วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขวางเจรจาไม่รักชาติ

สมชัยฉะพวกต้านโรดแม็ป

เพื่อไทยตั้งแง่ 7 องค์กรตาม รธน. เคลียร์โรดแม็ปไร้นัยแอบแฝง ดันตั้งนายกฯมาตรา 7 ขัด รธน. “จาตุรนต์” สวดยับองค์กรอิสระสังกัดรัฐประหาร ไม่เป็นกลาง เดินเกมสร้างสุญญากาศ กรุยทางปฏิวัติ ปชป.เรียกร้องให้ฟังเนื้อหาก่อนรีบปิดประตู จี้นายกฯปรามลิ่วล้อเลิกคุกคามองค์กรอิสระ “วิรัตน์” เช็กคำวินิจฉัยกลาง ก.ม.กู้เงิน 2 ล้านล้าน  ก่อนชง ป.ป.ช.ถอดถอน ครม.ยกพวง “สมชัย” ไม่ห่วง 2 องค์กรถอนตัว จวกกลับพวกไม่รักชาติ ขวางตั้งไข่เปิดเวทีเจรจาดับไฟขัดแย้ง ปัดวุ่น กกต.เหยียบคันเร่งชักใบแดง 16 ผู้สมัคร ส.ส.พท. จ้อช่อง 11 พ่วงยุบพรรค “จารุพงศ์” โวลั่นจะยุบกี่ครั้งไม่มีวันสูญพันธุ์ “ยิ่งลักษณ์” ทำใจเสียงวิจารณ์ลางร้ายเสียหลักหกล้ม หารือทีมกฎหมายเตรียมแก้ต่างคดีจำนำข้าว

กรณี 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญอาสาเป็นคนกลาง เตรียมเสนอทางออกแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ แต่ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องยังตั้งเงื่อนไขก่อนจะเริ่มต้นการเจรจา ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งออกมาตอบโต้บางฝ่ายซึ่งติติงว่าไม่ใช่บทบาทหน้าที่ ถือเป็นพวกไม่รักชาติบ้านเมือง

“สมชัย” เข้าใจเหตุผลทุกองค์กร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 มี.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าของการร่วมมือระหว่าง 7 องค์กร ตามรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอทางออกของความขัดแย้งภายในประเทศ ที่มีการทยอยถอนตัวว่า  กรณีองค์กรอัยการ เราเข้าใจเหตุผล เพราะเป็นห่วงความเป็นวิชาชีพ เนื่องจากอัยการต้องเป็นผู้ที่ดำเนินคดีฟ้องร้องผู้กระทำความผิด ถ้ามาเป็นตัวกลางการเจรจา จะเหมือนว่าไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่ จึงเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ส่วนศาลปกครอง ไม่ได้อยู่ในกลุ่มองค์กรตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้น อาจจะเข้าใจผิดซึ่งในกลุ่มที่ประชุมกันไม่เคยมีศาลปกครองอยู่ด้วย ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) การประชุมที่ผ่านมามี กสม.อยู่ท่านหนึ่งเข้าร่วมประชุม แล้วให้การสนับสนุนการเจรจา และให้แง่คิดเรื่องรูปแบบและแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการเจรจา ส่วนความเป็นเอกภาพใน กสม.เป็นอย่างไรคงไม่สามารถไปรับทราบได้

ขอได้เริ่มต้นลงมือเปิดเวทีเจรจา

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการทาบทามอีก 2 องค์กร คือ สภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)เข้าร่วมประชุม อยู่ระหว่างการทาบทาม มีการพูดคุยกันแล้ว เพียงแต่ต้องรอดูอีกครั้งว่าการตัดสินใจจะเข้าร่วม ต้องนำเข้าที่ประชุมขององค์กรนั้นๆหรือไม่ ต้องรอดูว่าจะสามารถเข้าร่วมได้ทันในวันที่ 17 มี.ค.นี้หรือไม่ ถ้าไม่ทันคงต้องเข้าร่วมภายหลัง องค์กรใดที่ถอนตัวไปคงไม่เป็นปัญหาในการประชุม เหลือเท่าไหร่ก็ประชุมเท่านั้น ไม่ต้องมาคำนึงว่าการเข้าร่วมครั้งนี้จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นได้ลงมือทำ โดยกลุ่มคนที่เห็นปัญหาของบ้านเมือง และอยากจะเห็นบ้านเมืองมีทางออก

