วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอ็ม79ลงบ้านเทือก

เมีย-เอกนัฏโพสต์ยืนยัน แต่ไม่ให้ตร.ดูจุดเกิดเหตุ ‘อดุลย์’-ห่วง รับมือ2ม็อบ

ผวาระเบิดเอ็ม 79 ตกใกล้บ้าน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” กลางดึก “ศรีสกุล พร้อมพันธุ์-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” สองแม่ลูกพร้อมใจโพสต์เหตุระเบิดลงเฟซบุ๊กส่วนตัว คาดลูกระเบิดตกใกล้สวนหลังบ้านเชื่อมีกระบวนการข่มขู่เพื่อรักษาอำนาจรัฐบาล ขณะที่ “นายกฯปู” เตรียมลงนามยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 17 มี.ค.นี้ “เฉลิม” ฟันธงเดือน เม.ย.การเมืองร้อนแน่ ห่วงคนไทยเผชิญหน้ากัน “อดุลย์” ปูดสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเพราะผู้ชุมนุมใช้อาวุธก่อเหตุ ยอมรับอาจเกิดปะทะของ 2 กลุ่มพร้อมสั่งตำรวจคุมเข้มเฝ้าระวัง “โกตี๋” เจออ้างชื่อผ่านคลิปเปิดยุทธการ “ช้างสารกับมดแดง” สะสมอาวุธต่อสู้กับกองทัพ

หลังจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยให้กลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงตามเดิม แต่ปรากฏว่า ล่าสุดภริยานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ้างเกิดมีระเบิดตกในบ้านพัก

“เมียสุเทพ” เผยมีระเบิดลงบ้าน

เมื่อเวลาประมาณ 00.00 น. วันที่ 16 มี.ค.มีรายงานว่า นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Srisakul Promphan ระบุถึงเหตุยิงระเบิดใส่ที่บ้านพักว่า “วันนี้ตอนทุ่มหนึ่งระเบิดลงที่บ้านอีกแล้ว  คราวนี้ลงตรงสนามกลางบ้านข้างห้องอาหาร อยู่บ้านพอดี ไม่รู้อีกกี่ลูกถึงจะพอใจ...อย่างไรเราก็สู้ไม่ถอยอยู่ดี ถึงจะเอากันถึงชีวิต กำนันก็ยังสู้ตาย”

ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกันพร้อมกับระบุว่า “เมื่อเวลาประมาณ 19.10 น. มีวัตถุระเบิดซึ่งคาดว่าจะเป็น M79 ถูกยิงลงบริเวณสวนหลังบ้าน เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ และมีหลายท่านถามถึงสถานการณ์และความปลอดภัยของผมและครอบครัว ซึ่งผมและทุกคนในครอบครัวปลอดภัยดีครับ และทุกคนยังมีกำลังใจเกินร้อยที่จะสู้ต่อไปครับ”

ตร.รุดเข้าเคลียร์พื้นที่หาข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 151 ถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พบว่าเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตทวีวัฒนา และทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ตรวจสอบพื้นที่บริเวณนอกบ้าน เพราะไม่สามารถเข้าไปในตัวบ้านได้ เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งความ เมื่อสอบถามคนดูแลบ้านได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะเจ้าของบ้านยังไม่แจ้งความแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าว ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าสืบสวนออกไปตรวจรอบพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อหาข้อมูล แต่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

เชื่อมีบึมจริงแต่ไม่มีใครแจ้งความ

พ.ต.อ.ธวัชกล่าวอีกว่า เบื้องต้นเชื่อว่ามีเหตุเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อตำรวจไปตรวจสอบปรากฏว่าผู้ดูแลบ้านไม่ให้ความร่วมมือให้เข้าไปตรวจสอบภายในทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าลูกระเบิดเป็นชนิดใดหรือตกอยู่ส่วนใดของบ้านกันแน่  และสร้างความเสียหายอย่างไรบ้าง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนสามารถจะเป็นผู้เสียหายร้องทุกข์ได้เองโดยไม่ต้องรอเจ้าของบ้านแจ้งความ จึงมอบให้ พ.ต.ท.ประวิทย์ สว่างศิริพรชัย พงส. ผู้ชำนาญการพิเศษ รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีแล้ว และให้ฝ่ายสืบสวนหาข่าวบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อหา หลักฐานและพยานรวบรวมใช้สืบสวนหาเบาะแสผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจทั้งคืนใกล้บ้านเกิดเหตุ ซึ่งหน้าบ้านมีทหารรักษาความปลอดภัย แม้ทางเข้าออกบ้านได้ทางเดียว แต่คนร้ายอาจอาศัยช่องว่างเข้าไปก่อเหตุ

