วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป่วนศาล-อัยการ 2ลูกซ้อน บอมบ์ถังดับเพลิง


ของจริงรัศมีทำลาย40ม. ‘2ตู่’เปิดสงครามนํ้าลาย! ศรส.ชงครม.เลิกฉุกเฉิน ส่งอดุลย์คุยยุบบังเกอร์

คนร้ายลอบวางระเบิดป่วนเมือง เย้ยรัฐบาล เตรียมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำนักงานอัยการ สูงสุดอ่วมเจอระเบิด 2 ลูกซ้อน บรรจุถังดับเพลิงผูกนาฬิกาปลุกพร้อมทำงานห่างเพียงชั่วโมงเดียว ขณะที่รองโฆษกอัยการสูงสุด ยันอัยการไม่หวั่นถูกข่มขู่ พร้อมเดินหน้าพิจารณาคดีอย่างกล้าหาญ ตรงไปตรงมาไม่เลือกข้าง ด้าน “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จวกยับ “จตุพร พรหมพันธุ์” ไม่มีเกียรติพอนั่งแป้นประธาน นปช.คนใหม่ ขู่อย่ามาใช้ความรุนแรงสู้กับทหาร “ตู่” โต้กลับนิ่มๆ ผบ.ทบ.ส่งทหารพกปืนช่วยกบฏ-ปราบคนเสื้อแดงจี้ออกมารับผิดชอบ เย้ยศักดิ์ศรีของคนอยู่ที่พูดจริงและซื่อสัตย์ ด้าน กปปส.เดินหน้าเปิดวงถกปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ เสนอ ตร.ต้องอิสระจากการเมือง

ในขณะที่รัฐบาลเตรียมประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในวันนี้ ตามที่ศูนย์รักษาความสงบเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคนร้ายลอบวางระเบิด 2 ลูกบริเวณหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด

ผวาวางระเบิดหน้า สนง.อัยการ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 มี.ค. พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าประตูทางเข้าสำนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ริมถนนรัชดาภิเษก ห่างป้อมรักษาการณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 200 เมตร จึงรายงานให้ พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) มาตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุระเบิด ประกอบด้วยนาฬิกาถูกพันด้วยสายไฟฟ้าซุกอยู่ในถุงขยะสีดำ จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีนำเครื่องยิงแรงดันน้ำยิงใส่วัตถุต้องสงสัย ก่อนเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องโดยมีส่วนผสมเป็นปุ๋ยยูเรียบรรจุอยู่ในถังดับเพลิงหนัก 15 กก. ต่อวงจรกับนาฬิกาตั้งเวลา ให้ระเบิดเวลา 09.00 น.

พบระเบิดอีกลูกห่างเพียง 1 กม.

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก ว่าที่ ร.ต.พัฒนา อ่อนบรรจง หน.ชุด รปภ.สำนักงานพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการว่า พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณใต้สะพานลอยหน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ห่างจุดแรก 1 กม. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ จึงจัดกำลังไปเก็บกู้ทันที พบลักษณะระเบิดเป็นชนิดเดียวกับที่เพิ่งทำลายไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้สั่งปิดถนนรัชดาภิเษกขาออกตั้งแต่แยกรัชดาลาดพร้าวถึงแยกรัชโยธินไม่ให้รถสัญจรไปมา จากนั้น ด.ต.ธุมากร วงษ์ไพศาล เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี ได้ใช้เครื่องยิงแรงดันน้ำตัดวงจรไฟฟ้าของระเบิด พบระเบิดลูกดังกล่าวบรรจุในถังดับเพลิงลักษณะเดียวกับระเบิดอีกลูกที่เพิ่งกู้ไป แต่ตั้งเวลาให้ระเบิด 10.00 น. ซึ่งการประกอบระเบิดแบบนี้นิยมใช้กันในหมู่ผู้ก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“อัยการ” ยันไม่หวั่นถูกข่มขู่กดดัน

ด้านนายวัชรินทร์ ภานุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า การวางระเบิดครั้งนี้ไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการ เพราะอัยการพิจารณาไปตามสำนวนการสอบสวนและข้อเท็จจริง ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลหรือกับใคร การวางระเบิดก็ไม่ทราบว่า เป็นของกลุ่มใด วัตถุประสงค์อย่างไร แต่เชื่อว่าอัยการจะสั่งคดีทุกสำนวนอย่างกล้าหาญ ตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถ้าอัยการกลัวกับเหตุการณ์ข่มขู่หรือทำงานในภาวะกดดันจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็จะเกิดผลเสียมากกว่า หวังว่าทุกฝ่ายต้องเข้าใจการทำงานของอัยการเพราะอัยการไม่เลือกข้าง

นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าจุดที่วางระเบิดหากเกิดระเบิดขึ้นอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตของประชาชนที่มาใช้บริการศาลยุติธรรม จึงหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อวางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น

ตร.ยันระเบิดจริงพร้อมทำงาน

พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีตั้งแต่ช่วงเวลา ประมาณ 06.30 น. จึงประสานกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด มาตรวจสอบ ซึ่งระเบิดทั้ง 2 จุด เป็นระเบิดจริงพร้อมใช้งาน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ระเบิดดังกล่าวได้ทัน โดยหลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งเหตุดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคนร้ายหวังผลทางการเมือง หรือจากสาเหตุใด พร้อมกับเพิ่มจุดตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจตระเวนเฝ้าระวังเหตุขึ้น

“อีโอดี” เผยรัศมีระเบิด 30-40 เมตร

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เผยว่า ระเบิดทั้ง 2 จุดเป็นชนิดเดียวกันคือ ระเบิดแสวงเครื่อง
ตั้งเวลาพร้อมใช้งาน ดัดแปลงมาจากถังดับเพลิงขนาด 15 กก. เชื่อมวงจรด้วยสายไฟต่อเข้ากับนาฬิกาปลุกสมบูรณ์ มีรัศมีทำลาย 30-40 ม. เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนแรงดันน้ำทำลาย เบื้องต้นคนร้ายได้ตั้งเวลาเอาไว้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากมีการนำถังน้ำอะลูมิเนียมปิดบังไว้ และเจ้าหน้าที่ได้ทำลายวงจรเสียก่อนจึงไม่ทราบว่าคนร้ายตั้งเวลาเท่าใด โดยคนร้ายมีความชำนาญในการต่อวงจร และคล้ายกับระเบิดที่พบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากพบช้ากว่านี้เชื่อว่าอาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนี้จะนำถังดับเพลิงดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ภายในว่า คนร้ายบรรจุวัตถุสารเคมีชนิดใดกันแน่ ระหว่างยูเรีย แอมโนเนีย ทีเอ็นที

ศรส.ชง ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

เวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส.แถลงผลการประชุม ศรส.ว่าที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 มี.ค. ให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ด้านการชุมนุมต่อต้านทั้งของกลุ่ม กปปส.และกลุ่มอื่นๆตลอดจนเหตุร้ายแรงต่างๆ ได้ลดระดับลงมากแล้ว อีกทั้งจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะมีผลทันทีที่ ครม. มีมติเห็นชอบ ทั้งนี้ ยังจะใช้สถานที่ตั้งที่บช.ปส.เช่นเดิม

“ปึ้ง” เผยให้ “เหลิม” คุมต่อ ศอ.รส.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส.กล่าวว่า เหตุการณ์คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่บ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ตนแปลกใจว่า ตกไปแล้วเหตุใดจึงไม่ระเบิด พบแต่หัวระเบิด ไม่ทราบว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมไม่ให้ตำรวจเข้าไป นอกจากนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณายกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อกลับมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยโครงสร้างจะเหมือนเดิม มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

มอบ ผบ.ตร.ขอทหารถอนบังเกอร์

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตนจะเสนอในที่ประชุม ครม. ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ประสานกับกองทัพให้ยกเลิกบังเกอร์ตามจุดต่างๆใน กทม. หลังจากใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากการนำบังเกอร์มาตั้งในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สังคมโลกและนักท่องเที่ยวเกิดความเกรงกลัว ไม่สบายใจที่จะมาท่องเที่ยวใน กทม. เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างมาก หากนำบังเกอร์ไปไว้ในสถานที่ราชการน่าจะเป็นประโยชน์กว่า ทั้งนี้ หลังจาก ครม.มีมติยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนจะแจ้งให้ทูตประเทศต่างๆทราบเพื่อไปชี้แจงให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวของประเทศตนเองกลับมาประเทศไทย

“อดุลย์” เห็นด้วยเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะผู้อำนวยการ ศรส.ที่เสนอให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์โดยภาพรวมดีขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังเหตุแทรกซ้อนและมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาก่อเหตุช่วงที่มีการเจรจาทางการเมือง

ส่วนกรณีเหตุคนร้ายวางระเบิดบริเวณป้ายรถเมล์หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมทีมสืบสวนลงไปดูแลแล้ว เบื้องต้นระเบิดทั้ง 2 จุด เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ตั้งเวลาระเบิดในเวลา 09.00 น. รัศมีทำลายประมาณ 30-40 เมตร เชื่อว่าระเบิดทั้ง 2 จุด เป็นการกระทำของบุคคลกลุ่มเดียวกัน

“มาร์ค” หวั่น นปช.บุกหลังเลิก พ.ร.ก.