จวกกลับพวกขัดขวางไม่รักชาติ

“อาจจะมีคนบางคนออกมาบอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ เรื่องนี้ไม่มีหน้าที่ของใคร รัฐธรรมนูญไม่มีมาตราใดที่บอกว่า หากมีความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน แล้วจะต้องมีคนกลางขึ้นมา จึงไม่มีอะไรบอกว่าใครจะเป็นคนทำ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะเห็นปัญหาบ้านเมืองยังคงความขัดแย้งและอยู่ในบรรยากาศเช่นนี้อยู่ต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่อยากเห็น แล้วใครบ้างสามารถจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ก็ควรเข้ามา การพูดว่าไม่ใช่หน้าที่ ดูเหมือนไม่ใช่คนไทยที่รักประเทศ ผมคิดว่าใครก็ตามที่เป็นคนไทย และอยากเห็นประเทศเดินหน้าไปได้ หากทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ต้องลงมาช่วยทำ เริ่มทำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ จะสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยกเว้นคนที่ไม่อยากให้เรื่องนี้จบด้วยการเจรจา ต้องไปคิดว่าจะจบด้วยวิธีการอะไร” นายสมชัยกล่าว

ปัดวุ่นเหยียบคันเร่งชักใบแดง พท.

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต. สอบ 16 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไปออกรายการทางช่อง 11 ในช่วงมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งว่า เรื่องนี้ยังไม่มีมติใดๆ ต้องรอวันที่ 27 มี.ค.นี้ เนื่องจากได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กกต.ที่ผ่านมาแล้ว แต่ กกต.  ไม่ครบองค์ประชุม เพราะฉะนั้นจะรอให้ครบองค์ประชุมอีกครั้ง ในวันที่ 27 มี.ค. อาจจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ตนคิดว่า หากจะให้เกิดความเป็นธรรม ต้องให้มีการหาหลักฐานเพิ่มเติม หรือขอเรียกหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้อำนวยการสถานีช่อง 11 มาชี้แจงต่อ กกต. เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสิน เพราะถ้าหากเป็นการกระทำผิดของตัวบุคคลที่เป็นผู้สมัครพรรคการเมือง กระทำผิดด้วยตนเอง คือการให้ใบแดง ที่สามารถให้ได้ทั้งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ดังนั้นเราก็จะต้องดูจากหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จึงต้องใช้เวลา และให้โอกาสผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจงและสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประชุม ในวันที่ 27 มี.ค. ยังคงไม่มีข้อสรุปของมติที่จะเป็นผลกระทบต่อทั้ง 16 ผู้สมัคร ส.ส.นี้ คงจะเป็นมติที่ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมเท่านั้น

ขอ “พุทธอิสระ” จีบ กปปส.เข้าร่วม

ช่วงบ่ายนายสมชัย ได้เดินทางเข้านมัสการหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส. ที่เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเรียนให้ทราบถึงความคืบหน้าการเจรจาแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะร่วมกันแถลงเสนอโรดแม็ปทางออกประเทศไทย ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดิน ชั้น 9 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ โดยจะเปิดเผยถึงกรอบเนื้อหาการสร้างการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง 4 ประเด็น และแสดงโรดแม็ปการเจรจา 6 ขั้นตอน จึงมากราบเรียนหลวงปู่พุทธะอิสระให้ช่วยสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ อาจช่วยส่งข่าวสารไปยังเวที กปปส. เวทีอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระเดินหน้าจัดการเจรจาได้สำเร็จ

“เชาวนะ” ไม่ตอบ 19 มี.ค.ชี้ ลต.โมฆะ

วันเดียวกัน นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีคำวินิจฉัยกรณีคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ว่าการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตาม พ.ร.ฎ. ยุบสภาฯ พ.ศ.2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ช่วงบ่ายวันที่ 19 มี.ค.ว่า ไม่ทราบถึงเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 09.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มีการรับฟังคำชี้แจงของประธาน กกต.หรือผู้แทน นายกรัฐมนตรี หรือผู้แทน และประธานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือผู้แทนในกรณีดังกล่าว โดยองค์คณะตุลาการฯจะไต่สวนและรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการวินิจฉัยชี้ขาดในวันเดียวกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการว่าจะพิจารณาอย่างไร