17 มี.ค.นายกฯ เซ็นเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังใช้ช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่โรงแรมใน จ.เชียงใหม่ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นและในวันที่ 17 มี.ค. นายกฯจะเดินทางเข้าทำงานที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งหลังจากนี้นายกฯจะใช้เป็นสถานที่ทำงานและประชุมคณะรัฐมนตรี รวมถึงใช้เป็นศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) หลังจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 มี.ค.ยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยมีรายงานว่า นายกฯ เตรียมลงนามยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 17 มี.ค.ทั้งนี้ นายกฯจะไม่ใช้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี แล้ว เนื่องจากไม่อยากให้เป็นภาระเจ้าหน้าที่ทหารในการดูแลรักษาความปลอดภัย

“เฉลิม” ยันไม่ไปแจงใช้งบ ศรส.

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีทนายความของนายสาธิต เซกัล ขอทุเลาคำสั่งศาลแพ่งกรณี ศรส.เซ็นคำสั่งเนรเทศว่า การที่ศาลอนุญาตเป็นสิทธิและดุลพินิจ ฝ่าย ศรส.ต้องเคารพ กรณีที่ กปปส.ไปฟ้องศาลว่าตนขัดคำสั่งศาลนั้น เป็นการฟ้องมั่ว  สร้างให้เกิดความสับสน เรื่องดังกล่าวศาลจะวินิจฉัยในวันที่ 26 พ.ค.57 ซึ่งต้องฟังศาลอย่างเดียว ทาง ศรส.ไม่ถือว่าเสียหน้า ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกให้ไปชี้แจงงบประมาณของ ศรส.นั้น ตนไม่เคยแตะงบประมาณศรส.สักบาท ผู้ที่ต้องไปชี้แจงคือ ผู้ที่เบิกจ่าย แต่ตนไม่ใช่ผู้เบิกจ่ายจึงไม่รู้ว่าจะไปชี้แจงเรื่องอะไร

เตรียมชงนายกฯเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผอ.ศรส.กล่าวว่า ได้ฝากหน่วยความมั่นคงให้บอกนายกฯว่า ตนเห็นด้วยที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะหากคงไว้จะกระทบการท่องเที่ยว และถึงใช้อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนจะตั้งใครมาทำหน้าที่ดูแลตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงอยู่ที่รัฐบาล แต่ต้องเป็นคนที่นายกฯเชื่อมั่น ตนประเมินว่าสถานการณ์ในเดือน เม.ย.ร้อนแรงแน่ โดยเฉพาะคดีความในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าเพราะคนไทยด้วยกัน ฉะนั้นองค์กรอิสระอย่าเอาแต่ใจ อย่าใช้อารมณ์ ไม่ใช่มีธง หรือไปรับคำสั่งจากกลุ่มบุคคลและคณะบุคคล ซึ่งไม่ได้ฝักใฝ่ประชาธิปไตย แต่อยากมีอำนาจอย่างนั้นบ้านเมืองมีปัญหา สิ่งที่อันตรายสำหรับรัฐบาลตอนนี้คือ องค์กรอิสระ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่โดนสอบเลย

“อดุลย์” รับห่วงเหตุม็อบชนม็อบ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่าเป็นห่วงสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้อาวุธก่อเหตุสร้างสถานการณ์ และการชุมนุมคู่ขนานกันของกลุ่ม กปปส.และ นปช.ที่อาจเกิดการปะทะของกลุ่มมวลชนทั่ง 2 ฝ่าย จึงได้สั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยพื้นที่การชุมนุม โดยให้เพิ่มความเข้มด่านสกัดกั้นในพื้นที่เสี่ยงคัดกรอง ควบคุมบุคคล อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อลดความรุนแรง ควบคุมสถานการณ์ ป้องกันการเผชิญหน้าและสร้างสถานการณ์ทุกรูปแบบ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุร้าย โดยประสานกับ กทม.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังและสกัดจับคนร้ายหลังเกิดเหตุ เพื่อระงับเหตุรุนแรงที่เป็นเงื่อนไขเป็นเบาะแสในการติดตามคนร้าย ซึ่งสถานการณ์ที่มีกลุ่มป่วนก่อเหตุต้องอาศัยกล้องวงจรปิดในการป้องปรามอีกทางหนึ่ง

