วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทือกเมิน'โรดแม็ป'


ปัดข้อเสนอ6องค์กรฯ ให้2ฝ่ายเสนอคนกลาง

โรดแม็ปผ่าทางตันประเทศไทยเริ่มแล้ว 6 องค์กรชงแผนบันได 6 ขั้นสู่การเจรจา แจงออกหน้าในฐานะ คนไทยที่รักชาติทนนิ่งดูดายเห็นความเสียหายไม่ได้ จี้ 2 ขั้วไต่บันไดลงมาเพื่อชาติ “สมชัย” ลุยแผนขั้นที่ 1 ส่ง จม.ถึง “ปู-เทือก” ขอคนละ 10 ชื่อคนกลางมาเป็นกรรมการเดินหน้าสู่โหมดเจรจา บี้ส่งโผรายชื่อกลับมาภายใน 7 วัน “ปู” พลิ้วรอดูโพยสาย กปปส.ก่อน “อภิวันท์” ชงโรดแม็ปยี่ห้อ “เพื่อไทย” ชูตั้ง รบ.แห่งชาติหลังเลือกตั้ง เปิดทาง “เทพเทือก” นั่งเก้าอี้ รมต. “บิ๊กตู่” ปัดตอบนายกฯ ม.7 “มาร์ค” ไม่ขัดองค์กรทั้ง 6 แต่คาดโรดแม็ปล่ม “โต้ง” ได้ฤกษ์เซ็นจ่ายงบกลาง 2 หมื่นล้านจ่ายหนี้ชาวนา

หลังจาก 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ข้อสรุปเกี่ยวกับทางออกประเทศไทยในสถานการณ์การเมืองที่ขัดแย้ง ล่าสุด 6 องค์กรฯ ได้เปิดโรดแม็ปอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

6 องค์กรชงบันได 6 ขั้นผ่าทางตัน

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 17 มี.ค.ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายโอกาส เตพละกุล ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายณรงค์ รัฐอมฤต คณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศไทยจากวิกฤตการณ์การเมืองในปัจจุบันพร้อมกับเสนอรูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ (Road map) ในการเจรจา ดังนี้ 1.การประกาศต่อสาธารณะและให้สังคมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเจรจา 2.ให้มีคณะคนกลางในการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ เพื่อรับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย 3. การรับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย และสร้างข้อเสนอใหม่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ 4.การประสานและเจรจาเพื่อปรับข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายให้เข้าใกล้กันมากที่สุด 5.จัดประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างผู้มีอำนาจสูงสุดของทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างข้อยุติที่ยอมรับได้ และ 6.การร่วมแถลงผลการเจรจาต่อสาธารณะ

ชี้มัวแต่เฉยประเทศเสี่ยงสูญเสีย

นางผาณิต กล่าวว่า จากสภาพปัญหาที่เป็นวิกฤติทางการเมืองของประเทศ ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่อาจนำประเทศไปสู่ความเสียหายหรือความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขเยียวยาได้ จึงจำเป็นที่คนไทยต้องช่วยกันหาทางยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ สิ่งที่เรานำเสนออาจมีคนที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่ยืนยันว่าเราห่วงใยความทุกข์ร้อนของประชาชนและประเทศชาติ จึงพยายามที่จะช่วยหาทางแก้ไขเยียวยา ไม่ใช่ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญแต่ในฐานะองค์กรกลุ่มหนึ่งที่รักประเทศ

แจงมาในฐานะคนไทยที่รักชาติ

นายสมชัย กล่าวว่า การเปิดตัวขององค์กรอิสระค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทำเกินกว่าหน้าที่หรือมีความเป็นกลางหรือไม่ จึงขอย้ำว่าแต่ละองค์กรมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศชาติขณะนี้ ไม่มีใครที่จะมีบทบาทหลักในการดำเนินการ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดระบุให้องค์กรใดเป็นผู้ดำเนินการหากเกิดความขัดแย้งจนเกิดการแตกแยก จนเกิดความล่มสลายของประเทศชาติ ดังนั้น การตระหนักในบทบาทหน้าที่ของความเป็นคนไทยที่รักชาติของ 6 องค์กร จึงได้นำเสนอกระบวนการของการเจรจา รูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ (Road map)