พท.จี้ 7 องค์กรเคลียร์ข้อกังขา

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณี 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญจะเปิดโรดแม็ปการหาทางออกของประเทศว่า เป็นเจตนาดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟัง ถ้าเป็นทางยุติความขัดแย้งของบ้านเมือง แต่ต้องดูว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ ถ้ามีการเสนอไม่เป็นไปตามแนวทางรัฐธรรมนูญ เช่น ถ้ามีการเสนอนายกฯคนกลางตามมาตรา 7 ก็ขัดรัฐธรรมนูญ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งต้องพูดให้ชัด เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้ ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องชี้แจงให้สังคมทราบอย่างชัดเจน

ยันทัวร์นกขมิ้นไม่ผิด ก.ม.

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการเดินทางไปตรวจราชการภาคเหนือและอีสานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบในช่วงการหาเสียงว่า ทีมกฎหมายพรรคตรวจสอบแล้วเป็นการไปตรวจราชการตามปกติ ไม่ใช่ไปหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครของพรรคอื่นที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีใครแจ้งความร้องทุกข์เรื่องนี้เลย ส่วนการตรวจสอบ 16 ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยไปออกรายการทางสถานีโทรทัศน์ ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.เลือกตั้ง อยากให้ กกต.ให้ความเป็นธรรมกับนายกฯและผู้สมัครของพรรค ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ กกต.พิจารณาจะเป็นบรรทัดฐานของการเมือง หาก กกต.จะเอาผิดควรไปเอาผิดกับเลขาธิการ กปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้งจะดีกว่า

“เฉลิม” ไล่ตะเพิดแก๊งไร้เครดิต

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณี 7 องค์กรอิสระจะเป็นตัวกลางเสนอโรดแม็ปหาทางออกประเทศในวันที่ 17 มี.ค. ว่ามองในแง่ดีว่าเป็นเจตนาดี ถ้าคิดดีไม่เป็นไร แต่จริงๆไม่ใช่หน้าที่ และไม่มีหน้าที่ อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ไม่มีใครเชื่อถือ ควรมองดูตัวเอง เพราะไม่มีเครดิต ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดิน หากมีการปฏิรูปต้องยกเลิกองค์กรนี้ เปลืองเงินเดือน ไม่มีประโยชน์อะไรต่อบ้านเมืองเลย การที่อ้างว่าอัยการเข้าร่วมประชุม เป็นอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้วบ้านอยู่ จ.นครปฐม ตัวองค์กรอัยการเองมาร่วมไม่ได้ หากวันที่ 17 มี.ค. แถลงออกมาในลักษณะไม่ยึดบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำตัวเหมือนรับคำสั่งคนอื่นจะเชื่อถือหรือ หากเสนอนายกฯคนกลาง นายกฯมาตรา 7 เมื่อไหร่เดือดร้อนทั้งครอบครัว เขาจะด่าโคตรพ่อโคตรแม่กลับไป ตนก็จะด่าด้วย ถ้าคิดอย่างนั้นขอให้ยุติเสียเถอะ ไม่มีใครฟัง ต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ถ้าออกมาค้านสายตาประชาชนกระทบต่อความเชื่อถือในคดีที่พิจารณาอยู่ล้านเปอร์เซ็นต์

