วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ศาลรธน.'นัดลงมติ เลือกตั้ง2ก.พ.โมฆะหรือไม่ 21มี.ค.

"ศาล รธน." นัดลงมติปมเลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะหรือไม่ 21 มี.ค.นี้ "ผู้ตรวจการฯ" ยัน มีหน้าที่ชงเรื่อง ขณะที่ “พงศ์เทพ” ระบุไม่เข้าข่ายที่จะทำได้ ด้าน "ปธ.กกต." ขอให้ศาลยกคำร้อง ระบุ ปัญหาที่เกิดมาจากรัฐคุมสถานการณ์ไม่ได้...

วันนี้ (19 มี.ค. 57) เวลา 10.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน โดยมี นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบังลังก์เพื่อรับฟังข้อชี้แจงกรณีที่ผู้ตรวจการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1) ว่า การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจง ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินกระบวนวิธีพิจารณา

นายพรเพชร ในฐานะผู้ร้องชี้แจงเป็นคนแรก ระบุว่า คำร้องดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการใช้อำนาจมาตรา 245(1) ของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้งว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้ตรวจการมีความชอบตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช้อำนาจนี้ จะไม่มีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว ด้วยการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ตรวจการนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้มี 3 ประการ คือ 1.การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. สามารถทำได้เพียง 347 เขตเท่านั้น 2.การเลือกตั้งดังกล่าวมีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญมาครั้งหนึ่งแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยเป็นคำแนะนำและให้ผู้รักษาการตามพ.ร.ฎ.ไปปรึกษาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่มีการแก้ไข และทำให้การเลือกตั้งนั้นเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สำเร็จ

นายพรเพชร กล่าวว่า 3.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 347 เขตนั้น เป็นการดำเนินการเลือกตั้งที่ไม่ครบทุกเขต และไม่ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง แต่ที่สำคัญ คือ การเลือกตั้งซ่อมในเขตเหล่านี้สำเร็จเพียงเล็กน้อย และมีปัญหาที่มองไม่เห็นว่าจะสามารถสำเร็จลุล่วงเมื่อใด และจะอยู่ในกรอบ 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และยังมีผลสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์ มีการนับคะแนนโดยเปิดเผยที่หน่วยเลือกตั้ง กระทบต่อการลงคะแนนเสียงใน 28 เขตภาคใต้ที่ยังไม่มีผู้สมัคร และเขตเลือกตั้งอื่นที่ค้างอยู่ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

นายพรเพชร กล่าวต่อว่า ยังมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ หรือผลกระทบที่ชี้ให้เห็นถึงการเลือกตั้ง กรณีที่ นายกรัฐมนตรีออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม. เมื่อออกมาแล้วผู้ตรวจการได้เห็นคำเตือนของประธาน กกต. ผ่านทางสื่อมวลชนว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ออกก่อนกำหนดเลือกตั้งเพียง 2 สัปดาห์ อาจนำไปสู่ความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง

“การเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาสำคัญเกิดขึ้นท่ามกลางวิฤตที่ร้ายแรงที่สุดนำมาซึ่งความแตกแยกของสังคมทุกภาคส่วน ขอให้ศาลคำนึงด้วยข้อกระทบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ด้วยนอกเหนือจากประเด็นทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะมีความขัดแย้งทางการเมืองวิกฤติที่สุด การเลือกตั้งที่เกิดท่ามกลางความขัดแย้ง มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งที่ล้มเหลว นำไปสู่คดีความจำนวนมาก ความล้มเหลวการเลือกตั้งทำให้บทบัญญัติการใช้อำนาจนิติบัญญัติ และการบริหารของรัฐบาลไปไม่ได้ มีแต่รัฐบาลรักษาการ และไม่มีหลักประกันอะไรเลยที่จะทำให้การเลือกตั้งสำเร็จต่อไปได้” นายพรเพชร กล่าว