ส่ง จม. “ปู–เทือก” ขอ 10 ชื่อคนกลาง

นายสมชัย กล่าวว่า โจทย์สำคัญคือใครจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ซึ่งในวันที่ 18 มี.ค.จะส่งจดหมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ให้เสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นคนกลางฝ่ายละ 10 คน และหลังจากนั้นจะนำ 10 ชื่อของแต่ละฝ่ายมาพิจารณาดูว่ามีชื่อที่ตรงกันเท่าใด หากได้ 5 ชื่อที่ตรงกัน บุคคลเหล่านี้ก็เป็นคนกลางในการมาเจรจาหาทางออกของบ้านเมืองต่อไปบุคคลเหล่านี้จะเสนอรูปแบบของการเจรจาและขั้นตอนโรดแม็ปโดยที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องและรูปแบบโรดแม็ปในการเจรจานั้นจะเริ่มต้นเจรจาในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ก่อน ส่วนข้อที่ 3 จนถึงข้อที่ 6 จะดำเนินการภายหลังได้ตัวแทนคนกลางเข้ามาทำหน้าที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายใดๆ แต่หากเห็นว่า กระบวนการเจรจาจำเป็นต้องมีการใช้งบประมาณ ก็จะทำเป็นโครงการเสนอต่อรัฐบาลในลำดับถัดไป

จี้ 2 ขั้วไต่บันไดลงมาเพื่อชาติ

เมื่อถามว่า กลุ่ม กปปส.ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เรายังไม่ได้พูดถึงเนื้อหา ไม่ได้เป็นการกดดัน ยังไม่มีการพูดเรื่องนายกคนกลาง หรือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เราแค่สนใจในการสร้างกลไกในการเจรจาเท่านั้น ซึ่งอันดับแรกต้องหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่ายให้ได้ก่อน การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายปรารถนาความสงบ ถ้าไม่เสนอรายชื่อมาก็ไม่จบ เท่ากับไม่สามารถหาคนกลางได้ ก็ไม่ต้องมีการเจรจา ทำสงครามกันต่อไป เราทอดบันไดลงให้แล้วก็ต้องรู้จักใช้บันได ถ้าหากอยากจะชนช้าง ทำศึกยุทธหัตถี ทำประเทศชาติเสียหาย ดังนั้น ใครที่ไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจาก็ต้องรับผิดชอบ นายสมชัยกล่าว

เร่งน่าดู 7 วันต้องได้ชื่อคนกลาง

นางผานิตกล่าวว่า องค์กรอิสระจะให้เวลารัฐบาลและกลุ่ม กปปส.เสนอรายชื่อคนกลางภายในเวลา 7 วัน โดยที่ประชุมจะมอบหมายให้นายโอกาส เป็นผู้ประสานงาน คาดว่าจะทำหนังสือส่งไปยังคู่ขัดแย้งได้ไม่เกินวันที่ 18 มี.ค. เพื่อให้สถานการณ์เกิดการคลี่คลายเร็วขึ้น

เมื่อถามว่า หากหาคนกลางไม่ได้ต้องให้องค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติมาเป็นตัวกลางหรือไม่ นางอมรากล่าวเสริมว่า เราต้องมีความหวัง สังคมน่าจะมีคนที่สามารถหาทางออกให้ประเทศได้ เร็วเกินไปที่จะสมมติฐานว่าหาคนกลางไม่ได้ เพราะมันมีหลายขั้นตอนกว่าจะหาคำตอบได้แบบเบ็ดเสร็จ และทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนกลางเสนอ

“ปู” พลิ้วรอดูชื่อสาย กปปส.ก่อน

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณี 6 องค์กรเสนอทางออกประเทศโดยการให้คู่ขัดแย้งส่งตัวแทนคนกลางฝ่ายละ 10 คนหารือร่วมกัน ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯอยู่ในลิฟต์กับทีมงานเพื่อเดินทางกลับบ้าน นายกฯได้พูดคุยกับทีมงานถึงข้อเสนอดังกล่าว โดยระบุว่ารัฐบาลจะไม่เป็นฝ่ายเสนอก่อน จะขอรอดูท่าทีฝ่ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่าจะเสนอใครมาบ้าง

“ปึ้ง” ชี้เหตุบึม อสส.โยงถอนตัว

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และหน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษกว่า วิเคราะห์ว่ามูลเหตุน่าจะมาจากการที่อัยการสูงสุดถอนตัวจากการร่วมแถลงโรดแม็ปทางออกประเทศไทย ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ 6 องค์กร ส่วนการออกมาแถลงครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีในการแก้ปัญหาประเทศชาติได้ หวังว่าจะช่วยสนับสนุนการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตยให้แล้วเสร็จ และอยากให้ 6 องค์กรออกมาสาบานตนว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ซื่อตรง โปร่งใส ตรงไปตรงมา เพราะวันนี้เป็นที่ชัดแจ้งอยู่แล้วว่า 6 องค์กรไม่ได้ทำหน้าที่ปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม

“เหลิม” ว้ากพวกอยากล้มกระดาน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถนนรัชดาภิเษก เป็นการสร้างสถานการณ์ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะอัยการไม่ร่วมกับ 6 องค์กร ใครที่ไม่ได้ดั่งใจอยากให้อัยการร่วมด้วยจะได้มีน้ำหนัก พออัยการไม่ร่วมด้วยน้ำหนักลด เขาเรียกว่าองค์กรเสือก ไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หน้าไม่อายเรียนหนังสือกันมาดีๆ เลือกตั้งก็ไม่เอา พรรคการเมืองก็ไม่มี แต่อยากเป็นใหญ่เป็นโต

พท.เย้ยโรดแม็ปผ่าทางตันเหลว

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กำลังทำจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะที่ผ่านมายังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้ประสบความสำเร็จได้ คณะกรรมการที่จะมากำหนดโรดแม็ปของประเทศต้องถามตัวเองว่า มีอำนาจหน้าที่หรือไม่ เพราะขณะนี้สังคมไทยได้แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับการจะเสนอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสชัดเจนว่าเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นใครที่คิดแบบนี้ถือว่าเป็นคนที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน

ชง รบ.แห่งชาติเป็นอีกทางเลือก

“การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ควรทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด กกต.ต้องเร่งจัดเลือกตั้งให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ปัญหาของบ้านเมืองหมดไป จากนั้นจะจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็สามารถทำได้ เพราะเป็นการทำตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ส่วนคณะรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง นายสมชัย หรือ นายสุเทพ เทือก-สุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก็เข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ เคยเสนอแนวทางดังกล่าวไว้แต่สังคมยังไม่ได้ให้การตอบรับ” พ.อ.อภิวันท์กล่าว

พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะต้องอาศัย 4 ปัจจัยในการแก้ปัญหาคือ 1. แก้ปัญหาตามข้อเท็จจริง 2. ความยุติธรรมต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน 3. ความมีเมตตาธรรม คือทุกฝ่ายต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน 4. ต้องมองโลกอย่างสร้างสรรค์ และต้องเชื่อว่าปัญหาบ้านเมืองต้องแก้ไขได้ ทั้งนี้ปัญหาที่จะแก้ไขได้นั้นต้องเกิดจากการเจรจาและมองโลกอย่างสร้างสรรค์

