วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลิกฉุกเฉินฟื้นรายได้ท่องเที่ยว

เลิกฉุกเฉินฟื้นรายได้ท่องเที่ยว

  • Share:


ผมหายหน้าไปหลายวัน รับเชิญจาก คุณธวัชชัย  อรัญญิก ผู้ว่าการการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไปร่วมสังเกตการณ์การท่องเที่ยวไทยในตลาดยุโรป ตั้งแต่ งาน ITB 2014 ที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ซึ่งเป็นงานท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  และการโรดโชว์ที่ กรุงดับลิน ไอร์แลนด์ แมนเชสเตอร์ และ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อังกฤษ เป็นตลาดหลักของไทยในยุโรป ปีที่แล้วคนอังกฤษมาเที่ยวไทย 9 แสนกว่าคน รองมา เยอรมนี 8 แสนกว่าคน ตามมา สแกนดิเนเวีย ซึ่งช่วงนี้หายไปเยอะเพราะกลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

การออกไปขายการท่องเที่ยว ซึ่งทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 1 ในเวลานี้คำถามหนึ่งที่ไม่มีใครตอบได้ก็คือ วิกฤติการเมืองไทยจะจบลงเมื่อไร โดยเฉพาะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ต่างชาติถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก จน ผู้ว่าฯธวัชชัย ก็ยังถอนใจ เพราะยอดจองทัวร์ในไตรมาส 2–3 ลดลงไปอย่างน่าใจหาย ได้แต่หวังว่าเมื่อครบกำหนด 60 วันแล้วรัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่งั้นธุรกิจท่องเท่ียวตายแน่นอน

แต่จากวันนี้ไป ผมคิดว่าการท่องเที่ยวคงจะดีขึ้น เมื่อ ศรส.มีมติเห็นชอบให้เสนอ ครม.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเมื่อวานนี้ เพราะมีไปก็ไร้ประโยชน์ แต่กลับเป็นผลร้ายทำลายธุรกิจการท่องเที่ยว ทำรายได้หายไปมหาศาลในช่วงที่ผ่านมา

ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลรู้หรือไม่ ธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของไทยคือการท่องเที่ยว  และยังเป็นสาขาบริการที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด ปีที่แล้ว 2556 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยกว่า 26.73 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 19% ปีนี้ 2557 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวไว้ 30.27 ล้านคน ทำรายได้ 1.34ล้านล้านบาท และ รัฐบาลยังกำหนดให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ได้ถึง 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2558 รายได้นี้ยังไม่นับรายได้จาก การท่องเที่ยวในประเทศ  ของ คนไทย อีกหลายสิบล้านคน เป็นรายได้อีกหลายแสนล้านบาท

แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุบเปรี้ยงเดียว ไม่ถึง 2 เดือน รายได้ธุรกิจการท่องเที่ยวหายวูบไปหลายหมื่นล้าน การที่รัฐบาลตัดสินใจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ประเทศที่เจริญทางประชาธิปไตยอย่างยุโรป ถือว่าประเทศใดที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสถานการณ์ต้องร้ายแรงมาก ชีวิตผู้คนจะไม่ปลอดภัย แม้แต่บริษัทประกันภัยก็ยังไม่รับประกันการท่องเที่ยวจากยุโรปจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ไม่ใช่ประกาศเล่นๆแบบไทยๆ

การไปออกบูธงานท่องเที่ยวที่ ไอทีบี 2014 เบอร์ลิน ครั้งนี้ คุณธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ ได้เชิญ บัวขาว บัญชาเมฆ นักชกไทยไฟต์ชื่อดังของไทยที่เป็นขวัญใจของชาวยุโรปไปชกโชว์แจกลายเซ็นและถ่ายรูปกับแฟนมวยด้วย เป็นไอเดียที่กิ๊บเก๋ทีเดียว ผมเห็นหนุ่มสาวเยอรมันไปเข้าคิวถ่ายรูป สาวๆถือกางเกงมวยไทยไปให้บัวขาวเซ็นชื่อกันคึกคักเลยทีเดียว

แสดงว่าชื่อของบัวขาวขายได้ในยุโรปเป็นอย่างดี ผมเห็นด้วยกับ ผู้ว่าฯธวัชชัย ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย น่าจะจ้างให้ “บัวขาว” เป็น “แบรนด์ แอมบาสเดอร์” ของ การท่องเที่ยวด้านมวยไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬามวยไทยไปในตัวด้วย ซึ่งเป็นทั้ง การขายวัฒนธรรมมวยไทย และ การขยายวัฒนธรรมมวยไทย ไปสู่เวทีโลกได้อย่างดีเลยทีเดียว

ผมก็หวังว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วยฟื้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นกลับมาโดยเร็ว เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจประเทศที่กำลังฟุบจากวิกฤติการเมือง จนรายได้รัฐบาลหายไปหลายหมื่นล้านบาท ที่สำคัญรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นรายได้ที่กระจายไปในวงกว้างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เป็นการกระจายรายได้ไปในตัว

แต่ปัญหาหนึ่งที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะต้องแก้ไขด้วยความปวดหัวก็คือ นักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่แห่มาเที่ยวกันมากมาย แต่เป็น “นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ” จนเป็นที่ “รังเกียจ” ของ นักท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งตอนนี้กำลังลามจากพัทยาไปถึงภูเก็ตแล้ว เช่นเดียวกับ “นักท่องเที่ยวเกาหลี” ยิ่งเป็น “นักกอล์ฟ” ยิ่งแย่หนักจนเป็นที่ “รังเกียจ” ของ นักกอล์ฟญี่ปุ่น และ นักกอล์ฟไทย จะบริหารอย่างไรให้มี นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก มาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น แทนที่ นักท่องเที่ยวกระเป๋าเบา แต่มารยาทแย่ เหล่านี้ เพื่อรักษาคุณภาพการท่องเที่ยวไทยเอาไว้.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้