วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติผู้โดยสารขู่ประท้วง

สถานทูตมาเลย์ในปักกิ่ง ไม่แจงการค้นหาMH370

ผบ.ทอ.เผยเรดาร์ ทอ. จับสัญญาณเครื่องบินมาเลเซีย เที่ยวบิน MH 370 ลำที่หายไร้ร่องรอย มุ่งหน้าช่องแคบมะละกาในคืนเกิดเหตุ ยันไม่พบสัญญาณเครื่องบินผ่านภาคเหนือของไทย  เตรียมส่งข้อมูลให้  ผบ.ทอ.มาเลย์ ด้านญาติผู้โดยสารชาวจีนโวยมาเลย์อ้ำอึ้ง ให้ข้อมูลล่าช้า เตรียมก่อหวอดประท้วง

ผู้คนทั่วโลกยังคงกล่าวขวัญกัน ถึงการหายไปอย่างลึกลับและเป็นปริศนาดำมืดของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสาร 239 คน ที่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. โดยจนถึงวันที่ 19 มี.ค. นับเป็นวันที่ 11 แล้วที่ยังไร้เบาะแสของเครื่องบินลำดังกล่าว ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยมี 26 ชาติ ร่วมภารกิจค้นหาเครื่องบินโดยสาร เป็นบริเวณกว้างจากจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อครั้งสุดท้ายกับศูนย์ควบคุมการบินภาคพื้นดิน นับตั้งแต่บริเวณทะเลจีนใต้ ทางภาคใต้ของเวียดนามและเขตน่านน้ำของมาเลเซีย แต่ไม่พบร่องรอยหลักฐานใดๆ ทำให้ภารกิจค้นหาเครื่องบิน ถูกขยายพื้นที่ขยับมาทางด้านตะวันตกนอกเส้นทางการบินมาสู่พื้นที่ช่องแคบมะละกา แถบทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย หลังทางการมาเลเซียร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเป็นทางการ ทั้งเปิดเผยข้อมูลระบุความเป็นไปได้ว่าเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 อาจถูกใครบางคนนำบินออกนอกเส้นทางบินไปไกลได้ทั้งทางซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า บรรดาญาติพี่น้องผู้โดยสารชาวจีนบนเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดถึง 153 ชีวิต ต่างแสดงความไม่พอใจ ที่ข่าวการตามหาเครื่องบินสูญหายเป็นไปอย่างล่าช้า โดยขู่จะรวมตัวกันอดอาหารประท้วง ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงปักกิ่ง

นายเหวิน หวันเชง วัย 63 ปี ชาวมณฑลชานตง ซึ่งลูกชายสูญหายไปกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 กล่าวว่า ญาติพี่น้องของผู้โดยสารที่สูญหายทุกคน ต่างไม่พอใจทางการมาเลเซีย ที่ไม่สามารถให้คำตอบใหม่ๆกรณีการสูญหายของเครื่องบิน ทั้งอ้างว่าเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงปักกิ่ง น่าจะออกมาชี้แจงเรื่องนี้ แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆจากรัฐบาลมาเลเซีย รวมถึงสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส แม้แต่น้อย

อีกด้านหนึ่ง นายหวง ฮุยกัง เอกอัครราชทูตจีนประจำมาเลเซีย แถลงผ่านสำนักข่าวซินหัว ว่าทางการจีนได้ตรวจสอบประวัติผู้โดยสารชาวจีน บนเที่ยวบินดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ไม่พบความผิดปกติหรือพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเริ่มภารกิจตามหาเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ในพื้นที่อธิปไตยของจีน ภายหลังรัฐบาลมาเลเซียระบุว่าเครื่องบินสูญหาย อาจบินจากตำแหน่งสุดท้ายแถบช่องแคบมะละกาขึ้นไปทางซีกโลกเหนือหรือลงไปทางซีกโลกใต้ โดยทางซีกโลกเหนืออาจไปถึงชายแดนคาซัคสถาน เติร์กเมนิสถานหรือภาคเหนือของไทย ส่วนทางซีกโลกใต้อาจบินลงไปถึงมหาสมุทรอินเดียตอนใต้

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลออสเตรเลียแถลงว่า จะเป็นฝ่ายนำทีมค้นหาเครื่องบินทางทิศใต้ของมหาสมุทรอินเดียทั้งหมด โดยส่งเครื่องบินโอเรียน เอพี-3ซี จำนวน 2 ลำ ช่วยตามหา โดย 1 ลำออกค้นหาบริเวณตอนเหนือกับฝั่งตะวันตกของหมู่เกาะโคโคส  ส่วนอีกลำบินค้นหาในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย ทั้งนี้ ภารกิจค้นหาเครื่องบินของมาเลเซียเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่กว้างขวางมากกว่า 600,000 ตารางกิโลเมตร