“เต้น” สวด “สมชัย” ชอบเด่น—ดัง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เลขาฯนปช. กล่าวว่า องค์กรอิสระเหล่านี้ผ่านงานใหญ่มามากมาย มาเสียรู้นายสมชัย เอาตอนแก่ ตนประเมินแบบบ้านๆ ว่านายสมชัย ชอบมีบทบาททางสื่อ อยากถามเป็น กกต.พยายามทำหน้าที่เต็มที่แล้วหรือยัง คนเราจะไปทำเรื่องนอกหน้าที่ ต่อเมื่อทำหน้าที่ตัวเองดีแล้ว ไม่ใช่เรื่องตัวเองก็เลอะเทอะแล้วยังยื่นมือไปยังทำเรื่องอื่น ท่าที นปช.ชัดเจน เราไม่ปฏิเสธการเจรจา แต่มีข้อแม้ใหญ่ สองเรื่อง คือ ต้องไม่จบโดยรัฐประหาร และรัฐบาล ม. 7 นายกฯคนกลาง ตั้งสภาประชาชน ไม่ใช่รังเกียจนายสุเทพ แต่ นปช.ขอเอาตามหลักการประชาธิปไตยไอ้ที่เสนอมาไม่มีกฎหมายรองรับ ขอฟันธงว่า ถ้ายังทำตามที่สมชัยชี้นำ ความฉิบหายส่วนตัวท่านจะรออยู่ข้างหน้าเสียคนแน่

“มาร์ค” ไม่ขัดแต่คาดว่าล่ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับสองฝ่าย แต่มองว่าแต่ละหน่วยงานควรจะทำหน้าที่ของตนเอง สังคมต่างหากที่ต้องพยายามหาทางออกให้ได้ หาก 6 องค์กรอยากลองใช้วิธีนี้ ไม่ทราบว่าการตอบสนองของทั้งรัฐบาลและ กปปส.จะเป็นอย่างไร เนื่องจากเคยมีความพยายามของหลายฝ่ายในการหาคำตอบมาแล้ว ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลที่ยังเชื่อมั่นในการครองอำนาจ มีมวลชนสนับสนุนที่จะนำมาใช้ จึงมีท่าทีเผชิญหน้ารักษาอำนาจ ทำให้ยากที่จะพูดคุย เมื่อบทสรุปขององค์กรอิสระเป็นแค่คนกลาง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง เพราะเพียงแต่เสนอให้เกิดวิธีการพูดคุย สิ่งเคยกังวลว่า หากมีข้อเสนอใดกระทบหรือเกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเหล่านั้นก็ไม่ดี

“หม่อมอุ๋ย” บอกใบ้วิกฤติใกล้จบ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรในกระแสโลกาภิวัฒน์ จัดโดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ว่า เชื่อว่าปัญหาการเมืองใกล้จะจบแล้ว เพราะคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเริ่มทยอยเข้าสู่กระบวนการพิจารณา  คดี เรื่องไหนผิดว่ากันไปตามผิด หากรัฐบาลยอมรับก็จบ สังคมยอมรับได้ อย่าไปคิดอะไรให้มันวุ่นวาย แต่สิ่งที่สำคัญจะต้องจัดตั้งรัฐใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศโดยเร็ว ถ้าภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้ ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ การลงทุนจะชะลอตัวลงมากกว่านี้

กปปส.แทงกั๊กชงชื่อคนกลาง

ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า กปปส.ไม่ได้เป็นฝ่ายที่เสนอให้มีการเจรจาตั้งแต่ต้น เพราะมีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่ กปปส.พร้อมเจรจากับทุกฝ่ายหากการเจรจานำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งจะเสนอชื่อคนกลางหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจกรรมการ กปปส. และแกนนํา กปปส. แต่ส่วนตัวเห็นว่า กปปส.ไม่ได้เป็นฝ่ายที่เสนอให้เจรจา โดยเฉพาะข้อเสนอของ 6 องค์กรอิสระก็ยังไม่มีความชัดเจน ไม่รู้ว่าเจรจาแล้วมีเป้าหมายอะไร

