วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทุกชาติมีวาระซ่อนเร้น คำเตือนก่อนเข้าอาเซียน

โดย ซูม


เมื่อวานนี้ผมเขียนแสดงความคิดความเห็นเรื่องสิงคโปร์จัดงานฉลอง สงกรานต์ในวันที่ 12-13 เมษายนนี้ แม้จะเป็นเพียงงานอีเวนต์ที่ คงไม่มีผลกระทบต่องานสงกรานต์อันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเรามากนัก

และในการจัดเขาก็ให้เกียรติเราทุกอย่าง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ชกมวยไทย จำหน่ายสินค้าไทย ฯลฯ

แต่ในระยะยาว อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด เพราะความเป็นคนสิงคโปร์ที่ทำงานเก่ง โปรโมตเก่ง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เก่ง และก๊อบปี้เก่ง...เขาอาจจะทำให้งานสงกรานต์ที่จัดขึ้นที่สิงคโปร์กลายเป็นงานที่โดดเด่นกว่างานในประเทศไทยของเราก็ได้ใครจะรู้?

ผมเสนอให้ ททท.ช่วยจับตาดูเขาด้วย และอย่าให้คลาดสายตาเป็นอันขาด ในช่วงท้ายของคอลัมน์วานนี้

ก็ปรากฏว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยท่านรองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว วิไลวรรณ ทวิชศรี ได้ออกมาแถลงกับผู้สื่อข่าวอย่างทันท่วงทีว่า ได้เตรียมหารือร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว

เพื่อศึกษาถึงข้อกฎหมายการจดลิขสิทธิ์ทางปัญญา การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเทศกาลสงกรานต์ งานลอยกระทง ฯลฯ ในอันที่จะหาทาง ป้องกันการนำแนวคิดการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมไทยทั้งหลาย ไปจัดยังประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ททท.จะต้องศึกษารายละเอียดว่า การจดลิขสิทธิ์จะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะงานเทศกาลสงกรานต์ก็เป็นที่รับรู้กันว่า มีการจัดในหลายๆชาติ เช่น ลาว พม่า เช่นเดียวกัน

ผมเห็นด้วยครับ ขอให้เดินหน้าต่อไป และหวังว่าคงจดลิขสิทธิ์ได้

ขณะเดียวกัน ก็จะต้องประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางไปทั่วโลกให้มากยิ่งขึ้นไปอีกว่า ประเพณีสงกรานต์ที่สนุกที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด อยู่ในประเทศไทย และสืบทอดมาหลายร้อยปีแล้ว

พร้อมๆกันนั้น ก็ต้องสนับสนุนให้มีการจัดงานสงกรานต์ในประเทศไทยเราให้สอดคล้องกับประเพณีโดยแท้จริง ไม่ใช่สนุกเลยเถิด

จนกลายเป็นงานเละเทะและจาบจ้วงอนาจารในหลายๆแห่งในขณะนี้

ถ้าทำได้อย่างนี้ ประเพณีสงกรานต์ก็จะคงอยู่กับประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ต่อไป โดยไม่มีเสื่อมสูญ

เรื่องผลประโยชน์ของชาตินี่ต้องระวังครับ แม้จะเป็นเพื่อนร่วมอาเซียนด้วยกัน แต่ก็อย่าวางใจเป็นอันขาด เพราะทุกชาติต่างมีวาระของตนเอง และต้องแข่งขันกันทั้งสิ้น

หลายๆเรื่องที่เราทำได้ดีมาก แต่เมื่อเพื่อนบ้านเขาเอาไปทำตามอย่างเราแล้ว กลับทำได้ดีกว่า ก็มีตัวอย่างมาแล้ว

เช่น...เราเริ่มบูมการท่องเที่ยวขึ้นก่อน ใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวจุดพลุการฟื้นฟูเศรษฐกิจในสมัยป๋าเปรม เมื่อ พ.ศ. 2529-30 โดยการประ- กาศเริ่มต้น “ปีท่องเที่ยวไทย” หรือ Visit Thailand Year ในปีดังกล่าว

ผลงานของเราออกมายอดเยี่ยมมาก ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้านเรา อย่างล้นหลาม จนมาเลเซียต้องมาขอดูแบบอย่าง และตัดสินใจประกาศปีท่องเที่ยวมาเลเซียตามหลังเราในอีก 4 ปีถัดมา

ปีแรกๆของเขา ผมยังแวะไปสังเกตการณ์เลยครับ เห็นแล้วก็นึกว่าไม่น่าจะสำเร็จอะไรมาก เพราะดูจ๋อยๆอย่างไรก็ไม่รู้

แต่ที่ไหนได้ เขาค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ในขณะที่ของเราพอจะดีก็มีเหตุ ทางการเมืองมาบั่นทอน ทำให้ซวดเซและต้องเริ่มใหม่หลายครั้งหลายหน
จนวันหนึ่งตัวเลขคนไปเที่ยวมาเลเซียก็ออกมาที่ปีละ 24 ล้านคน

กลายเป็นอันดับ 10 ของโลก แซงหน้าไทยไปสุดกู่ (ของเรา 22.4 ล้านคน ปี 2013 เป็นที่ 15 ของโลก)

แม้ในความเป็นจริง มาเลเซียจะนับซํ้าและนับรวมคนสิงคโปร์ที่ข้ามฟากไปทำงาน ไปทำธุระ ไปเช้าเย็นกลับเข้าไปด้วย

แต่เขาก็ทำให้องค์กรท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ยอมรับตัวเลขและทุกวันนี้ก็ยังใช้ตัวเลขนี้อยู่ ล่าสุดมาเลเซียก็ยังอยู่อันดับ 10 ต่อไป

ผมถึงได้บอกว่าต้องระวัง  เพราะเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างมาเลเซีย อย่างสิงคโปร์ เขาเป็นชาติที่ทำงานจริงจังและไม่ทะเลาะกันมาก เวลาเขาทำอะไร เขาก็จะทำได้ดีกว่าเรา แม้บางอย่างจะเริ่มทีหลังเรา

รวมทั้งการจัดงานสงกรานต์นี่ด้วยนะครับ...ดีแล้วที่ไม่ประมาท เพราะไม่แน่ว่าวันหนึ่งสิงคโปร์เขาอาจจะจัดได้ดีกว่าเรา  และกลายเป็นว่าคนทั่วโลกรู้จักสงกรานต์ของเขามากกว่าของเรา?...ด้วยสาเหตุที่เรายังทะเลาะกันไม่หยุด และไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะหยุดเมื่อไร.


“ซูม”

20 มี.ค. 2557 12:54 ไทยรัฐ