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ รับตำแหน่งเลขาธิการ นปช.ว่า ไม่สนใจแต่ไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงหรือไม่ เพราะยังไม่มีการเผชิญหน้า แต่ตั้งข้อสังเกตถึงจังหวะการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องการเปิดทางให้ นปช.เข้ามา กทม. หรือไม่ ซึ่งเป็นห่วงว่าจะมีการนำมวลชนมาปะทะกัน เพราะรัฐบาลส่งสัญญาณพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่าง
“ผมฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ทบทวนและถามตัวเอง เพราะเชื่อว่าเขาไม่มีความสุข อยากถามว่าจะให้บ้านเมืองเดินไปอย่างนี้เพื่ออะไร ขอให้ฟังคนอื่นบ้างไม่ใช่ฟังคนรอบตัว เพราะสิ่งที่นายกฯแสดงอาการขณะนี้ คนอื่นเตือนมานานแล้วแต่นายกฯมัวแต่เชื่อคนรอบข้างและควรดูบทเรียนพี่ชายตัวเองว่า ในที่สุดไม่ว่าจะมีเงินหรืออำนาจก็ไม่สามารถอยู่ เหนือความถูกต้องและกฎหมายได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“ประยุทธ์” เมิน “ตู่” นั่งประธาน นปช.

อีกเรื่องหนึ่ง ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นประธาน นปช.คนใหม่ว่า ตนไม่ให้ความสำคัญกับคนพวกนี้ ไม่สนใจกับคนทำผิดกฎหมายจะฝ่ายซ้ายหรือขวา ถ้าผิดกฎหมายต้องมาสู้กันด้วยกฎหมายอยากขอทุกกลุ่มอย่าทำผิดกฎหมายให้มากนัก

“การจะมารบกับทหาร  ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐก็เอา ถ้าต่อสู้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตยหรือความไม่ชอบธรรมก็ว่ากันไป แต่อย่าใช้ความรุนแรงต่อสู้กับทหาร เจ้าหน้าที่รัฐโดยใช้อาวุธสงครามใช้ความรุนแรงหรือการบุกธนาคารเพื่อเอาเงิน ผมอยากถามประธาน นปช.ว่า พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าสื่อมาถามแล้วให้ตอบเพื่อสู้กับโจร มันไม่ใช่เรื่อง ถ้าแรงใส่ทหารมา ผมก็แรง จะมาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ ถ้าประกาศแบ่งโน่นแบ่งนี่ก็ลองทำมาแล้วกัน ผมไม่ได้ท้าทายแต่ผมไม่ยอมให้ใครมาแบ่งโน่นแบ่งนี่” ผบ.ทบ.กล่าว

ย้ำไม่เป็นศัตรูกับคนด่ากองทัพ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเมื่อเขาทำผิดกฎหมายมาด่ากองทัพ ถ้าไม่เกี่ยวกับกองทัพตนจะไปยุ่งอะไรกับเขา ส่วนตัวไม่ได้มีความขัดแย้ง ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน และตนก็ไม่อยากรู้จักกับเขา แล้วจะให้ไปขัดแย้งกับเขาตรงไหน กองทัพมีจุดยืนแล้วตนไปยืนขัดกับเขาอยู่ตรงไหน ไปแย่งที่ยืนหรือไม่ มีแต่ไปเขียนให้ตนกับเขาเป็นศัตรู และตนไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร และหากกลุ่ม กปปส.มาพูดแบ่งแยกประเทศหรือล้มสถาบันบ้าง ตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน

เย้ย “ตู่” ไม่มีเกียรติพอจะต้องรู้จัก

เมื่อถามว่า ต้องพูดคุยกับประธาน นปช. หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาไม่มีเกียรติพอ ตนไม่ให้เกียรติเขาในเมื่อคนไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นแล้วตนจะให้เกียรติเขาทำไม เพียงแต่เสียดายพี่น้องประชาชนที่ให้คนเหล่านี้เดินนำหน้า มันไม่มีเกียรติ คนพวกนี้หรือจะให้เป็นผู้นำ คนที่เป็นผู้นำได้ต้องมีเกียรติ ถ้ายังใช้วิธีการเลวๆพูดหยาบคายคนแบบนี้หรือจะให้เป็นใหญ่ เหมือนไปยกย่องคนไม่ดีมาเป็นผู้นำ ฉะนั้นคนไทยต้องตาสว่าง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครได้อะไร ไม่มีใครแพ้ชนะ หรือสำเร็จ มีแต่แย่ด้วยกันทั้งหมด พอทหารเข้ามาช่วย ก็ด่าเล่นงานทหาร กล่าวหาว่าทหารไปแบ่งพวกแบ่งฝ่าย มันไม่ใช่ ถ้าให้ทหารอยู่เฉยๆไม่ออกมาช่วยประชาชนก็ไม่ได้ ทหารออกมาดูแล 60-70 เปอร์เซ็นต์ เป็นลูกเป็นหลานทั้งสองฝ่ายแต่มีคนกลางมายุแหย่มวลชนกับทหารต้องมาต่อสู้ มารบกันเอง คนแบบนี้เป็นผู้นำประเภทไหน ทั้งที่พูดให้เกิดความเกลียดชังให้เกิดความรุนแรง ตอบโต้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บุกรุกสถานที่ บุกเข้าธนาคารเอาเงินมาใช้ พูดอย่างนี้ได้อย่างไร

โต้กลับ “ประยุทธ์” ส่งทหารช่วยกบฏ

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ว่า คิดว่านอกจากตาไม่ดีหูก็ไม่ดี ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ต่อไปนี้ พล.อ.ประยุทธ์กับตนคงต้องเจอกันทุกวัน บอกให้ว่าถ้า นปช. ไม่เว้นให้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายเหมือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รู้หรือไม่รายชื่อทหารที่เกี่ยวกับการปราบปรามคนเสื้อแดงปี 53 คนที่ส่งให้ดีเอสไอคือนายสุเทพ ดังนั้น ถ้าตนร่วมกระทำการใดๆแล้วมีคนส่งรายชื่อลูกน้องให้ถูกดำเนินคดี ผู้บังคับบัญชาที่ไม่สามารถปกป้องลูกน้องได้ ในสายตาตนถือว่ากระจอกที่สุด การที่มีทหารไปเป็นการ์ด กปปส.แล้วไม่เคยออกมารับผิดชอบคุณมีเกียรติพอหรือ ที่ส่งทหารไปช่วยพวกกบฏ และตนไม่เคยพูดว่าให้ไปปล้นธนาคาร ถ้าตนพูดขอให้หาหลักฐานมา ส่วนที่ กปปส.ล้มการเลือกตั้ง ยึดหน่วยงานราชการ ยิงใส่ตำรวจ ซ้อมประชาชน โยนแม่น้ำ สายตา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้

เย้ยศักดิ์ศรีคนอยู่ที่พูดจริง-ซื่อสัตย์

ประธาน นปช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ อีกไม่กี่เดือนก็เกษียณอายุพึงรู้ไว้ว่า ถ้าตัดสินใจทำรัฐประหารเจอกับตนแน่ และทำไม พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ.ได้ ตนเป็นประธาน นปช.ไม่ได้ นี่ถ้ายังไม่ได้เป็นประธานคงต้องถามเป็นบนหัวท่านหรือ ฉะนั้นอย่าเอาคำพูดคนอื่นเอามายัดเยียดเป็นคำพูดของตน ลูกผู้ชายไม่ทำกัน แล้วที่บอกตนวิพากษ์วิจารณ์ศาล ที่ตนวิจารณ์ถึงคือศาล รธน. ควรรู้ว่าเป็นศาลการเมือง สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่วนสถาบันเบื้องสูงสมัย ศอฉ.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมสมคบกันทำผังล้มเจ้าป้ายสี แล้วไม่เคยรับผิดชอบอะไร อย่ามาอ้างจงรักภักดีเพราะถ้าจริงจะต้องไม่ยอมให้คนเอาสถาบันมาทำลายคนอื่น ขอให้ต่างคนต่างอยู่ การมีเกียรติศักดิ์ศรีของคนนั้นอยู่ที่พูดจริงและซื่อสัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ พูดโกหกไม่ซื่อสัตย์ เห็นแก่ตัวลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน

จี้รับผิดชอบทหารพกปืนร่วมม็อบ

“นปช. จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ด้วยแนวทางสันติวิธี ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเหมือนปี 53 พวกตนจะเดินเข้าไปหาให้ยิงด้วยมือเปล่า เพราะถ้าทั่วโลกปืนเป็นใหญ่ โลกคงปกครองด้วยกระบอกปืนไปแล้ว ผบ.ทบ.เก่งทุกเรื่องเว้นปัญหาที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนที่จะเอาเวลามาติดตาม นปช.ไปดูภาคใต้  คิดว่าตัวเองเท่หรือที่เอาบังเกอร์มาตั้งรอบ กทม.เพราะเป็นการประจาน ให้โลกรู้ว่ารั้วของชาติย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง ทหารในกองทัพถูกจับเพราะพกอาวุธมาร่วมกับ กปปส. ท่านรับผิดชอบอะไรหรือเปล่า ในขณะที่ ผบ.ทร.ย้าย ผบ.หน่วยซีล แต่ ผบ.ทบ.กลับมาด่า นปช.ถ้ายังเอาคำพูดคนอื่นมาบอกว่าตนพูด ตนจะว่า พล.อ.ประยุทธ์โง่ ถือว่า
วันนี้เป็นวันแรกของการทำหน้าที่ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ รับน้องตนก็รับพี่เรียบร้อย” นายจตุพรกล่าว

กปปส.เปิดวงถกปฏิรูป“ตร.-ยธ.”

อีกเรื่องหนึ่งเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์เยาวชน สวนลุมพินี คณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) จัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 4 เรื่อง “ปฏิรูประบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรม” โดยมีนายปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธานการเสวนา โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวเปิดเวทีตอนหนึ่งว่า ประชาชนรอคอยที่จะปฏิรูป เพราะปัญหาตำรวจและความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชนเป็นเรื่องที่ประชาชนคาดหวัง แต่ยังไม่มีโอกาสทำให้สำเร็จตามที่ประชาชนหวัง ดังนั้นการที่มวลมหาประชาชนประกาศให้ปรับโครงสร้างตำรวจเป็นหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ คาดหวังว่าจะสำเร็จตามที่หวังได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ข้อสรุปการเสวนาวันนี้จะทำให้ประชาชนและตำรวจมีความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย

เสนอให้ ตร.อิสระจากการเมือง

ด้าน พล.ต.อ.ไกรสุข สินศุข อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจจะเป็นการปฏิรูปสินค้าผูกขาดให้ดีขึ้น โดยมีแนวทางคือ 1.โครงสร้างตำรวจให้สอดคล้องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ควรแยก บช.ภ.9 ภาค และ บช.น.ออกจากส่วนกลางเพื่อลดสายบังคับบัญชาให้สั้นลง 2.ปัจจุบันที่มีการแทรกแซงเรื่องแต่งตั้ง ดังนั้นกฎหมายตำรวจต้องให้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง 3.การปฏิบัติงานที่รวมหน้าที่สืบสวนสอบสวนไว้ด้วยกัน ทำให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน จึงควรใช้เทคโนโลยีหาตัวคนร้ายทำตามหลักสากล 4.ควรยกเลิกตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ 5.ควรปฏิรูปการได้มาของตำรวจเพื่อให้ได้ตำรวจที่ดี มีประสิทธิภาพ และ 6.การตรวจสอบตำรวจผ่านคณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) ที่นายกฯเป็นประธานแต่ไม่ได้ผลดังนั้นควรมีประชาชนเข้าร่วมด้วย

“คมสัน” แนะผุดอธิบดี ตร.ภาคดูแล

นายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการจากกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจมีปัญหาเรื่องการบริการงานแบบรวมศูนย์บริหารอำนาจ ถ้ามองตามภารกิจอำนาจหน้าที่ตำรวจมักมีปัญหาความเชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ งานตำรวจมีมากจะเอาภารกิจใดเป็นภารกิจหลักของตำรวจเป็นสิ่งที่ต้องคิด ซึ่งตำรวจยังมีปัญหาเรื่องการสอบสวนที่ขาดอิสระจากภายในองค์กร และการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง รวมทั้งมีปัญหาเรื่องวิ่งเต้นการซื้อตำแหน่ง ขณะที่ตำรวจชั้นประทวนมีความรู้น้อย ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ประชาชน ทั้งนี้ ขอเสนอให้ตำรวจกระจายอำนาจ ทำให้ภูธรมีอำนาจ อาจจะมีอธิบดีภาคดูแล ส่วนเรื่องระบบตำรวจแบบกึ่งทหารต้องพิจารณาใหม่ รวมทั้งต้องให้ตำรวจเป็นมืออาชีพ