“บิ๊กตู่” ปัดตอบนายกฯ ม.7

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่ 6 องค์กรเตรียมหารือโรดแม็ปเพื่อเสนอทางออกให้ประเทศว่า อะไรก็ตามที่จะทำให้เกิดความสงบสุข ความเรียบร้อย ไม่ผิดกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นเวลาที่น่าเบื่อหน่ายและน่ารำคาญให้ได้ก็ทำไป แต่อย่านำกองทัพไปอยู่ระหว่างความขัดแย้ง ใครจะเสนอวิธีที่ไม่ต้องรบกันก็ดีทั้งนั้น ไม่ต้องไปเข้าข้างใคร เมื่อถามว่าข้อเสนอขององค์กรอิสระ คือการตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องถามกลไกที่เกี่ยวข้อง ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลไลตรงนั้น ทหารไม่ได้อยู่ในองค์กรอิสระ

เชื่อ “ป๋า” เปล่าส่งซิกให้เลือกข้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อยากให้ ผบ.ทบ.ได้อ่านข้อความใต้ฐานอนุสาวรีย์ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ที่ระบุว่า “ทหารเรายืนอยู่บนเกียรติอันสูงส่ง ที่ประชาชนคนไทยหวังเป็นที่พึ่งขั้นสุดท้ายของเขา” ว่า ตนไม่ชักกระตุกตามที่สื่อและไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น ส่วนที่วิจารณ์ว่า พล.อ.เปรมส่งสัญญาณบางอย่าง สื่อก็วิจารณ์กันเองและไม่รับสัญญาณใครทั้งนั้น พล.อ.เปรม เป็นผู้ใหญ่เป็นบุคคลที่มีเกียรติ ฉะนั้นท่านคงไม่ทำอะไรอย่างที่ทุกคนคิดและคงไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่คนกลับไปคิดว่าท่านไม่อยู่ซ้ายก็ต้องอยู่ขวา บ้านเมืองแตกแยกก็เพราะแบบนี้

ผบ.ทบ.ฮึ่มขาเม้าท์โผทหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการปรับย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าใครจะรู้ดีกว่า ผบ.ทบ.ถ้าใครคิดว่าไม่ดีก็มาเป็น ผบ.ทบ.เอง ตนใช้อำนาจด้วยความชอบธรรมฉะนั้นอย่ามาวิจารณ์ ไม่ชอบ ถือเป็นเรื่องภายในกองทัพบกอย่าวิจารณ์หรือคิดเอาเอง เราทำด้วยหลักการไม่ใช่ว่าเป็นวงศ์เทวัญ หรือบูรพาพยัคฆ์ อย่ามาตั้งส่งเดชใช้คำพูดห่วยๆรับไม่ได้ เพราะคนที่เติบโตเป็นแม่ทัพภาคได้ต้องเคยเป็นผู้บังคับกองพล ไม่ได้ตั้งเพื่อตอบแทนหรือทำอะไรให้ตนหรือเพื่อมาเปิดประตูขัดรองเท้าให้ตน ควรระวังการวิจารณ์ด้วย ถ้าปรับย้ายคนโน้นคนนี้ไม่ได้ต่อไปก็แยกกันอยู่ในแต่ละกองทัพภาค ตนมีสิทธิแต่งตั้งให้ใครมาดำรงตำแหน่งไม่ใช่เรื่องคนนอกกองทัพจะมาวิจารณ์ เมื่อตั้งไปแล้วทำงานไม่ได้ก็ย้าย ตนอยู่ในราชการเกิน 35 ปี รู้หลักคุณธรรมจริยธรรม ถ้าไม่รู้ ดูแลกองทัพไม่ได้ ใครจำเป็นต้องขยับขึ้นมาก่อนก็ต้องหมุนเวียนกันไป ตนไม่ได้มอบตำแหน่งให้เพื่อมาดูแลตนและ พล.ท.วลิต โรจนภักดี ก็ไม่ได้มาเปิดประตูให้ตนและไม่มีพวกโน้นพวกนี้ ไม่มีพวกใครหากมีก็จะไม่ให้โต