นายพรเพชร กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกที่สำคัญที่สุด เห็นว่าต้องวิเคราะห์ชั่งน้ำหนักระหว่างข้อกฎหมายทั่วไป และสิทธิของประชาชนที่เลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่าย ถ้าปล่อยให้มีรัฐบาลรักษาการ การเลือกตั้งยังมีปัญหา จนถึงไตรมาสที่สองของปีนี้ ต่อไปจะกระทบกับจีดีพีของประเทศอย่างแน่นอน รวมไปถึงปัญหาทางสังคม การจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ได้ใช้ต้นทุนต่างๆ ที่สูงมาก มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการ ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตั้งทั้งโดยตรงและโดยอ้อม การเลือกตั้งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีทางออก จึงต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเมื่อการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จะได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง การเลือกตั้งจึงเป็นคำตอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ทางด้าน นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ทางรัฐบาลเพิ่งได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้ทราบถึงความจำเป็นความเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลมีเวลาในการทำคำชี้แจงภายใน 1 วันเท่านั้น

ขณะที่ นายจรัญ ระบุว่า เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องนี้เร็ว เพราะต้องเชื่อมโยงการจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกหลายส่วน ถ้าช้าไปจะเป็นการปล่อยให้ดำเนินการอไรบางอย่างที่อาจไม่เกิดประโยชน์ เสียเปล่าโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ถ้าเราได้วินิจฉัยทันเวลา โอกาสจะเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองดีกว่า ยืนยันไม่ได้เร่งรัดโดยกรอบเวลา แต่เพราะเงื่อนไขของบ้านเมือง

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน มีข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ถูกต้องและตรงทั้งหมด และยังมีข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะอยู่ในการรับรู้ของ กกต. ทั้งนี้ เห็นว่ากรณีดังกล่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาตามมาตรา 245(1) นั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมาตราดังกล่าวใช้กฎหมายในระดับที่เป็นพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด หรือประกาศคณะปฏิรูปการปกครองเท่านั้น ไม่รวมไปถึงกฎหมายในรูปแบบอื่น เช่น กฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกา และระเบียบต่างๆ ยืนยืนว่า การออก พ.ร.ฎ.ยุบสภาของรัฐบาล มีขึ้นตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงไม่สามารถส่งเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้เลย เพราะการเลือกตั้งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ส่วนประเด็นที่ว่าการเลือกตั้งไม่ใช่การเลือกตั้งในวันเดียวกันนั้น การจะดูว่าการเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันหรือไม่ ให้ดูตาม พ.ร.ฎ.ที่ได้กำหนดให้วันที่ 2 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้ง แต่เหตุที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะมีผู้ไปขัดขวางการเลือกตั้งและขัดขวางการรับสมัคร ส.ส.

“ถ้าจะให้นับหนึ่งใหม่ตามที่ผู้ตรวจการต้องการ จะต้องใช้จ่ายงบประมาณใหม่ และยังมีผลกระทบทางเศรษฐกิจแน่นอน เพราะกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมา อาจไปถึงเดือน มิ.ย. ถ้าเราปล่อยให้มีคนขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้การสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ในบางเขต แล้วเราจะต้องล้มการเลือกตั้งเสียทั้งประเทศเลยหรือ เราจะมีการเลือกตั้งที่สำเร็จได้หรือ และจะเกิดเหตุการณ์นี้อีกกี่ครั้ง”นายพงศ์เทพ กล่าว

ทางด้าน นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่า หากการเลือกตั้งดำเนินต่อไป ปัญหาจะสิ้นสุดหรือไม่ นายพงศ์เทพ ตอบว่า การเลือกตั้งที่เป็นกลไกตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตย และตามรัฐธรรมนูญที่ตุลาการหลายคนในที่นี้เป็นผู้ยกร่างขึ้น เมื่อมีการยุบสภาก็ต้องเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีการเลือกตั้งอย่างน้อยทำให้ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้แสดงความต้องการ ทั้งนี้ ถ้าเริ่มกันใหม่ ไม่แน่ใจว่าจะเกิดปัญหาเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่ และจะเกิดการสูญเสียหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พยายามซักถามนายพงศ์เทพ ถึงการรับสมัครเลือกตั้งที่ขาดไป 28 เขต หากมีการรับสมัครใหม่อีกครั้ง จะถือว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันเดียวหรือไม่ พร้อมหยิบยกคำวินิจฉัยในอดีตที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งปี 2549 เป็นโมฆะเนื่องจากคูหาเลือกตั้งหันหลังออก ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเห็นว่า ผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกบุคคลใด ทำให้การลงเลือกตั้งถือว่าไม่เป็นความลับ มาเทียบเคียงกับการนับคะแนนหน้าหน่วย

