายสมิตร โบบายะวาทย์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวิจิตร ชินาลัย ผู้อำนวยการโครงการอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และนายมิคกี้ ฮาร์ท นายกสมาคมจิตพรรณ

 

นายวิจิตร กล่าวยืนยันว่า แม้ทางรัฐบาลมัณฑะเลย์ได้รับแจ้งจากทางกระทรวงวัฒนธรรมพม่าว่า ให้ระงับการทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่โครงการอนุสรณ์สถานพระมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร แต่ทางสมาคมจะยังเดินหน้าโครงการต่อ เนื่องจากโครงการนี้ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการมานาน 1 ปีเต็ม เพื่อหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาพิสูจน์ว่า เป็นพื้นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระเจ้าอุทุมตามประเพณีของพม่า ซึ่งเมื่อถูกเลื่อนออกไป ก็ส่งผลกระทบต่อการทำงาน และการดูแลรักษาโบราณสถานดังกล่าวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไม่ต้องการให้พื้นที่ดังกล่าว ถูกแปลสภาพเป็นการลงทุนเชิงพาณิชย์ รวมถึงข่าวที่กรมศิลปากรไม่รองรับหลักฐานนั้น ก่อให้เกิดความเสียหาย และอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอย่างมาก เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยกับกรมศิลปากรในกรณีนี้ หลังจากที่ส่งรายงานของการดำเนินการ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

"เราต้องแยกประเด็นออกเป็น 2 ส่วน คือเรื่องของการอนุรักษ์สถานที่ และข้อเท็จจริงเรื่องสถูปของพระเจ้าอุทุมพรว่าใช่ของจริงหรือไม่ใช่ แต่ด้วยหลักฐานที่ทีมงานเจอ และทุกคน รวมถึงชาวพม่าจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะชาวบ้านที่รอบบริเวณ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์พม่า และพระสงฆ์ ต่างเชื่อว่านี่คือสถูปของพระเจ้าอุทุมจริง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอการพิสูจน์ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะเราพิสูจน์เองไม่ได้ นอกจากนี้ เราจะทำให้ใครเชื่อไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องการรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ก่อน" นายวิจิตร กล่าว

ด้าน ดร.สุเมธ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นแค่ในส่วนของอนุสรณ์สถานพระมหาเถระพระเจ้าอุทุมพรเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า สถูปที่พบเป็นของพระเจ้าอุทุมพรจริงหรือไม่ เนื่องจากต้องรอการพิสูจน์ แต่ชาวพม่า และทีมงานเชื่อว่าใช่ เนื่องจากหลักฐานต่างๆ บอกตรงกัน ซึ่งการพิสูจน์หลักฐานเรื่องสถูปนั้น สามารถดำเนินการแบบคู่ขนานไปได้ อย่างไรก็ตาม ข้อย้ำว่า แรกเริ่มของโครงการนั้นเป็นของประเทศพม่า แต่ก็มีความหวังว่า จะเกิดความร่วมมือระหว่างรัฐกับรัฐ (G TO G Project) ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศของทั้ง 2 ทั้งนี้ ไทยเอง โดยกรมศิลปากรก็ควรสร้างอนุสรณ์สถานพระเจ้าอุทุมพรที่วัดประดู่ จ.อยุธยาด้วย

"ตอนนี้โครงการชะงักไป ทำให้การดูแลโบราณสถานก็ลำบากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใกล้หน้าฝนแล้ว ต้องมีการทำที่ระบายน้ำอย่างถูกต้อง ไม่งั้นจะทำให้สิ่งที่ทางคณะทำงานทำมาตลอดปีจะต้องสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ จากการถูกน้ำฝนชะทำลายและหญ้ารกขึ้นปกคลุมโบราณสถาน" ดร.สุเมธ กล่าว

 

 

นายมิคกี้ ฮาร์ท ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นระบุว่า โดยส่วนตัวมีความเชื่อว่า สถูปเป็นของพระเจ้าอุทุมพรจริง รวมถึงนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์พม่า พระสงฆ์ และชาวบ้านก็เชื่อเช่นเดียวกัน และแม้ว่าการพิสูจน์เรื่องสถูปจะจริงหรือไม่ ตนเองก็ต้องรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ ประกอบกับประเทศพม่ามีกฎหมายเรื่องการค้นพบสถานที่โบราณ หากเกี่ยวข้องกับศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ จะไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด นอกจากนี้ เพิ่งค้นพบหลักฐานใหม่ คือ พระพุทธรูปที่บ่งบอกว่า เป็นของสมัยอยุธยา เนื่องจากมีตัวอักษรโบราณเขียนกำกับอยู่ ทำให้การคาดการณ์จากเดิมที่คาดว่าอนุสรณ์สถานมีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ไร่ อาจจะขยายเป็น 10 ไร่ได้ และเชื่อว่าพื้นที่นี้เคยเป็น "วัดอโยธยา" มาก่อน

นายมิคกี้ ยังกล่าวอีกว่า ยังมีข้อกังวลเรื่องของเทศบาลมัณฑะเลย์ที่มีนักการเมืองท้องถิ่นบางส่วน ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และต้องการเข้ามาถมที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงรอการตอบรับจากประเทศไทย รอความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและพม่า เพราะว่าจะทำให้การดำเนินโครงการมีความมั่นคง และมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น" นายมิคกี้ กล่าว

เช่นเดียวกับนางปองขวัญ ที่กล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ส่วนใหญ่เป็นสถาปนิก ซึ่งสถาปนิกไม่ใช่แค่ออกแบบ แต่ยังมีหน้าที่ในการคงคุณค่า ส่วนประเด็นการไม่รับรองหลักฐานของกรมศิลปากรนั้น การเผยแพร่ออกไปในลักษณะนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากสถูปของพระเจ้าอุทุมพรนั้น เป็นความเชื่อของทีมงาน และชาวพม่าบางส่วน ตามหลักฐานที่ได้ค้นพบมา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งเอกสารขอความร่วมมือในการขุดจากกรมศิลปากรแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบ รวมถึงไม่ได้รับการตอบรับหลังจากที่ส่งรายงานการดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตาม ในอนาคต คาดหวังจะมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิด และข้อมูลทางวิชาการจากนักวิชาการฝั่งไทย และพม่าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับประเด็นเรื่องการแปลภาษาใต้ภาพที่ระบุว่า ไม่ใช่พระเจ้าอุทุมพร แต่เป็นพระเจ้าเอกทัศน์นั้น นางปองขวัญอธิบายว่า ภาพดังกล่าว เป็นการเขียนที่ผิดพลาดของคนพม่าที่เขียนเป็นพระเจ้าเอกทัศน์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ข้อความนี้ถูกเขียนอยู่ในสมุดพาราไบเก ซึ่งสมัยอังกฤษปกครองก็เอากลับไปด้วย จากนั้นชาวพม่าคนหนึ่งไปค้นเจอ ที่ระบุว่า พระเจ้าเอกทัศน์เป็นกษัตริย์ในสมณเพศ ซึ่งพม่ารู้อยู่แล้วว่า พระเจ้าเอกทัศน์ไม่ได้สวรรคตที่ประเทศพม่า ถือเป็นความคลาดเคลื่อนมากกว่า เพราะว่าพระเจ้าเอกทัศน์ เป็นพี่น้องกับพระเจ้าอุทุมพร ซึ่งพงศาวดารทั้ง 2 ประเทศก็ระบุตรงกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.57 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทางรัฐบาลมัณฑะเลย์ได้รับแจ้งจากทางกระทรวงวัฒนธรรมพม่าว่าให้ระงับการทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการยกระดับโครงการเป็นระดับชาติ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้