ขณะเดียวกัน นิตยสารนิวยอร์ก ไทม์ของสหรัฐฯ รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯคนหนึ่งระบุเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 อาจถูกใครบางคนในห้องนักบิน เปลี่ยนเส้นทางการบินผ่านระบบคอมพิวเตอร์นำทางที่เรียกกันว่า “ไฟล์ เมเนจเมนต์ ซิสเตม” แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนโปรแกรมตั้งเส้นทางการบินใหม่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ส่วนอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารบนเครื่องบินลำดังกล่าวทางการมาเลเซียเชื่อว่าถูกใครบางคนปิดสวิตช์หลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้าได้ไม่กี่นาที

ในส่วนความเคลื่อนไหวของไทย วันเดียวกันนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ว่า กองทัพอากาศไทยมีสถานีเรดาร์ทั่วประเทศ 12 แห่ง ภาคใต้มี 3 แห่ง คือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.ภูเก็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างที่เครื่องบินลำดังกล่าวบินผ่านในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 8 มี.ค. โดยบินขึ้นจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ประเทศเวียดนาม กระทั่งเวลา 00.22 น. ปรากฏว่าสัญญาณเครื่องบินหายไปจากเรดาร์

“จากการตรวจสอบ พบสัญญาณบางอย่างไม่ชัดเจน ต้องรอตรวจสอบกับวิทยุการบินของไทย และเรดาร์ของมาเลเซียว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ ทั้งนี้ พบว่ามีการเลี้ยวกลับวนหนึ่งรอบ และย้อนกลับเส้นทางเดิม ก่อนจะบินเฉียดด้านเหนือของ
กรุงกัวลาลัมเปอร์ ก่อนที่สัญญาณจะหายไป ทั้งนี้เข้าใจว่าเครื่องบินน่าจะมีทิศทางไปช่องแคบมะละกา ซึ่งเมื่อเทียบกับคำสัมภาษณ์ของนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่บอกว่าเครื่องบินวนย้อนกลับมาทางใต้ชายแดนของประเทศไทย แล้วเลี้ยวขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นข้อมูลหนึ่งที่ปรากฏสัญญาณล่าสุด” ผบ.ทอ.กล่าว

ผบ.ทอ.กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เครื่องบินอาจจะบินไปทางเส้นทางเดิม ขึ้นฝั่งที่เวียดนาม เข้าจีนแล้วเลี้ยวซ้ายกลับไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่เส้นทางหลัก ซึ่งสถานีเรดาร์ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีรัศมีตรวจจับไม่ถึง จึงไม่พบข้อมูลใดๆ ต้องรอการตรวจสอบจากทฤษฎีแรกว่า ใช่เครื่องบินลำเดียวกันหรือไม่ ส่วนทฤษฎีที่สอง ที่บินไปทางเวียดนามเข้าจีนและวกกลับมา ตรวจไม่พบ หวังว่าเครื่องบินดังกล่าวไม่น่าถูกทำลายหรือเกิดอุบัติเหตุ หรืออาจเป็นกรณีไฮแจ๊คหรือจี้เครื่องบิน ก็จะเป็นบทเรียนหนึ่งว่าเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการผสมผสาน ระหว่างคนกับเครื่องมือได้อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป และจะนำข้อมูลที่เรดาร์กองทัพอากาศตรวจพบ ส่งให้ ผบ.ทอ.มาเลเซีย ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รมว.คมนาคมมาเลเซีย แถลงสั้นๆ เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 18 มี.ค. ว่าจนถึงวันที่ 18 มี.ค. ภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ลำที่หาย กินพื้นที่กว้างขวางราว 2.24ล้าน ตารางไมล์ทะเล หรือราว 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร กว้างกว่าพื้นที่ทั้งประเทศออสเตรเลีย ที่กว้างขวางราว 7.6 ล้านตารางกิโลเมตร การค้นหาเครื่องบินเที่ยวบิน ขยายขึ้นไปทางซีกโลกเหนือถึงตอนใต้ของภูมิภาคเอเชียกลาง และบางส่วนด้านตะวันตกของจีน รวมทั้งเขตซินเจียง และทิเบต ส่วนทางซีกโลกใต้ ไปถึงมหาสมุทรอินเดียด้านตะวันตกของออสเตรเลีย

19 มี.ค. 2557 04:16 19 มี.ค. 2557 04:16 ไทยรัฐ