วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่เร้าใจ!!

ไม่เร้าใจ!!

โดย อินเด็กซ์ 51
18 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

ดัชนีหุ้นวันที่ 17 มี.ค.57 ปิดที่ 1,377.10 จุด เพิ่มขึ้น 4.92 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 29,038.60 ล้านบาท

ตลาดหุ้นทรงๆตัว ยังไร้ปัจจัยใหม่ที่มีน้ำหนักเข้ามาหนุน หลังการออกมาประกาศจุดยืนและเสนอทางออกให้ประเทศของ 6 องค์กรอิสระไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจหรือเป็นความหวังให้กับนักลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดมีแรงซื้อหุ้นรายตัวที่มีข่าวหรือสตอรี่เข้ามากระทบ ขณะที่ เรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณายกเลิกในวันที่ 18 มี.ค.นั้น ตลาดรับข่าวล่วงหน้าไปมากแล้ว อาจมี Sale on fact หรือขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มนี้ออกมา

บล.บัวหลวงมองทิศทางตลาด แกว่งกรอบแคบถึงทรงตัว นักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน โดยมองรูปแบบการลงทุนรอบนี้มี upside จำกัด เนื่องจากมูลค่าหรือราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปพอสมควรแล้ว โดย ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยขณะนี้ไต่ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 14.5 เท่า ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้คือหาจังหวะ ขายทำกำไร ลดพอร์ต การลงทุน เพื่อรอเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดอ่อนตัวลงอีกรอบ ด้านเทคนิคประเมินแนวรับไว้ที่ 1,364 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,375 จุด

ส่วนโนมูระ พัฒนสิน แนะกลยุทธ์ลงทุน มองว่าตลาดขยับเข้าใกล้ Current PER 15 เท่า ที่ดัชนี 1,380-1,400 จุด ซึ่งเป็น Zone ค่อนข้างแพงหากไร้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่อเนื่อง ดังนั้นการลงทุนและเก็งกำไรต้องระมัดระวังสูง ระยะสั้นแนะแค่ Trading หุ้นเด่น เก็งกำไรสั้นๆ ประเด็นยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในหุ้น NOK, AAV, MINT และ ERW

สำหรับนักลงทุนรอจังหวะดัชนีขึ้นเหนือ 1,380 จุด ให้ทยอยขายทำกำไรบางส่วนและลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นลงจาก 65% เหลือ 55% สำหรับการซื้อต่อยอดให้เน้นหุ้น Downside ต่ำ ที่มีความเสี่ยงจากแรงขายต่างชาติน้อย โดยเฉพาะหุ้น เป็น Top Picks ไตรมาส 2 ปีนี้ นำโดย RS, CPALL, HMPRO, TTCL, AMATA, BCP และ TVO

ปิดท้าย บล.เคจีไอมองภาพใหญ่ตลาดแกว่งตัวขาขึ้นแต่ไม่แรง น่าจะเป็นการแกว่งขึ้นเพื่อรับรู้ภาพเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ตลาดหุ้นต่างประเทศที่ฟื้นตัวมากกว่า ขณะที่ความคาดหวังต่อการเมืองไทยน่าจะมีทางออกอย่างใดอย่างหนึ่งไตรมาส 2 ส่งผลให้ความมั่นใจของนักลงทุนยังดีอยู่ ให้เป้าดัชนีไตรมาส 2 ระหว่าง 1,380 ถึง 1,440 จุด

แต่ขณะนี้ระดับราคาหุ้นไม่ได้ถูกมากแล้ว จึงมองตลาดจะซื้อขายด้วยความผันผวนสูงต่อไป หุ้นที่แนวโน้มกำไรโดดเด่นจะมีความแข็งแกร่ง เชียร์ DTAC, MINT และ PTTEP และยังแนะหุ้น Domestic Plays ที่แนวโน้มกำไรไม่ได้รับผลกระทบจากการเมืองและราคาหุ้นปรับลดลงมากแล้ว เช่น STEC และ SPALI

และสุดท้ายหุ้นเสี่ยงต่ำที่มีเงินปันผลสูง เช่น BTS ...จบป่ะ!!

 

อินเด็กซ์ 51

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้