โต้รบ.—นปช.ตั้งกองกำลังติดอาวุธ
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี กปปส.ระบุว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยสนับสนุนแนวร่วมประชา-ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดตั้งกองกำลังติดอาวุธว่า ไม่เป็นความจริงคนในรัฐบาลหรือสมาชิกพรรคคนใดคงไม่เกี่ยวข้องกับการไปจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จึงขอเรียกร้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ให้เลิกบิดเบือนกล่าวหาเช่นนี้  เพราะไม่เป็นความจริง และการกล่าวหาแบบนี้กฎหมายเลือกตั้ง ทำไม กกต.มองไม่เห็น อยากถามว่าที่ร้องเรียนไป มีอะไรคืบหน้าบ้าง

ย้ำ “อพปช.—นปช.” เป้าหมายเดียวกัน

ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ประธานกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย (อพปช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้สมัครเป็นสมาชิก อพปช.ทั่วประเทศมากกว่า 3 หมื่นคน จึงเตรียมจัดประชุมในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ที่ จ.มหาสารคาม เพื่อหารือถึงแนวทางการเคลื่อนไหวและจะจัดตั้ง อพปช.ให้เป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ อพปช.จะมีจุดยืนต่างกับ นปช.แต่ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือปกป้องประชาธิปไตย

“อพปช.สามารถทำงานร่วมกับ นปช.ได้ แม้ประธาน นปช.คนใหม่เป็นพวกฮาร์ดคอร์ เว้นแต่มีใครมาทำร้ายเราก็ต้องปกป้องตัวเอง แนวร่วมที่มาอยู่กับ อพปช.คือคนเสื้อแดงที่อยากต่อสู้ในอีกแนวทางหนึ่ง และตนไม่เคยพูดถึงการจับอาวุธต่อสู้กับใคร เว้นแต่จะมีการฝึกฝนให้มีร่างกายแข็งแรง ส่วนที่แกนนำ กปปส.กล่าวหาเราว่าเป็นกองกำลังก่อการร้าย ขอยืนยันว่าผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธขณะนี้มีแต่ในสวนลุมเท่านั้น และจากนี้ตนจะศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่กล่าวหา อพปช.” นายสุภรณ์กล่าว

เสื้อแดงปลื้ม “ตู่” ถือธงนำต่อสู้

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ภาคตะวันออก กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง นปช.ให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นประธาน นปช.แทนนางธิดา ถาวรเศรษฐ ว่าไม่ใช่พวกเราอยากให้เปลี่ยน แต่เกิดจากแกนนำเสื้อแดงระดับอำเภอ จังหวัด รวมทั้งสมาชิก นปช.ทั่วประเทศอยากให้เปลี่ยนการต่อสู้ครั้งนี้ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยประธาน นปช.ที่สามารถนำพาได้ทั้งบู๊และบุ๋น สำหรับการนำของนางธิดา และนพ.เหวง เกิดคำถามจากสมาชิกมากมาย เช่น ขึ้นเวทีปราศรัยแบบผัวชั่วโมง เมียชั่วโมง ไม่แบ่ง แกนนำคนอื่นพูด รวมถึงท่าทีของนางธิดาที่มักเอาแต่ใจตัวเองชอบทุบโต๊ะหากไม่ได้ดั่งใจ คิดว่าตัวเองเป็นอาจารย์ เวลาพูดบนเวทีก็มักใช้คำว่า อาจารย์ คิดว่าไม่ถูกภาษา

“ขอฟันธงเลยว่าหลังจากนี้ นปช.ดีขึ้นแน่นอน นายจตุพรเป็นประธาน นปช.แล้ว เราคงจะเข้าร่วมประชุมมากขึ้น หวังว่า นพ.เหวงและนางธิดาจะพูดน้อยลงอยากให้นางธิดาและ นพ.เหวงฟังเสียงสะท้อนส่วนนี้ อย่าไปโกรธคนตำหนิเพราะว่าเป็นเรื่องที่เขาแสดงออกตามความคิดเป็นเครื่องชี้วัดได้” นายชินวัฒน์กล่าว

