วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าเผาอดีตสันติบาล


สยองกลางปั๊มนํ้ามัน! ฝีมือโจรใต้สุดอำมหิต

โจรใต้ปฏิบัติการโหดหนักข้อขึ้นที่ จ.ยะลา ล่าสุดบุกจ่อยิงนายดาบอดีตตำรวจสันติบาลตายอนาถคาปั๊มน้ำมันของตัวเองแล้ว ราดน้ำมันจุดไฟเผาซํ้า ชาวบ้านพบเห็นช่วยกันดับไฟไว้ทัน แต่ศพถูกเผาดำเป็นตอตะโก สอบพบหลังเกษียณ อายุราชการ เหยื่อเปิดปั๊มน้ำมันเลี้ยงชีพ  คนร้ายฉวยโอกาสช่วงปลอดผู้คนบุกฆ่าเผาอย่างเลือดเย็น ขณะที่ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ประชุมหน่วยงานความมั่นคงติดตามสถานการณ์ในรอบเดือนที่ผ่านมา พร้อมเผยสิ่งที่น่าเป็นห่วงเวลานี้ ชาวบ้านใช้กลุ่มก่อความไม่สงบฆ่าล้างแค้นคู่ขัดแย้งกัน สั่งแม่ทัพภาคที่ 4 เร่งแก้ปัญหาแล้ว


สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีเหตุรุนแรงรายวัน โดยเมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 17 มี.ค. ร.ต.อ.ฐิติวัชร ฝั้นศิริสกุล พนักงานสอบสวน สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุฆ่าแล้วเผาที่ปั๊มน้ำมันไม่มีชื่อเลขที่ 127 ริมถนนสายยะหา-กาบัง หมู่ 3 ต.ยะหา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก. นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอยะหา  นายอุรุพงศ์  ชนะกุล  ปลัดหัวหน้างานความมั่นคงอำเภอยะหา นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในปั๊มห่างจากหัวจ่ายน้ำมันไม่มาก พบศพ ด.ต.เอกพงศ์ ศักดายุทธ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 ถนนลาดปลาเค้า ซอย 76 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. สภาพศพลำตัวท่อนบนถูกเผาจนไหม้ดำเกรียม ถูกยิงด้วยกระสุนปืน 9 มม. เข้าศีรษะ 1 นัด ข้างศพพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 1 ปลอก กับหัวกระสุนอีก 1 หัว ห่างกันไม่มากพบขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อหนึ่ง ภายในขวดมีคราบน้ำมันเบนซิน นอกจากนั้นยังพบลำโพงคอมพิวเตอร์ตกอยู่ 1 ชุด กับกระดาษขนาด เอ 4 มีข้อความเขียนด้วยหมึกเมจิกสีน้ำเงินทำนอง ขู่จะฆ่าไทยพุทธอีก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นอดีตตำรวจสันติบาล หลังเกษียณอายุราชการได้เปิดปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ และพักอยู่ที่บ้านภายในปั๊ม ขณะเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็นเหตุการณ์ มีเพียงชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด แล้วเงียบเสียงไป ด้วยความสงสัยชาวบ้านพากันมาดูพบศพ ด.ต.เอกพงศ์ ถูกฆ่าแล้วเผาอย่างโหดเหี้ยม จึงช่วยกันดับไฟจนสงบแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเหตุดังกล่าว ตำรวจประมวลจากพยานหลักฐานลงความเห็นว่าคนร้ายอาศัยช่วงปลอดผู้คนบุกยิงแล้ว ราดน้ำมันจุดไฟเผาเหยื่อเพื่อทำลายหลักฐานทางคดี คาดกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์รุนแรง ขณะที่ปมขัดแย้งส่วนตัวก็ยังไม่ตัดทิ้ง จะได้สอบสวนคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง

บ่ายวันเดียวกัน นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ยะลา เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวม 12 พวง วางหน้าหีบศพ น.ส.ศิริพร ศรีชัย อายุ 43 ปี ครูโรงเรียนชุมชนบ้านตะบิงติงงี ต.ลูโบ๊ะยือไร อ.มายอ จ.ปัตตานี เหยื่อโจรใต้ฆ่าเผาตายอนาถบนถนนก่อนถึงโรงเรียนประมาณ 1 กม. เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ศาลาฌาปนสถานเทศบาลนครยะลา วัดพุทธภูมิพระรามหลวง อ.เมืองยะลา โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เวลา 14.00 น. วันที่ 18 มี.ค.

ส่วนที่สโมสรร่มเกล้า ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และคณะ เดินทางมาประชุมร่วมกับผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งผลการปฏิบัติงานทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกองทัพบกที่มอบให้นำมาแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ โดยมี พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 บรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติงานด้านยุทธศาสตร์ และการปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ รวมไปถึงภัยแทรกซ้อนในห้วงที่ผ่านมา

หลัง ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ เผยว่า ขณะนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงสุดคือเรื่องของงานป้องกันในเชิงลับ การป้องกันเป้าหมายอ่อนแอ เช่น พระ ครู และประชาชนชาวไทยพุทธ ซึ่งเราได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตที่อยู่ในป่าเขา เขตในเมือง และเขตเมืองชั้นใน โดยเขตเมืองชั้นในนั้นเราดูแลได้ทั่วถึงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พื้นที่โดดเดี่ยวห่างไกลยังดูแลยากอยู่ แต่ก็ได้จัดชุดปฏิบัติการร่วมตั้งจุดตรวจและมีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังมีอีก 1 ปัญหา คือ เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างครอบครัวต่อ ครอบครัว มีการเรียกใช้บริการกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมาแก้แค้น ขณะที่อีกฝ่ายต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล จึงทำให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ตนสั่งให้แม่ทัพภาค 4 ไปทำความเข้าใจและเรียกกลุ่มที่มีความขัดแย้งในพื้นที่มาพูดคุยกันเพื่อหา ทางออกแล้ว

18 มี.ค. 2557 07:43 18 มี.ค. 2557 07:43 ไทยรัฐ