วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้กฎหมายเป็น พัฒนาประเทศได้

โดย ลมกรด

ย้อนหลังไปประมาณ 20 กว่าปี สมัยที่ผมยังเรียนวิชากฎหมายอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เวลาได้เจอเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมปลาย มักถูกแซวถูกข่มว่าคณะนิติศาสตร์เรียนง่าย อาศัยท่องจำอย่างเดียวก็ผ่านแล้ว

ทั้งที่ความจริงวิชากฎหมายเป็นวิชาที่ต้องใช้เหตุและผลสัมพันธ์กัน ทุกฐานความผิดและทุกบทลงโทษล้วนมีเหตุผลอธิบายที่มาที่ไปได้ ที่สำคัญกฎหมายเป็นกรอบกติกาที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติและเสมอภาคกัน

ด้วยปณิธานอันแรงกล้า ตั้งใจเรียนจบแล้วจะไปทำงานเพื่อสังคม วาดฝันอยากเห็นคนไทยได้รับการปฏิบัติภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน บ้านเมืองมีระเบียบ ผู้คนมีวินัย

ตอนนั้นผมสงสัยว่าทำไมพวกฝรั่งเกิดมาก็รู้จักการเข้าคิวแล้ว แต่คนไทยชอบรุมเบียดแย่งกัน เวลาขับรถถ้าไม่เห็นตำรวจก็พร้อมจะทำผิดกฎจราจรเสมอ หรือถ้าโดนตำรวจเรียกก็ต่อรองยัดเงินให้แลกกับการไม่ออกใบสั่ง

ยุคโน้นหน่วยงานราชการยังไม่มีระบบวันสต็อปเซอร์วิส ไปติดต่อทำเรื่องอะไรแต่ละที เสียเวลารอทั้งวัน ยกเว้นใครมีเส้นสาย หรือรู้จักจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา แป๊บเดียวเรียบร้อย ทั้งๆที่ข้าราชการมีหน้าที่บริการประชาชน แต่กลับทำงานเช้าชามเย็นชาม กระฉับกระเฉงเฉพาะตอนทำรับใช้นาย

ส่วนนักการเมืองแต่ไหนแต่ไรเห็นมีแต่คนหน้าเดิม พอสังขารร่วงโรยก็ส่งลูกหลานมาเล่นแทน ผลงานในพื้นที่ไม่มี คุณงามความดีไม่ปรากฏ อาศัยวัดกันที่บารมี

เรื่องการศึกษายิ่งหนัก ผมโชคดีที่เอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยรัฐ มีเพื่อนเป็นคนต่างจังหวัดเล่าให้ฟังว่า นักเรียนต่างจังหวัดมีโอกาสเอ็นทรานซ์ติดน้อยกว่านักเรียนกรุงเทพฯ และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในตัวเมือง ถ้าเป็นโรงเรียนชนบทล่ะก็หมดสิทธิแข่งกันเลย เพราะมาตรฐานการศึกษาต่างกันลิบลับ

ทุกวันนี้ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ และอาจจะหนักกว่าเดิมด้วย พ่อแม่บางคนวางแผนหาที่เรียนให้ลูกตั้งแต่ชั้นอนุบาล เตรียมลู่ทางวิ่งเต้น เก็บสะสมเงินเป็นค่าแป๊ะเจี๊ยะ หวังให้ลูกได้เข้าโรงเรียนมีชื่อ ส่วนนักเรียนต่างจังหวัดตอนปิดเทอมต้องดิ้นรนเข้ามาเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ เพื่อให้ได้วิชาความรู้ทัดเทียมกัน

ก็ขอรับสารภาพครับว่า 20 กว่าปีผ่านไป ความกระตือรือร้นในจิตใจผมได้มอดลงทีละน้อยโดยไม่ทันรู้ตัว ในทางกลับกันยังรู้สึกคุ้นชินกับ “สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยการดิ้นรนแข่งขันเอารัดเอาเปรียบกัน” ไปเสียแล้ว

กระทั่งวันหนึ่ง คุณอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ซึ่งเป็นพรรคตั้งใหม่ ได้แวะเข้ามาแนะนำตัวกับทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ เพื่ออธิบายถึง กรอบแนวคิด นโยบายพรรค และวิธีปรับโครงสร้างแก้ปัญหาสังคม

จะเป็นเพราะเรียนจบกฎหมายเหมือนกันหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ฟัง คุณอุเทน พูดแค่ชั่วโมงเศษ ภาพความฝันในวัยเรียนของผมก็ผุดขึ้นในสมองทันที

ถ้ารู้จักใช้กฎหมายให้เป็นและใช้ให้ถูกวิธี ปัญหาฟอนเฟะต่างๆของสังคมไทยก็พอจะมีหนทางแก้ไข ไม่ใช่ใช้แบบศรีธนญชัยเหมือนนักกฎหมายในคราบนักการเมืองบางคน

คุณอุเทน ยังแนะนำวิธีตลบหลังคนโกง ซึ่งเงินที่ได้มาโดยมิชอบ ไม่สามารถสำแดงที่มาได้ ถ้าไม่เก็บซ่อนไว้ก็ต้องเปลี่ยนสภาพไปเป็นทรัพย์สินอื่น ดังนั้นหากแก้กฎหมายเป็น จะสามารถดึงเงินและทรัพย์สินเหล่านั้นกลับมาเป็นของรัฐได้

สมแล้วที่ใช้สโลแกน “รีเซตประเทศด้วยกฎหมาย รีเซตกฎหมายเพื่อคนไทย”

ผู้อ่านท่านใดสนใจอยากรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ก็ลองเข้าไปเปิดดูใน เว็บไซต์พรรคคนไทย

ผมไม่อาจการันตีว่ากรอบแนวคิดนี้จะได้ผลสัมฤทธิ์หรือไม่

แต่รับประกันได้ว่าไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล และไม่เอาประชานิยม.

“ลมกรด”

17 มี.ค. 2557 08:54 17 มี.ค. 2557 08:54 ไทยรัฐ