“อ๋อย” เฉ่งยับขบวนการฝังกลบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก สนับสนุนร่วมมือโดยพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเงื่อนไขกดดันสร้างสภาพว่ารัฐบาลบริหารปกครองไม่ได้ เพื่อจะให้เกิดความรุนแรงนำไปสู่การรัฐประหาร แต่ยังทำไม่ได้ ฝ่ายผู้มีอำนาจไม่ได้ต้องการแค่ให้รัฐบาลนี้ล่มไป แต่ต้องการหลักประกันว่าไม่ให้พรรคเพื่อไทยกับพวกมาเป็นรัฐบาล หมายความว่าการเลือกตั้งแบบนี้ไม่เอาแล้ว ต้องเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนกติกา เป็นข้ออ้างการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ในเมื่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันทำไม่ได้ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ครั้นพอประชาชนต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรง ผู้นำกองทัพอาจจะออกมาบอกว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย จากปัจจุบันบอกว่าขอวางตัวเป็นกลาง ถ้าเสื้อแดงออกมาเมื่อไหร่ก็พร้อมจะเล่นงาน เพราะฉะนั้นในอนาคตถ้าเกิดมีการฉีกรัฐธรรมนูญโดยองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ พอมีคนมาต่อต้าน ก็อาจมีคนออกมาเล่นงาน จะกลายเป็นความรุนแรง และนำไปสู่การรัฐประหารได้

สร้างสุญญากาศกรุยทางปฏิวัติ

นายจาตุรนต์กล่าวว่า วันนี้มีการยุบสภาไปแล้ว ครม.ก็พ้นทั้งคณะ ไม่มีประเด็นว่าจะลาออกอีกได้แล้ว ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อไม่ให้ว่างเว้นจากการมี ครม. ไม่ใช่ให้ข้าราชการประจำมาเป็น ครม.หรือให้คนนอกมาเป็น ครม. ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลต้องการกดดันให้เกิดสุญญากาศ ให้ ครม.ออกหมด เพื่อจะไปใช้มาตรา 7 ซึ่งจริงๆใช้ไม่ได้ ไม่เข้าข่าย คิดว่า ครม. ไม่มีวันจะให้ลาออกไปหมดแน่นอน ตอนนี้ที่ไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ครม.พ้นไปทั้งคณะก็ทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญระบุ ครม.ทั้งคณะต้องดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ามา ถ้าวินิจฉัยว่าพ้น แสดงว่า ป.ป.ช.หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมมือกันลงมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าทำแบบนี้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยขัดกับรัฐธรรมนูญอีกแล้ว ทั้งที่ขัดมาหลายรอบแล้วและจะขัดอีก ต้องดูกันว่าองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไรต่อไป

ฉะองค์กรอิสระสังกัดรัฐประหาร

“องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาจากการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร ก็เลยไม่เป็นกลาง ไม่เป็นอิสระจริง แต่กลายเป็นองค์กรมีสังกัด ทำให้เลือกปฏิบัติได้ เลือกหยิบเรื่องใดมาพิจารณาหรือตกไปก็ได้ และไม่มีใครตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ได้ นอกจากจะมาจากการรัฐประหารแล้ว คณะกรรมการของกลุ่มองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันยังมีที่มาจากฝ่ายตุลาการเป็นหลัก ซึ่งผิดหลักการตรวจสอบถ่วงดุล ในฝ่ายตุลาการล้วนเลือกกันเอง และวุฒิสภาครึ่งหนึ่งมาจากพวกเขากันเอง ทำให้องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถทำได้ตามวัตถุประสงค์ที่อ้างได้ ระบบการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศจึงเป็นระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เที่ยงธรรมอย่างยิ่ง จะว่าไปแล้วยังเป็นระบบที่จะส่งเสริมการทุจริตในระยะยาวอย่างมาก ส่วนบทบาทของ กกต.ไม่เต็มใจจัดการเลือกตั้ง พยายามทำอะไรช้าๆ ชี้ช่องว่าการเลือกตั้งน่าจะเป็นโมฆะ” นายจาตุรนต์กล่าว

