วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาณาเขตประเทศเปลี่ยนแปลง


พลเมืองจะมีคุณภาพ อยู่ที่พัฒนาการก่อนวัยเรียนเป็นสำคัญ เปิดฟ้าส่องโลกขอสนับสนุนงานที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กก่อนวัยเรียน ที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ ชุมชนมุสลิมต่างๆ ในกรุงเทพฯ ที่มีงานเพื่อการศึกษาของเยาวชนอยู่เป็นประจำ

พุธวันนี้ 16.30-21.20 น. มีงาน “พัฒนาชุมชนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนเกาะกลาง” ที่ ร.ร.กีฟายาตุ้ลอิสลาม ซอยโรงเรียนงามมานะ เขตประเวศ โดยฮัจยะห์รัศมี อารีย์ และทนายวุฒิพงศ์ วันหวัง เป็นประธานในพิธี/จัดงาน อัญเชิญพระมหาคัมภีร์กุรอานโดย ด.ช.กีรติ ฮวดศรี และ ด.ช.ชนะชัย อึ้งมีเจริญสุขดี นร.ชั้นอนุบาล 3/1 มีบรรยาย “การศึกษากับเด็กและเยาวชน” โดย อ.มูซา บินฮาซัน ฯลฯ

คืนก่อนที่จะมีการลงประชามติให้ไครเมียแยกจากอูเครนไปอยู่กับรัสเซีย ที่บ้านผมรับแขกรัสเซียผู้ที่มีความรู้ด้านนี้ สนทนากันเลยเที่ยงคืน ก็ได้ข้อสรุปหลายเรื่อง ซึ่งผมจะค่อยๆ ทยอยนำมาแทรกรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพเป็นระยะๆ ถึงตอนนี้ก็ทราบผลกันแล้วนะครับ ว่าคนในไครเมียเกือบ 100% ขอแยกตัว ที่แยกแผ่นดินสิ้นความเป็นชาติเดียวกันกับอูเครน ก็เพราะคนกรุงคีฟและคนตะวันตกรังเกียจเดียดฉันท์คนตะวันออกและคนใต้ ทุกครั้งที่คนตะวันออกและคนใต้เลือกนักการเมืองขึ้นบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย พวกอูเครนที่โปรยุโรปจะเดินขบวนประท้วง ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้ง จนครั้งนี้แหละครับ สุดจะทน เมื่ออยู่ร่วมกันลำบาก ก็แยกประเทศกันอยู่ดีกว่า

อเมริกาตะโกนว่า ประชาคมโลกไม่ยอมรับประชามติแยกประเทศ เพราะขัดรัฐธรรมนูญอูเครน ผมขอเรียนนะครับ ว่าการรับรองการตั้งประเทศใหม่ หรือการแยกไปอยู่กับประเทศอื่น มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ ทั้งการรับรองแบบ de jure recognition (การรับรองตามกฎหมาย) และ de facto recognition (การรับรองตามสภาพความจริง)

อเมริกาและตะวันตกอาจจะเคยแกล้งไม่รับรองชาติรัฐอื่นแต่นั้นเป็นประเทศเล็กๆ จึงแกล้งได้ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะแกล้งรัสเซียได้สำเร็จ ผู้อ่านท่านยังจำได้ไหมครับ ตอนยูโกสลาเวียแตกเป็นหลายชาติรัฐใหม่ อเมริกาและพวกไม่รับรองดินแดนที่เหลืออยู่เป็นรัฐยูโกสลาเวียต่อไป เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ พวกฝรั่งตะวันตกไม่ชอบ ก็จึงไม่ยอมให้มีการสืบสิทธิของรัฐ เรื่องนี้ อเมริกาและพวกถืออำนาจบาตรใหญ่ไปลงโทษทางการเมืองมากกว่าจะพิจารณาตามหลักการสืบสิทธิของรัฐ เพราะกลุ่มชนชาวเซอร์บเป็นเผ่าพันธุ์หลักของยูโกสลาเวียที่มีพฤติกรรมขัดใจอเมริกาและพวกอยู่ตลอดเวลา

แต่เซอร์บเป็นเผ่าพันธุ์เล็ก ไม่มีปากมีเสียงอะไรในเวทีระหว่างประเทศ อย่าลืมว่าครั้งนี้ คนไครเมียขอแยกดินแดนตัวเองไปอยู่กับรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่มีอำนาจเยอะ แม้ว่าอเมริกาออกมาคัดค้าน แต่พอเอาเข้าจริงๆ จะมีประเทศใหญ่ในยุโรปเอาด้วยสักกี่ประเทศ เพราะแทบทุกประเทศต่างต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียทั้งนั้น

การรับรองตามกฎหมาย เมื่อรับรองแล้ว จะถอนไม่ได้ จะต้องมีผลตลอดไป ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่วนการรับรองตามสภาพความเป็นจริง ส่วนใหญ่ก็จะรับรองเพื่อรอดูว่า รัฐตั้งใหม่ หรือแยกไปอยู่กับประเทศใหม่ จะมั่นคงหรือเปล่า หากสภาพของรัฐใหม่มั่นคง แยกไปปะอยู่กับประเทศใหม่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ประเทศที่รับรองก็จะเปลี่ยนจากการรับรองตามสภาพความเป็นจริง ไปเป็นให้การรับรองตามกฎหมาย

แต่ถ้าการแยกไปตั้งรัฐใหม่ ยังมีการทะเลาะเบาะแว้ง มีสภาพอ่อนแอลง ประเทศที่ให้การรับรองตามสภาพความจริง ก็อาจจะนิ่งเฉย ผู้อ่านท่านนึกถึงใน พ.ศ.2534 ตอนนั้น ผู้คนในเอสโตเนีย ลิทัวเนีย และลัตเวีย ซึ่งเป็น 3 สาธารณรัฐบอลติกของโซเวียตไปหย่อนบัตรลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากโซเวียต อเมริกาและพวกให้ de facto recognition กันยกใหญ่ บั้นปลายท้ายต่อมา เมื่อทุกอย่างจบสงบเรียบร้อยดีแล้ว ก็จึงให้ de jure recognition ทั้ง 3 สาธารณรัฐก็จึงกลายเป็นประเทศเอกราชชาติใหม่ได้สำเร็จ

พ.ศ.2463 จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ได้รับ de facto recognition จากอเมริกาและพวก แต่โซเวียตไม่ยอม แถมยังควบคุมดินแดนเหล่านี้ไว้ได้สำเร็จ อเมริกาและพวกก็จึงต้องถอนการรับรอง

พ.ศ.2489 อินโดนีเซียยังรบกับเนเธอร์แลนด์ แต่อเมริกาก็ให้การรับรองแบบ de facto recognition ตอนหลังก็จึงได้การรับรองแบบ de jure recognition อินโดนีเซียจึงได้เป็นประเทศเอกราชชาติใหม่มาจนถึงทุกวันนี้

เริ่มต้นด้วยไครเมียได้แล้ว ก็จะมีดินแดนอื่นที่อยู่กับประเทศเดิมไม่มีความสุข ไม่ได้รับความยุติธรรม จะแยกมาอยู่กับรัสเซียอีกหลายแห่ง
อาณาเขตของชาติรัฐทั่วโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงมโหฬาร แม้แต่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่เว้น ผู้อ่านท่านโปรดจำคำทำนายของผมไว้เถิด.


คุณนิติ นวรัตน์

18 มี.ค. 2557 10:02 ไทยรัฐ