เย้ย “ตู่—เต้น” ระวังถูกถอนประกัน

ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯรัฐมนตรีต้องดำเนินการ 7 เอา 1 ไม่เอา ได้แก่ 1. ต้องเอาคนแบ่งแยกประเทศมาสอบสวนให้ได้ 2. ต้องเอาเงินมาจ่ายชาวนาและชาวสวนยางพารา 3. ต้องเอาข้าวในโครงการรับจำนำข้าวไปขาย เพื่อลด การขาดทุน 4.ต้องเอาฆาตกรที่ยิงเอ็ม 79 และคนปาระเบิดมาลงโทษโดยเร็ว 5.ต้องเอาคำวินิจฉัยองค์กรอิสระมาน้อมรับ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ 6. ต้องเอาเวลาไปให้ผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างมีสติและอย่ามีอคติ และ 7. ต้องเอากฎหมายเป็นหลักบริหารประเทศ

นายจุฤทธิ์กล่าวว่า ส่วนอีก 1. ไม่เอาคือ ไม่เอา เรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องบริหารประเทศ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาสาเข้ามาทำงานเองไม่มีใครบังคับ เมื่อบริหารผิดพลาดก็ต้องน้อมรับ ไม่ใช่จะบีบน้ำตา ขอให้เลิกโอดครวญว่า เป็นเรื่องส่วนตัวเพราะเป็นเรื่องประเทศชาติ ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เป็นประธาน นปช.คนใหม่และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ได้เป็นเลขาธิการ นปช.นั้น เชื่อว่าทั้งสองคนไม่กล้าเคลื่อนไหวให้เกิดความรุนแรงเพราะอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่หากเคลื่อนไหวก็จะมีคนไปร้องยื่นต่อศาลให้ถอนประกันตัว

อ้างชื่อ “โกตี๋” สะสมอาวุธสู้กองทัพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีคลิปวีดิโอเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ โดยมีชายที่อ้างว่าเป็นนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนักจัดรายการวิทยุโดยระบุว่า ได้จัดเตรียมสะสมอาวุธไว้ต่อสู้กับกองทัพ โดยใช้ชื่อยุทธการว่า “ช้างสารกับมดแดง” ซึ่งนอกจากจะระดมสะสมอาวุธแล้วยังเรียกร้องให้มวลชนคนเสื้อแดงออกมาร่วมกันต่อสู้ เพราะส่งกำลังใจให้คงไม่เพียงพอ ทั้งนี้ จะดำเนินการทันทีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

“ตอนนี้ไม่ได้มีแต่กลุ่มผม แดงอิสระ แดงสยามก็เตรียมพร้อม ถ้าเมื่อไหร่ที่ประกาศถอดถอนนายกฯหรือไม่ให้นายกฯทำงานต่อ วันนั้นเสียงปืนแตกดังทั่ว กทม. วันนี้มองไว้บรรดาสถาบันการเงินต่างๆที่เป็นของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นแบงก์กรุงเทพ กรุงศรี ทหารไทย หรือไทยพาณิชย์ เราจะไปยืมเงินมาใช้จะไปยืมเสบียงจากร้านสะดวกซื้อและยืมน้ำมันจากปั๊มต่างๆ เมื่อเหตุการณ์สงบค่อยนำไปใช้คืน” ชายคนที่อ้างว่าเป็นนายโกตี๋กล่าว

ทบ.ไม่เห็นคลิปเสื้อแดงตั้งกองกำลัง

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่คลิปทางโซเชียลเน็ตเวิร์กที่อ้างว่าเป็นนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ที่จะจัดตั้งกองกำลังสะสมอาวุธไว้ต่อสู้กับกองทัพ โดยใช้ชื่อยุทธการว่า “ช้างสารกับมดแดง” ว่ากองทัพยังไม่ได้รับข้อมูลในเรื่องดังกล่าว หรือดูคลิปวีดิโอแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่นายวุฒิพงษ์ ระบุว่า เรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นเพียงการประชดประชันและน้อยเนื้อต่ำใจกองทัพนั้น ขณะนี้ทางกองทัพยังไม่มีการหารือเพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินเรื่องการแบ่งแยกดินแดนอย่างไร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ทางกองทัพซึ่งคาดว่าอยู่ในช่วงดำเนินการ