“อิสระ” ขู่เตรียมบุกกองสลากฯ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส.เวทีสวนลุมพินี ในช่วงกลางวัน อากาศร้อนอบอ้าวทำให้ผู้ชุมนุมต้องนั่งหลบแดดอยู่ภายในเต็นท์ ติดตามกิจกรรมบนเวทีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ชุมนุมร่วมกิจกรรมพับกระทงกระดาษเพื่อใช้ใส่อาหารแทนการใช้ถ้วยโฟม กระทั่งเวลา 12.00 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.ปราศรัยว่า ขณะนี้มีชาวนาตายไป 14 คน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กลับไม่สนใจแก้ไขปัญหา มัวแต่นั่งรถใบ้หวย และขอให้เลิกใบ้หวยได้แล้ว อีกไม่กี่วันเราจะไปถล่มกองสลาก เพราะมอมเมาประชาชน ซึ่งยืนยันการล็อกเลขเป็นเรื่องจริงมานานแล้ว และงวดวันที่ 16 มี.ค. ออก 531404 โดยเลข 404 ตรงกับทะเบียนรถนายกฯ และก่อนวันหวยออกหนังสือพิมพ์ก็ออกมาใบ้หวยถือเป็นการมอมเมาประชาชน

จี้ “นิคม” ยุติทำหน้าที่ประธานวุฒิฯ

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.นำมวลชนเคลื่อนขบวนมาถวายพานพุ่มสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่รัฐสภา ก่อนจะปราศรัยโจมตีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ว่า หมดความชอบธรรมขอให้หยุดการทำงาน เนื่องจากดำรงตำ-แหน่งครบวาระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 วรรค 4 พร้อมเตรียมยื่นหนังสือ 3 ฉบับเรียกร้องให้นายนิคม และนายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ รองประธานวุฒิสมาชิกยุติการทำหน้าที่โดยทันที รวมทั้งเรียกร้องให้นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ทบทวนการทำงานจากกรณีที่ ส.ว.เลือกตั้งสิ้นสุดลง เนื่องจากอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาได้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาและเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวนมากดูแลพื้นที่อยู่ภายในพื้นที่รัฐสภา

คปท.ขู่นำมวลชนปิดตายรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม คปท.ได้เรียกร้องให้เลขาธิการวุฒิสภา ออกมารับหนังสือภายใน 15 นาทีก่อนที่ ร.ต.อ.หญิง วิรัญญา ประสพสุข ผอ.สํานักงานประธานวุฒิสภา เป็นตัวแทนรับหนังสือ แทนนางนรรัตน์ ซึ่งติดประชุมที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนประชาชื่น ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจกรูฝ่าแนวป้องกัน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาชุมนุมภายในลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำแท่นคอนกรีตมาปิดประตูรัฐสภาด้านถนนอู่ทองในและประตูประสาทเทวฤทธิ์ ถนนราชวิถี ทำให้นางนรรัตน์ ต้องยุติการประชุมรีบเดินทางมารับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมในเวลา 11.30 น. จนทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจ ทั้งนี้นายนิติธร กล่าวว่า จะรอคำตอบภายใน 7 วัน หากไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจจะนำแท่นคอนกรีตมาปิดประตูรัฐสภาทั้งหมดไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงาน จากนั้นผู้ชุมนุมกลับไปชุมนุมต่อที่ข้างทำเนียบรัฐบาล

หวั่นเหตุรุนแรง กปปส.เพิ่มการ์ด

อีกเรื่องหนึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรรมการ ศรส. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม กปปส.จัดฝึกอบรมการ์ด กปปส.มากกว่า2,500 คน ศรส.มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นการสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งเท่าที่ผ่านมามีการใช้ความรุนแรงและอาวุธในการ์ดของ กปปส.เป็นระยะ การจัดฝึกอบรมการ์ดมีลักษณะจัดตั้งกองกำลังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่รักษากฎหมาย จึงเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูดว่า เป็นการชุมนุมที่สงบปราศจากความรุนแรง ซึ่ง ศรส.เกรงว่าจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งกลุ่ม กปปส. นปช.หรือกลุ่มอื่นๆ เว้นการกระทำ ในลักษณะดังกล่าว เพราะจะทำให้สถานการณ์ทวีความ ตึงเครียดมากขึ้น