เลขาวุฒิฯ ส่งศาล รธน.ปมเก้าอี้ “ปู”

ที่รัฐสภา นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวภายหลังรับหนังสือจาก กลุ่ม คปท.ที่เรียกร้องให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ว่า ขอพิจารณาเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว และจะชี้แจงกลับไปทั้งประเด็นข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดและไม่ละเลยต่อการทักท้วงของภาคประชาชนอย่างแน่นอน ส่วนที่ คปท.ระบุว่าจะให้ชี้แจงกลับภายใน 7 วัน ขอพิจารณาอีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะทำคำชี้แจงได้ทัน ซึ่งในวันที่ 17 มี.ค. ได้ส่งเรื่องที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. และ ส.ว.รวม 27 คน ยื่นเรื่องต่อนายนิคม เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว

นายกฯถก ครม.หาเงินจ่ายหนี้ข้าว

เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมายังห้องประชุมชั้น 10 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี เพื่อประชุมติดตามแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้แก่ชาวนา ร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นต้น ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ได้รายงานถึงความคืบหน้าการ ออกพันธบัตรกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือชาวนา 50,000 ล้านบาท

ทนายติวเข้มแก้ต่าง ป.ป.ช.

ต่อมานายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว ได้เดินเข้าพบนายกฯที่ สป.กห.เพื่อชี้แจงแนวทางและเนื้อหาในการต่อสู้ข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังเดินทางไปยื่นขอคัดสำนวนคดีรับจำนำข้าวและมีรายงานข่าวว่า นายกฯ อาจเลื่อนการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการแก้ปัญหาภัยแล้งภาคอีสานใต้ จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ในสัปดาห์นี้ออกไปก่อน เพื่อเตรียมข้อมูลในการชี้แจง ป.ป.ช.

“ปู” เท้าบวมเดินกระเผก

จากนั้นเวลา 15.15 น. นายกฯเดินทางกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยเป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯ เดินในลักษณะมีอาการเจ็บที่ข้อเท้าซ้าย และพบว่าได้ใส่เฝือกอ่อน และบวมอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกช่วงก้าวลงจากรถที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทีมงานได้ให้แพทย์มาดูอาการที่เชียงใหม่แล้ว พบว่าเอ็นข้อเท้าอักเสบ ขณะเดียวกัน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ นายกฯได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่า มีใครถูกหวยบ้าง อย่างอารมณ์ดี ขณะที่สื่อมวลชนกล่าวกับนายกฯว่า มีหลายคนอยากขอบคุณนายกฯ

หนี้ไม่สูญ “โต้ง” เซ็นแล้ว 2 หมื่นล้าน

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ลงนามอนุมัติการขอใช้งบกลางจำนวน 20,000 ล้าน ให้แก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าวเรียบร้อยแล้ว คาดว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกโอนให้แก่ ธ.ก.ส.นำไปจ่ายเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวภายในวันที่ 18 มี.ค.ซึ่งความล่าช้าของกระบวนการเบิกจ่ายเงินงบกลางดังกล่าว ไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่มีใครยอมเซ็น แต่อยู่ที่กระบวนการของระบบราชการ ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน การร่างหนังสือใดๆของราชการก็ต้องมีความละเอียด รอบคอบและถูกต้อง ทำให้ต้องใช้เวลา