“สุเทพ” วอนการ์ดยึดมั่นอุดมการณ์

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.จากเวทีสวนลุมพินี เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมกลุ่ม กปปส.บรรยากาศเป็นไปอย่าง คึกคัก ผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างคืนตื่นขึ้นมาทำภารกิจส่วนตัวและติดตามกิจกรรมบนเวที จากนั้นนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ในฐานะผู้รับผิดชอบ ดูแลงานการ์ดรักษาความปลอดภัย นำการ์ดอาสาสมัครจำนวน 2,348 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมมารับโอวาทจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยมีผู้ชุมนุมให้ความสนใจร่วมกิจกรรม

นายสุเทพกล่าวว่าขอขอบคุณอาสาสมัครฯที่เสียสละทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 4 เดือนที่ผ่านมา เมื่อมารวมตัวกันก็จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยการปฏิบัติจึงขอให้ระลึกว่า การรวมตัวครั้งนี้มีอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่มีใครบังคับมาด้วยความรักชาติแผ่นดินเพื่ออนาคตลูกหลาน เมื่อมั่นคงอุดมการณ์ก็ต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมรองรับแนวทางการต่อสู้ หากใครไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ถอนตัวได้ เพราะเป็นกองกำลังอาสาสมัครไม่ใช่เกณฑ์มา การต่อสู้ของประชาชนจะมีความเข้มข้น  เพราะสถานการณ์งวดเข้ามาจึงจำเป็นต้องอุทิศตนเต็มที่และจะกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น จากนั้นนายถาวรนำอาสาสมัครฯร่วมปฏิญาณตน โดยนายสุเทพได้ลงจากเวทีพูดคุยทักทายกับการ์ดอาสาด้วย

การ์ด กปปส.คึกผุดกองร้อยน้ำขิง

ต่อมาในช่วงบ่าย บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส.เวทีสวนลุมพินี เป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่องเพื่อติดตามกิจกรรมบนเวทีปราศรัยที่มีทั้งการแสดงดนตรีสลับการปราศรัยของแกนนำ โดยมีการจับจองพื้นที่หน้าเวทีเพื่อรอฟังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยในช่วงค่ำ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว และการรักษาความปลอดภัยของการ์ดอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ภายหลังในช่วงเช้าที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้นำการ์ดอาสามาปฏิญาณตนต่อหน้านายสุเทพ จากนั้นมีการแบ่งภารกิจการ์ดเป็น 4 ฝ่าย คือ 1. อำนวยการและธุรการ 2. ฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ 3. ฝ่ายรักษาพื้นที่ซึ่งจะเฝ้าดูแลทาง เข้า -ออก รวมถึงจุดเสี่ยงภัย 4. ชุดปฏิบัติการพิเศษ จะมี  “กองร้อยน้ำขิง” เป็นหลัก ดูแลบุคคลสำคัญเป็นหน่วยหน้าเวลาออกปฏิบัติการนอกพื้นที่

จวกมือบึมบ้านหวังรักษาอำนาจ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.กล่าวถึง กรณีคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านพักย่านพุทธมณฑลสาย 2 ว่าโชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ตนเชื่อว่ามีกระบวนการมืดใช้อาวุธข่มขู่ทุกทาง มีเป้าหมายเพื่อรักษาอำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เพิกเฉยกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับคนที่ออกมาต่อสู้กับรัฐบาลและบ้านแกนนำ กปปส.ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรายืนยันต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะที่เป็นของประชาชน ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.เราหวังว่าจะออกมาเคลื่อนไหวอย่างสงบปราศจากอาวุธ แต่เป็นห่วงการปลุกปั่นให้ใช้อาวุธตอบโต้ กปปส.โดยขอย้ำว่า กปปส.จะไม่ตอบโต้ใคร สิ่งที่เราทำคือเร่งปฏิรูปประเทศ โดยเวทีปฏิรูปจะจัดต่อเนื่องอีก 3 ครั้งในวันที่ 17 มี.ค. เรื่องการปรับโครงสร้างตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม ในวันที่ 19 มี.ค.เรื่องปฏิรูปการเมือง การเลือกตั้ง พรรคการเมือง และวันที่ 21 มี.ค.เรื่องการปฏิรูประบบราชการ