“ถาวร” ปัดข้อกล่าวหาซ่องสุมกำลัง

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ออกมาระบุถึงการฝึกอบรมการ์ด กปปส.ว่า เป็นการจัดตั้งกองกำลังที่ผิดกฎหมายและสนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรงว่า การฝึกอบรมการ์ดกลุ่ม กปปส.มีความจำเป็น เพราะมีคนร้ายใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมทั้งอาวุธสงคราม ระเบิด ปืนยิงใส่ที่ชุมนุมจนบาดเจ็บ เสียชีวิต จึงจำเป็นต้องวางระบบเพื่อดูแลผู้ชุมนุม ไม่เกี่ยวกับการให้ข่าวด้วยการสันนิษฐาน ตามที่นายธาริต ให้ข่าวเพื่อสร้างความสับสนถือเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้าย จึงขอเตือนให้นายธาริตไปแก้ข่าวให้ถูกต้อง เพราะมีทัศนคติในทางลบต่อประชาชน ยืนยันว่าผู้ชุมนุมใช้สิทธิชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมี ศรส. แต่เหตุร้ายต่างๆก็ยังเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมและไม่เคยจับกุมคนกระทำผิดได้เลย

แฉ “พุทธอิสระ” อดีตเป็นพลทหารฯ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่าได้พูดคุยกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีความเห็นตรงกันว่าอาจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทั้งนี้สถานการณ์จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าสามารถจะยกเลิกหรือไม่ ส่วนกรณีของพุทธอิสระที่ท้าให้ตนไปนอนกับกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนจะยอมเปิดถนนแจ้งวัฒนะนั้น เรื่องนี้ตนได้เสนอไปว่าจะยอมไปนอนด้วยพร้อมสนทนาธรรมด้วยตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้าเป็นเวลา 1 คืน จากนั้นจะให้รถมานำผู้ชุมนุมทั้งหมดไปพักผ่อนที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมพร้อมดูแลอย่างดี แต่พุทธอิสระไม่ตอบตกลงจึงต้องยกเลิกไป ทั้งนี้พุทธอิสระ อดีตเป็นทหารเกณฑ์ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) และช่วงนั้นตนและ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ. ก็เคยรับราชการอยู่ที่กองพันใน ร.21 รอ.

“ธาริต” ยันที่ดินภริยาไม่ได้บุกรุก

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา  ฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการทุจริตใน กมธ.ศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา จะเดินทางไปตรวจสอบบ้านและที่ดินของนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เลขที่ 444 หมู่ 1 บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  เนื่องจากส่อบุกรุกพื้นที่ป่าว่า ยินดี หากจะมีการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวว่ามีการบุกรุกหรือไม่ ที่ดินดังกล่าวเจ้าหน้าที่เคยตรวจสอบและยืนยันว่า ที่ตามโฉนดของภรรยาตน ไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่าหรือเขตอุทยาน อีกทั้งตนเป็นเป้าหมายที่ ต้องการดิสเครดิตทำลายชื่อเสียงของฝ่ายตรงข้ามคงไม่ทำอะไรที่กลายเป็นสิ่งล่อเป้า หรือกระทำผิดกฎหมายเสียเอง

เผยทำพาสปอร์ตยังไม่เข้าตามระบบ

นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมที่จะให้บริการทำหนังสือเดินทางเพิ่มเติมที่ศูนย์ราชการ อาคารบี ชั้น 7 ในวันที่ 18 มี.ค.เป็นวันแรกว่า ขณะนี้มีความพร้อมแล้วเบื้องต้นสามารถรองรับการทำหนังสือเดินทางได้ 300-320 เล่มต่อวัน เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ตที่ศูนย์ราชการยังมีความเร็วไม่มากพอที่จะทำได้มากกว่านี้ โดยจะเปิดให้รับคิวได้ในเวลา 07.30 น. และเริ่มทำ เวลา 09.00-15.30 น. อย่างไรก็ตามสำนักงานทำหนังสือเดินทางชั่วคราวบางนาและปิ่นเกล้ายังเปิดทำหนังสือเดินทางในจำนวนที่เท่าเดิมไม่ได้ลดกำลังการผลิต ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในการจองคิวทำหนังสือเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้จองทำหนังสือเดินทางเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 1,000-1,200 เล่มต่อวัน