ปชป.ซัด “ปู” สั่งล้วงตับสำนวนข้าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีผู้ให้ข้อมูลว่า ป.ป.ช.มีเอกสารการสอบสวนในคดีจำนำข้าวที่กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ มากกว่า 49 แผ่นที่ได้แจ้งให้รับทราบว่า แสดงว่าพรรคเพื่อไทยทราบดีว่ามีการแทรกแซงองค์กรอิสระ เพราะข้อมูลที่นายพร้อมพงศ์นำมาพูดถือเป็นเรื่องลับที่รู้กันเพียงผู้สอบ และผู้ถูกสอบเท่านั้น ไม่ทราบว่านายพร้อมพงศ์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าอยากให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา นายพร้อมพงศ์ควรออกมาบอกว่า ใครเอาข้อมูลนี้มาให้ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ขอเดาว่าเป็นเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์รู้ตัวว่าทำความผิด จึงพยายามล้วงข้อมูลหรือไม่ และขอให้นายพร้อมพงศ์ไปบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าถ้าบริสุทธิ์จริงไม่ต้องกลัว และควรไปชี้แจงข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช. ดีกว่าจะให้คนออกมาโจมตี ป.ป.ช.

กวป.ขนเครือข่ายปิดล้อม ป.ป.ช.

นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) กล่าวว่า ในวันที่ 19 มี.ค.กลุ่ม กวป.จะไปชุมนุมปิดล้อมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี เพื่อขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. การปิดล้อมครั้งนี้จะนำแท่งแบริเออร์ปูนไปตั้งขวางปิดทางเข้าออกทุกประตูของสำนักงาน ป.ป.ช.ไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ เหมือนที่ กปปส.เคยขัดขวางการทำงานของหน่วยราชการหลายแห่ง ทั้งนี้ จะมีกลุ่ม นปช.จากต่างจังหวัดเดินทางมาสมทบ กวป.ด้วย จะมีการเปิดเวทีปราศรัยขับไล่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 6 คนที่มีที่มาโดยมิชอบ จะชุมนุมแบบปิดตาย ป.ป.ช.อย่างไม่มีกำหนดจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะนำทหารออกมาปฏิวัติ

ฟ้อง 3 เกลอสายล่อฟ้าคดีโฟร์ซีซั่นส์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา นายเรืองวิชญ์ โภคัย พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สามพิธีกรรายการ “สายล่อฟ้า” ช่องบลูสกาย เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.55 จำเลยทั้งสามร่วมกันจัดรายการมีเนื้อหาหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าไม่เข้าประชุมที่รัฐสภา แต่ไปกระทำภารกิจ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ มีความประพฤติที่ผิดจริยธรรมในฐานะสตรีเพศที่เป็นภรรยาของสามี นอกจากนี้ ยังมีภาพประกอบนำเสนอในรายการด้วย มีสื่อหลายแขนงนำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากประชาชน ศาลประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.630/2557 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

“สุเทพ”ปิดประตูเสนอชื่อคนกลาง

ต่อมาเวลา 19.45 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ  กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้เป็นอีกวันที่มีคนไม่
สบายใจ เพราะคนที่ออกมาพูดผ่านสื่อ ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.พยายามให้มีการเจรจาระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกเรา ข้อเสนอคือให้ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์และฝ่ายเรา เสนอชื่อคนกลางฝ่ายละ 10 ชื่อ องค์กรอิสระจะเอาไปดู ถ้ามีชื่อซ้ำกันจะเอาเป็นคนกลางจัดการเจรจาเพราะอยากเห็นบ้านเมืองสงบ แต่คงเหนื่อยไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกว่ารัฐบาลจะไม่เสนอก่อน จะขอดูท่าทีฝ่ายนายสุเทพว่าจะเสนอใคร ขอบอกเลยว่าไม่ต้องรอ ตนจะไม่เสนอ อย่าคิดว่าเราตัดไมตรี เพราะไม่สามารถหาใครเป็นคนกลางได้ มันเป็นไปไม่ได้ เราต้องพูดความจริงกัน เนื่องจาก น.ส. ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ “หวงอำนาจ” ไม่มีวันยอมปล่อยอำนาจ อย่าไปเสียเวลาเจรจา องค์กรอิสระอย่าไปเหน็ดเหนื่อย

18 มี.ค. 2557 07:37 ไทยรัฐ