วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุพันธุ์-วิศิษฎ์ท้าชิงวันนี้! เปิดฉากลุ้นเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่

สุพันธุ์-วิศิษฎ์ท้าชิงวันนี้! เปิดฉากลุ้นเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่

  • Share:

ลุ้นระทึก เลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ วันนี้ (17 มี.ค.) “สุพันธุ์ มงคลสุธี-วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ” คะแนนคู่คี่อาจต้องถ่ายรูปนัดตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ แทนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.คนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระในเดือน เม.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้สมัคร 2 คน คือ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท.และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธาน ส.อ.ท. ทั้งนี้คาดว่าจะมีสมาชิก ส.อ.ท.ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 7,000 คน จะมาเลือกตั้งประมาณ 2,500-3,000 คน ซึ่งเป็นปริมาณสมาชิกปกติที่มาเลือกตั้ง จากจำนวนทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งในวันที่ 17 มี.ค. จะเป็นการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ให้ได้ 232 คน จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด เพื่อที่จะได้นำกรรมการ ส.อ.ท.ทั้ง 232 คนไปรวมกับประธานกลุ่มอุตสาหกรรมทั้ง 42 กลุ่มและประธานสภาอุตสาหกรรมต่างจังหวัดอีก 74 จังหวัด รวมผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสองส่วนนี้  116 คน รวมเป็นผู้มีสิทธิ 348 คน เพื่อไปลงคะแนนเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.ในเดือน เม.ย.ต่อไป ทั้งนี้ เมื่อได้โฉมหน้ากรรมการ ส.อ.ท.รอบแรก 232 คนก็จะสามารถทราบได้ว่าใครจะได้เป็นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่หลังเปิดหีบนับคะแนนเสียงในเย็นวันที่ 17 มี.ค.นี้ เพราะถือว่าจำนวนเสียง 232 คน เกือบจะชี้ขาดได้ว่าจะเทคะแนนเสียงให้บุคคลใดเป็นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่แล้ว ไม่ต้องรอการเลือกตั้งรอบสุดท้ายในเดือน เม.ย.แต่อย่างใด

นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร กล่าวว่า ตนพร้อมยอมรับการเลือกตั้งไม่ว่าจะชนะหรือแพ้นายสุพันธุ์ และยืนยันจะยังคงทำงานใน ส.อ.ท.ต่อไป แม้จะแพ้เพื่อลบภาพความขัดแย้งเนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเลือกตั้งเสร็จ ฝ่ายที่พ่ายแพ้ก็จะลาออกจาก ส.อ.ท. สำหรับนโยบายการทำงานระยะสั้น หากได้รับเลือกตั้งคือการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร การเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สร้างความมั่นใจด้านการลงทุน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี เร่งรัดเปิดจุดการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น ขณะที่ในระยะยาวจะยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับการผลิต เสนอให้มีการปรับบทบาทสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เน้นศักยภาพลงทุนมากกว่ามูลค่าเป้าหมายอย่างปัจจุบัน ผลักดันไม่ให้การเมืองใช้ค่าจ้างขั้นต่ำในการหาเสียง และส่งเสริมการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

นอกจากนี้  จะผลักดันให้ไทยมีหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันระหว่างเอกชนและรัฐ มีเอกชนเป็นตัวนำ คล้ายกับองค์การส่งเสริมการค้าของญี่ปุ่น หรือเจโทร แต่ของไทยคือ องค์การส่งเสริมการค้าของไทยหรือไทยโทร เพราะจะช่วยให้การลงทุนของเอกชนในต่างประเทศมีความคล่องตัว มีระบบ ข้อมูลของประเทศที่เข้าไปลงทุน และมีสินเชื่อพร้อมสนับสนุน

ขณะที่นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากได้รับการเลือกเป็นประธานเรื่องแรกที่จะดำเนินการคือจะประสานงานกับทีมงานของนายวิศิษฎ์ ให้เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อที่จะสร้างองค์กรให้เป็นปึกแผ่นไม่แตกแยกเช่นที่ผ่านมาทันที ส่วนนโยบายการทำงานจะสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับ ส.อ.ท.มีการทำงานร่วมกันระหว่าง ส.อ.ท. ส่วนกลางและ ส.อ.ท.ต่างจังหวัด เร่งแก้ไขปัญหาของเอสเอ็มอี

สำหรับนโยบายที่ไม่ต้องการให้นักการเมืองนำมาหาเสียงคือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยต้องการให้เป็นกลไกตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันได้ส่งผลกระทบอย่างมาก และต้องการเห็นรัฐบาลใหม่มีนโยบายการพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อลดต้นทุนการขนส่งให้ภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ที่จะทำให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางอาเซียน  และต้องการให้ภาครัฐดูแลเรื่องระบบการสื่อสารของไทยที่ให้เกิดการแข่งขันการบริการที่มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการบริการ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันค่ายมือถือหลักๆ ก็มีเพียง 2-3 ค่ายเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้