วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหลืออีก 7 ปี

ประเทศไทยยามนี้หาข่าวดีให้ชื่นสะดือไม่ได้เลย มีแต่ข่าวร้ายและข่าวร้าย ฟังแล้วอ่อนเพลียละเหี่ยทรวง

วันนี้มีข่าวร้ายเล็กๆซึ่งอาจกลายเป็นข่าวใหญ่ในโอกาสต่อไป

ข่าวกองทุนน้ำมันติดลบไปแล้ว

เจ็ดพันล้านบาทโดยประมาณ

เจ็ดพันล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะโยม

นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงานระบุว่ากองทุนน้ำมันมีแนวโน้มจะติดลบบานทะโร่ต่อไป

ถ้าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงตัวในระดับ 104 เหรียญต่อบาร์เรล กองทุนน้ำมันจะอัดฉีดจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างได้อีกเพียง 1 หรือ 2 เดือน

คาดว่าต้นเดือนพฤษภาคมจะเริ่มกู้เงินกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น

เนื่องจากยังเหลือวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติไว้ล่วงหน้าก่อนยุบสภาฯที่สามารถกู้เงินได้ทันที

มิฉะนั้น คงต้องไปกราบวิงวอนขอความเมตตาจาก กกต. ขออนุญาตกู้เงินใส่กองทุนน้ำมันให้โกลาหลวุ่นวาย

ประโยคหลังเนี่ยปลัดกระทรวงพลังงานไม่ได้พูด “แม่ลูกจันทร์” เขียนเติมให้ฟรีๆ

ถามว่า  ทำไมเงินกองทุนน้ำมันจึงต้องติดลบตะบันยัน??

ตอบว่า เพราะผลจากนโยบายบิดเบือนราคาพลังงานต่ำกว่าราคาที่แท้จริง เป็นภาระหนักต่อเนื่องที่ต้องล้วงเงินกองทุนน้ำมันไปอัดฉีดเพิ่มเติม

เช่น...อุ้มน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร

อุ้มราคาก๊าซแอลพีจี ไม่ให้เกิน 21 บาทต่อกิโล

อุ้มราคาก๊าซเอ็นจีวี ไม่ให้เกิน 10 บาทต่อกิโล

ซึ่งต้องควักเงินจากกองทุนน้ำมันไปอุ้มกระเตงวันละ 13 ล้านบาท หรือเดือนละ 400 ล้านบาทโดยประมาณ

นี่ยังไม่นับที่รัฐบาลโยนให้  ปตท.ช่วยแบกภาระขาดทุนอีกสามหมื่นล้านบาทต่อปี

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าผลจากนโยบายบิดเบือนราคาน้ำมันดีเซลตั้งแต่ยุครัฐบาลชุดก่อนต่อเนื่องถึงรัฐบาลปัจจุบันทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ (ที่ควรได้) กว่าสามแสนล้านบาททีเดียว

เช่นเดียวกับนโยบายบิดเบือนราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่ควรได้อีกก้อนโต

ที่ร้ายที่สุดคือการบิดเบือนราคาพลังงานต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้คนไทยล้างผลาญพลังงานราคาถูกกันไม่บันยะบันยัง

ทั้งๆที่ประเทศไทยต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศถึง 90 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าวันนี้ คนไทยกระหน่ำใช้น้ำมันดีเซล 58 ล้านลิตรต่อเดือน

ใช้น้ำมันเบนซิน 28 ล้านลิตรต่อเดือน

ใช้ก๊าซแอลพีจี 6.5 แสนตันต่อเดือน

ใช้ล้างใช้ผลาญขนาดนี้ไม่ขาดทุนริดสีดวงบานก็ให้รู้ไป

หมายเหตุ ที่ “แม่ลูกจันทร์” บรรยายความมาตั้งแต่ต้นเพื่อลากโยงมาถึงประเด็นสำคัญ

นั่นคือแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยยังเหลือปริมาณสำรองอีกไม่เกิน 9 ล้านล้าน ลบ.ฟุต และจะดูดขึ้นมาใช้ได้อีกไม่เกิน 7 ปี

ย้ำชัดๆอีกครั้งว่าอีก 7 ปี ก๊าซธรรมชาติจะหมดอ่าวไทย!!

เมื่อถึงวันนั้นคนไทยจะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์

แถมราคาแพงหูฉี่กว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเท่าตัว

ไม่ต้องรอจนถึงวันนั้นก็รู้แล้ว กระเป๋าแหกแน่นอน.


“แม่ลูกจันทร์”

17 มี.ค. 2557 07:51 ไทยรัฐ