“จารุพงศ์” โวยุบกี่ครั้ง พท.ก็กลับมา

ขณะที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ตรวจสอบ 16 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกรายการทีวี หากพบว่ามีความผิดจริงมีโทษถึงขั้นยุบพรรคว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ เราได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เหตุผลต่างๆแล้ว เราเป็นพรรคการเมืองทำอะไรชี้แจงได้ ส่วนการทำหน้าที่ของ กกต.ทุกคนรู้ว่าเป็นอย่างไร ไม่มีใครโง่หรอก อย่างไรเขาก็ทำอยู่แล้ว อยากบอกว่าวันนี้บ้านเมืองเราขัดแย้งมากอยู่แล้ว แต่ยังมีความพยายามทำในสิ่งที่ทำให้ขัดแย้งมากขึ้น พรรคเพื่อไทยพยายามรักษาระบอบประชาธิปไตย แต่ฝ่ายตรงข้ามพยายามตีรวน ทำให้ระบบมันเพี้ยน ต้องการล้มประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะแข่งกี่ครั้งก็แพ้ตลอด วันนี้ต้องเข้าใจว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ แน่นอนเราต้องสู้เต็มที่ สู้ทุกทาง เพื่อเอาประชาธิปไตยมาให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม หาก จะมีการยุบพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้ทำให้เราสูญพันธุ์ ดูตัวอย่างตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ยุบกี่ครั้งเราก็กลับมาได้ เรายังอยู่มาได้

นปช.สับตุลาการภิวัตน์พ่นพิษ

นพ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณี 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญนัดแถลงแนวทางแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้ประเทศว่า การแก้ปัญหาง่ายๆคือทุกคนต้องเคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่ กกต.จงใจเจตนาไม่ให้เลือกตั้งเสร็จสมบูรณ์ หรือจงใจให้เกิดวิกฤติทางการเมือง เพื่อถ่วงเวลาให้ กปปส.ตั้งสภาประชาชนใช่หรือไม่ การรวมตัวของ 7 องค์กรอิสระจะทำให้เกิดวิกฤติทางการเมืองหนักกว่าเดิมหรือไม่ หรือกำลังจะทำตุลาการภิวัตน์ ทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิมอย่างมาก เมื่อถามว่า หากมีการเชิญกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมหารือจะเข้าร่วมหรือไม่ นพ.เหวงตอบว่า เราพร้อมจะพูดคุย แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จะคุยอย่างไร แต่อยากขอถามไปยัง 7 องค์กรอิสระว่าเลือกจะอยู่ฝั่งประชาธิปไตยหรือเผด็จการฟาสซิสต์

กปปส.ติงอย่ารามือตรวจสอบรัฐบาล

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.กล่าวว่า การที่ 7 องค์กรอิสระเสนอเป็นตัวกลางเจรจา กปปส. เคารพการตัดสินใจของ 6 องค์กร ซึ่งถอนตัวไป 1 องค์กร เชื่อว่าบุคลากรทั้ง 6 องค์กรอิสระมีความหวังดีต่อบ้านเมือง ส่วนจะได้ผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ไม่อยากให้เข้าใจผิด เพราะมีการโยงองค์กรอิสระว่าเกี่ยวข้องกับการจ้องล้มรัฐบาล ทั้งที่ไม่มีกระบวนการสมคบคิดกัน องค์กรอิสระก็ทำตามหน้าที่ประชาชนที่ออกมาทำตามหน้าที่ จึงหวังว่าการเสนอตัวขององค์กรอิสระจะไม่กระทบในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้องค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม เร่งตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลด้วย

ปชป.วอนทุกฝ่ายรับฟังทางออกชาติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการที่ 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะนำเสนอจุดยืนโรดแม็ปดำเนินแก้ไขวิกฤติการเมืองวันที่ 17 มี.ค. อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายฟังโรดแม็ปว่าจะนำเสนอเนื้อหาสาระอย่างไร เพราะการที่ 7 องค์กรรวมตัวกันและหารือช่วยหาทางออกให้ประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องเหมาะสม ทุกฝ่ายในสังคมควรช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าโรดแม็ปจะมีเนื้อหาอย่างไร ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคล พรรคการเมืองบางพรรคออกมาตั้งข้อสังเกตลักษณะไม่ยอมรับการหาทางออกให้ประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายในสังคมควรรับฟังว่ามีเนื้อหาอย่างไร หากรับฟังแล้วจะยอมรับหรือไม่ เป็นสิทธิที่จะวินิจฉัยข้อเสนอ หากแต่ละฝ่ายพร้อมรับฟังน่าจะเป็นผลดีมากกว่าการไม่รับฟัง