ทั้งนี้ นายพงศ์เทพ ตอบว่า เป็นหน้าที่ของประธาน กกต. ที่จะตอบคำถามว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งวัน เดียวหรือไม่ ส่วนการนับคะนนหน้าหน่วยนั้น เห็นว่าไม่เกี่ยวกับการนับคะแนน แต่ที่คำวินิจฉัยครั้งก่อนให้เป็นโมฆะ เพราะวิธีการลงคะแนนที่ไม่เป็นความลับ ดังนั้น วิธีการลงคะแนนที่เป็นความลับถือเป็นหัวใจสำคัญมากกว่าการนับคะแนน ส่วนความรับผิดชอบในการจัดความเรียบร้อยในการเลือกตั้งนั้น เห็นว่าคนที่ต้องรับผิดชอบที่สุด คือ คนที่ไปขวางเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลพยายามทำในสิ่งที่รับผิดชอบที่ดีที่สุดแล้ว  

ขณะที่ นายศุภชัย ชี้แจงว่า กกต.มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย และได้พยายามจัดการลงคะแนนใหม่ในบางหน่วย ที่ยังไม่สามารถให้ลงคะแนนได้ ในส่วนของ 28 เขตเลือกตั้งภาคใต้ ที่ไม่มีผู้สมัครนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่เคยมีการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ จึงรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติมีคำวินิจฉัยตามคำร้องที่ กกต.ยื่นมาก่อน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอุปสรรคภายนอกที่มาขัดขวางการเลือกตั้ง รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยลงได้ ไม่ได้เป็นปัญหามาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.แต่อย่างใด

“ผู้ร้องไม่มีอำนาจในการยื่นคำร้อง ในเหตุผลสำคัญสองประการคือ ตามข้อเท็จจริง กกต.ยังไม่ได้ดำเนินการออกกฎระเบียบใดๆ จึงไม่เข้าองค์ประกอบ 254(1) ตามที่ผู้ร้องระบุมา จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง” นายศุภชัย กล่าว

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้สอบถามประธาน กกต. ถึงอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปหลังจากที่ 28 เขตเลือกตั้งภาคใต้ไม่มีผู้สมัคร นายศุภชัย ตอบว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าวว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ ตนได้ไปปรึกษานายกฯ และ ครม. ซึ่งรัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้และบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญแทงกั๊ก รวมไปถึงมีรัฐมนตรีบางคนบอกว่าอย่าลากนายกฯ ไปติดคุก ซึ่งได้ยืนยันไปว่าการเลือกตั้งจะต้องออก พ.ร.ฎ.ฉบับใหม่ กกต. จึงไม่สามารถออกเองได้

นอกจากนี้ นายสุพจน์ ได้ถามว่า กกต.อยู่ภายใต้อิทธิพลหรือไม่ เป็นอิสระหรือไม่ ในการเลื่อนการเลือกตั้ง นายศุภชัย กล่าวว่า กกต.ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาล หรือพรรคการเมือง แต่การเลื่อนการเลือกตั้งต้องทำเป็น พ.ร.ฎ.โดยรัฐบาล กกต.ทำได้แค่ประกาศการเลือกตั้ง ซึ่งหาก กกต.สามารถทำเองได้ก็ทำไปแล้ว ยืนยันไม่ได้กลัวว่าจะถูกฟ้อง เพราะ กกต.ถูกฟ้องมาหลายคดีแล้ว แต่ กกต.ทุกคนสมัครใจมาทำหน้าที่

ทั้งนี้ ภายหลังการรับฟังคำชี้แจงกว่า 2 ชั่วโมง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดวันให้นายพงศ์เทพ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ภายในวันที่ 20 มี.ค.นี้ และนัดแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติในคำร้องดังกล่าววันที่ 21 มี.ค. เวลา 11.00 น.

 

"ศาล รธน." นัดลงมติปมเลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะหรือไม่ 21 มี.ค.นี้ "ผู้ตรวจการฯ" ยัน มีหน้าที่ชงเรื่อง ขณะที่ “พงศ์เทพ” ระบุไม่เข้าข่ายที่จะทำได้ ด้าน "ปธ.กกต." ขอให้ศาลยกคำร้อง ระบุ ปัญหาที่เกิดมาจากรัฐคุมสถานการณ์ไม่ได้... 19 มี.ค. 2557 13:18 19 มี.ค. 2557 14:04 ไทยรัฐ