“เอสซี แอสเสท” ฟ้อง “สุเทพ” เรียก 100 ล้าน

วันเดียวกันที่ศาลแพ่ง บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กับพวกรวม 13 คนเป็นจำเลย เรื่องกระทำละเมิดจากกรณีที่นำผู้ชุมนุม กปปส.ปิดล้อมอาคารชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 20 ก.พ.57 เรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะสำเร็จ
นายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายความ กล่าวว่าแกนนำ กปปส.พาผู้ชุมนุมไปปิดอาคารส่งผลให้บริษัทเสียโอกาสทางธุรกิจ ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น กระทบต่อโครงการอาคารชุดที่บริษัทดำเนินการอยู่ โจทก์จึงเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท และร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพราะเกรงว่า กปปส.จะไปปิดอาคารอีก แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีเหตุบ่งชี้ว่าจะเกิดการกระทำที่เป็นเหตุฉุกเฉินจึงยังไม่ได้ไต่สวนใดๆ เพียงแต่รับ คำฟ้องที่เรียกค่าเสียหายไว้พิจารณา และกำหนดนัดชี้ 2 สถานเพื่อนัดพร้อมคู่ความวันที่ 2 มิ.ย. เวลา 13.00 น.

ระเบิดคล้ายเหตุ ป.ป.ช.-3 จว.ใต้

เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.สส.บก.น.2 กล่าวความคืบหน้ากรณีคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ว่าหลังจากชุดสืบสวน บก.สส. กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ระดมตรวจสอบหาพยานหลักฐานพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ รวมทั้งเร่งมือขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทั้ง กทม.และเอกชน บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสพาหนะรถและรูปพรรณของคนร้าย จากการตรวจสอบระเบิดดังกล่าวใกล้เคียงกับระเบิดที่คนร้ายเคยนำไปวางไว้ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี และระเบิดก็คล้ายกับระเบิดแสวงเครื่องที่ก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัดจับมือ ผบ.ทบ.ล้มรัฐบาล

ต่อมาเวลา 19.45 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันนี้วายร้ายตัวดำนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาสามหาวก้าวร้าวด่าทอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. โดยพูดจาท้าทายใส่ร้ายซึ่งหน้าโกหกมดเท็จ ซึ่งคนอย่างนายจตุพรโกหกบิดเบือนได้ทุกเรื่องรวมทั้งบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์จับมือกับนายสุเทพล้มรัฐบาล ถ้าทำรัฐประหารเมื่อไหร่จะเจอกับมัน ทั้งที่ตนไม่เคยสุมหัวคบคิดจับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะล้มรัฐบาล ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ร่วมมือกับเรามันจบไปนานแล้ว ถ้าคิดล้มรัฐบาลจริงมันไม่มีโอกาสมาพูดจาสามหาวท้าทายอย่างนี้ ซึ่งต้องนับถือใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อดทนใจเย็นและพูดตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างไหน เตือนทุกกลุ่มอย่าทำผิดกฎหมาย เป็นการพูดแบบผู้ใหญ่ แต่นายจตุพรพูดแบบเดรัจฉาน คนพวกนี้โอหังท้าทายจะรบกับทหาร ขอท้านายจตุพร ถ้าแน่จริงให้ออกมาท้าทายทุกวัน รับรองถ้าออกมาโอหังอวดดีด่าทอจาบจ้วงทุกวัน เจอท็อปบูตแน่

เอ็ม 79 ถล่ม ป.ป.ช.แต่พลาดเป้า

เมื่อเวลา 21.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมพล วงษ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุระเบิดที่บ้านเลขที่ 68/5 ถนนนนทบุรี 1 ซอยนนทบุรี 41 ต.ท่าทราย ซึ่งอยู่ติดกับสำนักงาน ป.ป.ช.รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ พฐ.และหน่วยเก็บกู้ระเบิด พบบริเวณสนามหญ้าในรั้วบ้านมีหลุมระเบิดลึกราว 4-5 นิ้ว กว้างประมาณ 1 ฟุต และเศษชิ้นส่วนของระเบิดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นคาดเป็นระเบิดเอ็ม 79 สอบปากคำนางเสรีรักษ์ อินทปัญญา อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านให้การว่าขณะนั่งดูทีวีในบ้านกับคนในครอบครัวได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นที่หน้าบ้านแต่ไม่กล้าออกไปดูและรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบเพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานคนร้ายต้องการยิงถล่มสำนักงาน ป.ป.ช.ที่อยู่ใกล้กันแต่ระเบิดพลาดไปลงกลางสนามหญ้าของชาวบ้านแทน

18 มี.ค. 2557 07:33 18 มี.ค. 2557 07:33 ไทยรัฐ