ขอ “ปู” ปรามลิ่วล้อข่มขู่องค์กรอิสระ

นายองอาจกล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และมวลชนยอมรับการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ โดย ไม่ควรมีพฤติกรรมไม่ยอมรับหรือขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดี เหมือนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะแกนนำรัฐบาลและมวลชนพยายามเบี่ยงเบนว่าวินิจฉัยมิชอบและสร้างความเข้าใจผิดในสาระต่างกัน เช่น พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งทำได้ แต่ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาททำไม่ได้ และแสดงอาการไม่ยอมรับคำวินิจฉัยอย่างชัดเจน และบิดเบือนกล่าวหาผู้คัดค้านว่าขัดขวางความก้าวหน้าประเทศ จึงวิตกกังวลว่าจะมีการปฏิเสธการตรวจสอบ ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว รวมทั้งเตรียมทำลายการตรวจสอบของ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ พยายามกดดันข่มขู่ต่อองค์กรตรวจสอบ จึงขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งระงับกลุ่มต่างๆ เพื่อคุ้มครององค์กรอิสระให้ทำงานอย่างเที่ยงธรรม ขอให้ยอมรับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ที่จะชี้มูลคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.มิชอบ และศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่

รอดูคำวินิจฉัยหาช่องสอย ครม.

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยังไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานภาพของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯว่าสิ้นสภาพสุดลงหรือไม่แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้ส่งทนายความไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาล หลังไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาเป็นนัดแรกภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา จึงเชื่อว่าหากพรรคยื่นคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะพิจารณาออกมาในแนวทางเดียวกัน ดังนั้นพรรคคงต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญกรณีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทอย่างเป็นทางการ ก่อนจะนำต้นฉบับคำวินิจฉัยกลางไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อถอดถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275 กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่

“ปู” ทำใจลางร้ายเสียหลักล้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายกฯยังคงใช้ช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ที่โรงแรมใน จ.เชียงใหม่ ขณะเดียวกันจากอุบัติเหตุนายกฯข้อเท้าพลิกระหว่างลงรถที่ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ถนนรัตนโกสินทร์ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ทีมงานนายกฯได้พยายามสอบถามอาการนายกฯ นำยามาให้ทาบริเวณข้อเท้า รวมถึงสอบถามว่าต้องให้แพทย์ดูอาการหรือไม่ ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ได้เจ็บอะไร ไม่ต้องไปพบแพทย์ ส่วนที่ร้องโอ๊ยเพราะตกใจ ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูดบนเวทีว่าเป็นลางร้าย นายกฯบอกว่า แล้วแต่มุมมองแต่ละคน ทำใจแล้ว ทั้งนี้ นายกฯจะเดินทางกลับกรุงเทพฯช่วงเย็นวันเดียวกัน

ถกทีม ก.ม.เตรียมแก้ต่างจำนำข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 มี.ค. นายกฯจะเดินทางเข้าทำงานที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีรายงานว่าทีมกฎหมายของนายกฯเตรียมเข้าหารือกับนายกฯที่ ร.ร.นายร้อยตำรวจสามพรานในวันที่ 17 มี.ค. เพื่อกำหนดแนวทางการชี้แจงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีข้อกล่าวหาโครงการจำนำข้าว

“เหลิม” ย้ำนายกฯไม่ได้ทำผิด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึง กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวหานายกฯว่า ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่ามาตราดังกล่าวมี 2 ท่อนคือ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เรื่องทุจริตนายกฯหลุดไปแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาประโยชน์ เหลือแค่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งนายกฯตั้งตนเป็นประธานตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแล้ว จึงรอทนายความติดต่อมาจะเป็นพยานให้ เพราะนายกฯไม่ได้ผิด ส่วนกรณี กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจการออก พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใน 28 เขต ที่มีปัญหาว่า หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจของรัฐบาลหรือ กกต. ต้องออก พ.ร.ฎ. และเปิดการเลือกตั้งใหม่ หรือหากศาลตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็เลือกตั้งใหม่ถึงจะถูกต้อง ไปทางอื่นไปไม่ได้ บ้านเมืองจะวุ่นวาย

