วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ.ยืนยัน '2เหยื่อไข้หวัด' ดับที่เมืองคอน ไม่ได้เป็นไข้หวัดนก

สธ.แจงผู้ป่วยที่เสียชีวิต 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช ไม่ใช่ไข้หวัดนก เกิดจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ "เอช 1 เอ็น 1" ระบุแนวโน้มการระบาดปีนี้เพิ่มสูงขึ้น พบผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วว่า 16,000 ราย สั่งกำชับทุกจังหวัดเข้ม 4 มาตรการทั้งป้องกันและรักษา...

จากกรณีที่มีข่าวพบผู้ป่วยไข้หวัดติดเชื้อ "เอช 5 เอ็น 1" (H5N1) เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช และทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้รับผู้ป่วยไข้หวัดไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 12 รายนั้น

วันที่ 18 มี.ค. 57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างละเอียดจากห้องปฏิบัติการ พบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้น เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดประจำฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดนกแต่อย่างใด และจากการประสานเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ ได้ตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชแล้ว พบว่าขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ชนิด เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพียง 4 รายเท่านั้น โดย 2 รายอาการหายดี กลับบ้านได้แล้ว

โรคที่เป็นห่วงขณะนี้ คือ ไข้หวัดใหญ่ จากเชื้อ เอช 1 เอ็น 1 หรือที่เรียกว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งขณะนี้กลายเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล พบว่าแนวโน้มมีผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากเป็นโรคที่ติดต่อกันง่ายทางระบบทางเดินหายใจ และประชาชนยังขาดการป้องกันตนเอง จากการติดตามของกระทรวงสาธารณสุข ไม่พบเชื้อกลายพันธุ์ ในปี 2557 ตั้งแต่ ม.ค.–มี.ค. พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 16,065 ราย เสียชีวิต 9 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ ในขณะที่ตลอดปี 2556 พบผู้ป่วย 43,791 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับให้ทุกจังหวัดเข้ม 4 มาตรการป้องกันและรักษา ได้แก่ 1.รณรงค์ประชาชนล้างมือบ่อยๆ ซึ่งให้ผลดีมาก ป้องกันได้ทั้งไข้หวัดใหญ่และท้องเสีย 2.เมื่อป่วยให้ใส่หน้ากากอนามัย 3.ให้หยุดงาน หรือหยุดเรียนเมื่อป่วย และ 4.ให้แพทย์ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ตามแนวทางการรักษาอย่างเคร่งครัด เชื้อยังไม่มีการดื้อยา ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งได้สำรองยาไว้อย่างเพียงพอ และให้องค์การเภสัชกรรมผลิตยานี้เพิ่มอีก 3 ล้าน 5 แสนแคปซูล ในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ ยังให้โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยไข้หวัดใหญ่เพิ่มมากผิดปกติ ให้จัดจุดตรวจให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ แยกผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจจากผู้ป่วยอื่น และแจกหน้ากากอนามัยทุกราย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้ป่วยอื่น พร้อมทั้งให้กรมการแพทย์ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและปอดจากกระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยให้คำปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา กรณีที่พบผู้ป่วยมีอาการหนัก

ทางด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ให้สำนักควบคุมโรคทั้ง 12 เขต ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่ไปรับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อตรวจจับสัญญาณผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว และปรับระบบบริการให้เหมาะสม รวมถึงจัดให้มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญทุกสัปดาห์ ประเมินสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ และให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ควบคุมโรคทันที หากพบผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่

“ขอย้ำเตือนประชาชนที่มีอาการป่วย ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ขอให้นึกถึงไข้หวัดใหญ่ ขอให้หยุดงาน หรือหยุดเรียน ผู้ใหญ่ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู้ผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กๆ หรือลูกหลานที่อยู่ในบ้าน หากไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจอุดตัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ให้พบแพทย์ทันที” นพ.โสภณ กล่าว.

สธ.แจงผู้ป่วยที่เสียชีวิต 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช ไม่ใช่ไข้หวัดนก เกิดจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ "เอช 1 เอ็น 1" ระบุแนวโน้มการระบาดปีนี้เพิ่มสูงขึ้น พบผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วว่า 16,000 ราย สั่งกำชับทุกจังหวัดเข้ม 4 มาตรการทั้งป้องกันและรักษา... 18 มี.ค. 2557 14:16 18 มี.ค. 2557 14:53 ไทยรัฐ