วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เงินจำนำข้าว-ใครผิด

เงินจำนำข้าว-ใครผิด

โดย เจ้าพายุ
18 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

“เงินจำนำข้าว” จำนวน 1.3 แสนล้านบาทที่ปิดบัญชีจ่ายหนี้ชาวนาไม่ได้ จนชาวนาต้องแห่เข้ากรุง มาปิดกระทรวงพาณิชย์ ฟ้องร้องต่อศาล มาปิดถนนประท้วง

ทำไมเงินค่าข้าวยังไม่ได้สักที

ความผิดเรื่องนี้อยู่ที่ใคร เพราะต่างฝ่ายต่างโยนกันไปโยนกันมา!!!

ผมตอบว่าทุกฝ่ายเป็นจำเลยร่วมกัน โทษใครฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่จะผิดมากผิดน้อยก็ขึ้นอยู่กับการกระทำ ตั้งสติแล้วลองพินิจพิเคราะห์เอาเอง ผมขอไล่เรียงเหตุการณ์ให้ฟัง โดยจะไม่กล่าวถึงเรื่องโกงๆเพราะมันโกงกันอยู่แล้ว

ฝ่ายแรกคือรัฐบาลเพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ด ในราคาสูงกว่าตลาดมากนั้น ไม่ได้มีการตระเตรียมความพร้อมในการรองรับนโยบาย

ไม่มีการ “ขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล” ออกไปเพื่อหาเงินเอามาใช้สำหรับหมุนเวียนในคอร์ปหรือฤดูกาลการรับจำนำรอบต่อไป

ความชุ่ยของรัฐบาลตรงนี้ ทำให้เงินที่จะเอามาจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวจึงมาจาก “เงินกู้” เป็นหลัก

แต่หน่วยงานภาครัฐจะใช้ความพยายามขายข้าวเท่าไหร่ก็ขายแทบไม่ได้ เพราะรับจำนำมาในราคาสูงกว่าที่ซื้อขายกันในตลาดโลก ราคาที่เราขายจึงสูงกว่าตลาด

ที่สำคัญก่อนจะตัดสินใจยุบสภา รัฐบาลกลับไม่มีแผนรองรับโครงการรับจำนำรอบใหม่ ไม่ได้กู้เงินค้างเอาไว้ให้ พอมีข้าวมาจำนำลอตใหม่ เงินก็ไม่มีจ่ายชาวนา

คิดจะมากู้หลังจากยุบสภาก็ทำไม่ได้ สายไปแล้ว เพราะ กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ เป็นการบริหารงานที่ ผิดพลาด และ สะเพร่าอย่างรุนแรง  เล่นการเมืองมากจนกลายเป็นความเดือดร้อน

ขณะที่มวลมหาประชานกหวีดที่ง่วนแค่ “เกมคว่ำรัฐบาล” ก็สนุกมือ ยกโขยงไปขัดขวางไม่ให้ข้าราชการทำงาน การหาเงินมาจ่ายหนี้ชาวนาก็ล่าช้าไปด้วย

ยิ่งการไปตัดน้ำตัดไฟสถานที่การประมูลขายข้าวล่วงหน้าปัญหาก็ไปกันใหญ่

เพราะหนทางเดียวที่จะหาเงินมาจ่ายค่าข้าวที่ค้างอยู่ได้ ก็คือต้อง “ขายข้าวในสต๊อกรัฐ”

กรณีเงินงบกลางที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติ 20,000 ล้านบาทให้ไปจ่ายชาวนา เมื่อเหตุการณ์การเมืองไม่ปกติ ข้าราชการก็ต้องลดความเสี่ยง ต้องคิดสะระตะทำตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

อย่างเช่นปลัดกระทรวงการคลัง ไม่เซ็นเบิกจ่ายงบส่วนนี้ เนื่องจากไม่มีอำนาจ เพราะเป็นงบประมาณเกิน 500 ล้านบาท ต้องขอเป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.คลังในการอนุมัติ

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็อ้างว่า ไม่จำเป็น ต้องเซ็นรับรองการคืนเงินงบกลางเพราะไม่ใช่เป็นการกู้เงิน “เงินมีแต่ไม่มีใครกล้าจ่าย”

ดังนั้น จึงเป็นธุระของคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง ที่ต้องเซ็นให้จบไป จะนั่งตีขิมจิบกาแฟชิลด์ๆ ไม่ได้ เพราะชาวนาต้องกินข้าวไม่ได้กินฟาง

สำหรับ เงินที่เหลือประมาณ 1 แสนล้านบาท คงต้องขาย ข้าวอีกเป็นปี ถ้าอยากให้เร็วขึ้นต้อง ขายแบบบิ๊กลอตแบบรัฐต่อรัฐ แต่ก็อีกนั่นแหละโดยกฎหมายรัฐบาลรักษาการ “ทำได้
หรือไม่ได้”

ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อเลย.

“เจ้าพายุ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้