“พุทธอิสระ” ร่วมถก “สภาพลังงาน”

เวลา 09.00 น. ที่อาคารบี ภายในศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ นำมวลชนเข้าร่วมเสวนาสภาพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ โดยมี ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนักวิชาการเข้าร่วม ทั้งนี้ ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวว่าต่อไปต้องเปลี่ยนระบบสัมปทานพลังงานเป็นระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ในระบบสัมปทาน เราไม่มีสิทธิในทรัพย์สินที่ให้สัมปทานไปแล้วทั้งในดินและบนดิน ทุกวันนี้ได้แค่เงินสัมปทานซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับทรัพยากรที่นำออกไปจากผืนแผ่นดินไทย แต่ถ้าใช้ระบบแบ่งปันทรัพยากรนั้นยังเป็นของคนไทย มีการแบ่งปันทรัพยากรที่ขุดได้แล้ว แบ่งกันแล้วแต่ตกลงกัน ซึ่งระบบนี้ประเทศในอาเซียนเขาใช้กันอย่างเช่นประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพราะระบบสัมปทานเข้าเลิกใช้กันแล้ว

จี้ “ณัฐวุฒิ” ลาออก รมช.พาณิชย์

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แต่งตั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการ นปช.ว่าเป็นการตอกย้ำสภาพรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะหลังจากนี้จะมีการปลุกระดมมวลชนมากขึ้นเพื่อใช้ต่อรองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้มากกว่าปกป้องรัฐบาล การที่นายณัฐวุฒิดำรงตำแหน่งรักษาการ รมช.พาณิชย์ มีหน้าที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนามากกว่า ดังนั้นหากจะรับตำแหน่ง เลขาธิการ นปช. ก็ควรลาออกจากตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ส่วนการเคลื่อนไหวของคปท.จะเน้นแนวทางการปฏิรูปประเทศและจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

กลุ่มอิสระร้องหาความสงบสุข

เวลา 12.00 น. ที่บริเวณริมถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา ใกล้ประตูทางเข้าได้มีกลุ่มเที่ยงตรงเที่ยงธรรมจำนวนหนึ่งนำแผ่นป้ายข้อความว่า “เที่ยง ตรง เที่ยงธรรม นำสันติสุข ไม่เที่ยงตรง ไม่เที่ยงธรรม นำกลียุค” และแผ่นป้ายข้อความอื่นๆมายืนถือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมกับแสดงละครเวทีเรื่อง “ฟังกูบ้าง” โดยอ้างว่าเพื่อให้สังคมกลับมา สงบสุข ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลอาญามีเจ้าหน้าที่ของศาลและกำลังทหารได้ปิดทางประตูทางเข้า สำหรับภายในศาลอาญาเงียบเหงา เนื่องจากเป็นวันหยุด

จากนั้นตำรวจสายตรวจ สน.พหลโยธิน เข้าดูแลความเรียบร้อยทำให้เหตุการณ์เป็นไปโดยความสงบ หลังจากกลุ่มดังกล่าวใช้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 10 นาที ก่อนแยกย้ายกันกลับ ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นกลุ่มอิสระไม่ฝักใฝ่การเมือง ซึ่งรู้จักกันทางกลุ่มไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงร่วมตัวกันมาแสดงพลังเพื่อต้องการเห็นความสงบสุขกลับมาสู่ประเทศชาติเนื่องจากบ้านเมืองเกิดปัญหาขึ้นหลายครั้ง ในฐานะประชาชนกลุ่มน้อยจึงออกมาแสดงพลัง

กปปส.โคราชบุกบ้าน “ธาริต”

เมื่อเวลา 10.30 น. กลุ่ม กปปส.โคราช นำโดยนายสันทนา ธรรมสาโรจน์ พามวลชนไปที่บ้านของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 444 หมู่ 11 บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมอ่านแถลงการณ์และมอบหนังสือให้นายประเสริฐ พิมพ์พา ผู้ดูแลบ้านนำไปให้นายธาริต โดยมีข้อความกล่าวหานายธาริตว่าเอาหน่วยงานมาเล่นงานฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และมีข้อซักถามเกี่ยวกับบ้านที่อาจรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สภ.ปากช่อง นำกำลังตำรวจมาดูและความเรียบร้อย โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

17 มี.ค. 2557 04:38 ไทยรัฐ