วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แดงเดือดที่ผีไม่อยากจำ

โดย หมวดแซม

ชีช้ำกะหล่ำปลีจริงๆ สำหรับความพ่ายแพ้ย่อยยับคารังโอลด์แทรฟเฟิร์ดของ “ผีแดง” แมนฯยู ที่มีต่ออริตัวฉกาจอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 0-3 ในศึกแดงเดือด ครั้งที่ 190 เมื่อคืนก่อน

เกมนี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย และยิ่งไปกว่านั้น ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่า แมนฯยูเสีย 3 จุดโทษในเกมเดียว ทั้งที่เล่นในรังโอลด์แทรฟเฟิร์ดของตัวเอง

สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมหงส์แดง สังหารจุดโทษเข้าไป 2 ลูก ในนาที 34 กับ 46 แต่จุดโทษลูกที่ 3 ในนาที 77 นั้น กัปตันสตีวีจี ยิงไม่เข้าซัดไปชนเสาอย่างจัง เจอร์ราร์ดจึงชวดทำแฮตทริกอย่างน่าเสียดาย

แน่นอนว่าประเด็นที่ต้องถูกหยิบยกมาพูดถึงในเกมนี้ก็คือ การทำหน้าที่ของมาร์ก แคลทเทนเบิร์ก ผู้ตัดสินในเกมนี้ ที่ดูเหมือนว่านกหวีดจะหวานเจี๊ยบ เป่าให้จุดโทษง่ายเหลือเกิน

หากฮาเวิร์ด เว็บบ์ ถูกตราหน้าว่าเป็นแฟนบอล “ผีแดง” แมนฯยู มาร์ก แคลทเทน-เบิร์ก ก็คงไม่พ้นที่จะถูกครหาว่าเป็นสาวก “เดอะค็อป” เช่นกัน

ประตูนำ 1-0 ของหงส์แดงเป็นจุดโทษชัดเจน จากจังหวะที่หลุยส์ ซัวเรซ แตะบอลหลบ ราฟาเอลไปแล้ว แต่ราฟาเอลเอามือไปตบบอล ซึ่งเป็นการทำแฮนด์บอลในเขตโทษร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนจุดโทษลูกที่ 2 ดูจะก้ำกึ่ง เพราะมองแล้วฟิล โจนส์ ก็ไม่ได้กระแทกโจ อัลเลน แรงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายล้มได้

แต่จุดโทษหนที่ 3 นั้น เป็นความผิดพลาดอย่างแรงของแคลทเทนเบิร์ก เพราะจากภาพช้าเห็นชัดเจนเลยว่าสเตอร์ริดจ์พุ่งล้มแน่นอน แถมเขายังแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่เนมานยา วีดิช ออกจากสนามไปด้วย เป็นเหตุให้ผีแดงเสียเปรียบที่ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน

หลังจากนั้นมีจังหวะที่สเตอร์ริดจ์โดน ไมเคิล คาร์ริก เตะตัดขาล้มในเขตโทษ ซึ่งจังหวะนี้ดูยังไงก็ต้องเป็นจุดโทษแน่นอน แต่แคลทเทน-เบิร์กกลับไม่ยอมเป่า หรืออาจละอายใจที่จะให้จุดโทษหนที่ 4 กับลิเวอร์พูลก็ได้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ารูปเกมโดยรวม ลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่า ครองเกมเอาไว้ได้หมดตั้งแต่ต้นเกม และสมควรแล้วที่จะเป็นผู้ชนะ เพราะแมนฯยูสู้ไม่ได้เลยตลอดทั้ง 90 นาที

เหนืออื่นใดต้องให้เครดิตกับเบรนดัน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอริช ที่วางหมากได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเอาราฮีม สเตอร์ลิง มายืนเป็นตัวบนสุดของแดนกลางระบบไดมอนด์ ซึ่งถูกยกให้เป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะของหงส์แดงในนัดนี้

ชัยชนะเหนือทีมปิศาจแดงที่โอลด์แทรฟเฟิร์ดนัดนี้ ทำให้ลิเวอร์พูล มีสถิติยอดเยี่ยมยังไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2014 โดยเฉพาะการเอาชนะทีมใหญ่ที่เปิดรังถล่มอาร์เซนอล 5-1 และล่าสุดก็บุกมาต้อนผีแดงคารัง 3-0

ตอนนี้ ลิเวอร์พูลทิ้งห่างผีแดงไปแล้วถึง 14 แต้ม และขยับขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงแล้ว ตามหลังเชลซี จ่าฝูง 4 แต้ม แต่หงส์แดงแข่งน้อยกว่า 1 นัด

หลังบุกมาถล่มผีแดง 3-0 สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูล ถึงกับออกมาโวสนั่นว่าหงส์แดงคือผู้ท้าชิงตัวจริงในการลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นนี้ และเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ลิเวอร์พูลจะก้าวขึ้นมาซิวแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี นับตั้งแต่เคยทำได้หนสุดท้ายเมื่อปี 1990

ด้านเวย์น รูนีย์ หัวหอกผีแดง รับว่าความปราชัย 0-3 ของแมนฯยูที่มีต่อลิเวอร์พูลนัดนี้ ถือเป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของตนเลยทีเดียว

ขณะที่เดวิด มอยส์ กุนซือแมนฯยู จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ยับเยินของผีแดงในนัดนี้ไม่ได้

มอยส์ยังมีโอกาสแก้ตัวในเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีม นัดที่ 2 ที่ต้องนำแมนฯยูถล่มชนะโอลิมเปียกอส 3-0 ให้ได้ เพื่อเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ

แต่ถ้าแมนฯยูตกรอบแชมเปียนส์ลีกอีก มอยส์คงไม่รอดแน่นอน!!!

หมวดแซม

ชีช้ำกะหล่ำปลีจริงๆ สำหรับความพ่ายแพ้ย่อยยับคารังโอลด์แทรฟเฟิร์ดของ “ผีแดง” แมนฯยู ที่มีต่ออริ... 18 มี.ค. 2557 02:58 ไทยรัฐ