โวยหมกเม็ดท้า “วิชา” ลาออก

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีโครงการรับจำนำข้าว ทีมกฎหมายของพรรคเห็นว่าหากพิจารณากรอบเวลาที่ ป.ป.ช.ตรวจ สอบ 21 วัน อยากถามนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ว่า เร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับคำประกาศของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ที่ระบุว่าองค์กรอิสระจะชี้มูลนายกฯ ภายในกลางเดือนนี้ ทั้งนี้ ควรให้โอกาสนายกฯเตรียมชี้แจง เมื่อทนายความของนายกฯไปขอเอกสารจาก ป.ป.ช.เพื่อเตรียมชี้แจง กลับได้รับแจ้งว่ามีเอกสารเพียง 49 แผ่น จึงไม่น่าจะเป็นจริง เพราะ ป.ป.ช.อ้างว่าสอบมานานแล้ว ล่าสุดผู้หวังดีที่อยู่ใน ป.ป.ช.ให้ข้อมูลว่ามีเอกสารมากกว่า 49 แผ่น ตนห่วงว่าเอกสารจะถูกหมกเม็ด ถ้าจะให้เป็นธรรมน่าจะเปิดโอกาสให้ทนายความของนายกฯได้ตรวจสอบและขอท้านายวิชาว่าถ้าตนยืนยันได้ว่าเอกสารมีมากกว่า 49 แผ่น นายวิชาจะยอมลาออกหรือไม่ อยากให้ ป.ป.ช.ทำให้โปร่งใส ตรวจสอบให้มีมาตรฐานเดียวกันกับโครงการประกันราคาข้าวของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ สตง. และ ป.ป.ช. เตือนทั้ง 2 รัฐบาลเหมือนกัน

“วินธัย” วอนอย่าตีความสัญญาณ “ป๋า”

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้อ่านข้อความที่แกะสลักไว้ที่ใต้ฐานอนุสาวรีย์ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ที่ค่ายกฤษณ์สีวะรา อดีต ผบ.ทบ. ที่จังหวัดทหารบกสกลนคร อ.เมืองสกลนคร ที่ระบุว่า “ทหารเรายืนอยู่บนเกียรติอันสูงส่ง ที่ประชาชนคนไทยหวังเป็นที่พึ่งขั้นสุดท้ายของเขา” ว่า บทความจารึกตามหน่วยทหารโดยทั่วไปส่วนใหญ่เป็นเครื่องเตือนสติ คงไม่ได้เฉพาะเจาะจงต้องเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ความกล้าหาญ เสียสละ ที่จะปฏิบัติงานให้กับสังคม ประชาชนทุกคน และประเทศชาติ ไม่ควรตีความให้เป็นประเด็นเฉพาะในแนวทางหนึ่งทางใด

โพลจี้นายกฯแจงมรสุมการเมือง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,318 คน ระหว่างวันที่ 12-15 มี.ค. กรณีที่นายกฯยิ่งลักษณ์ โดนมรสุมทางการเมืองจากหลายประเด็น อาทิ กรณีม็อบ กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร้อยละ 40.99 ระบุในฐานะเป็นผู้นำรัฐบาลต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ร้อยละ 35.44 ควรรับฟังข้อเรียกร้องจากประชาชนและนำมาแก้ปัญหาให้ตรงจุด กรณีคดีจำนำข้าว ร้อยละ 38.12 เห็นว่าเป็นคดีที่มีการทุจริตชัดเจน การตัดสินของศาลอาจกระทบต่อตำแหน่งนายกฯ ร้อยละ 33.15 กระทบต่อคะแนนนิยมในตัวนายกฯ ส่วนกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ร้อยละ 50.20 ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและสร้างหนี้ให้ประเทศ ขณะที่คดีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ร้อยละ 52.60 ระบุว่าประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งที่ผิดพลาด ต้องเสียงบประมาณจำนวนมาก กรณีคดีแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ร้อยละ 43.06 ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำรัฐบาล ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.02 เห็นควรให้นายกฯออกมาชี้แจงข้อสงสัยให้สังคมรับรู้ พูดคุย ทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น

17 มี.ค. 2557 04:41 17 มี.ค. 2557 04:41 ไทยรัฐ