วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ยิ่งโห่ ผมยิ่งดัง'...!! คุยฮาร์ดคอร์ กับ 'ลีซอ' ธีรเทพ วิโนทัย

เอ่ยชื่อ "ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย" ภาพของนักเตะ "จอมแอ็ก" แห่งศึกฟุตบอลเมืองไทย ถูกจดจำในสมองของแฟนๆ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา และด้วยบุคลิก ท่วงท่า ที่มั่นใจในตัวเองสูงเกินเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ จึงกลายเป็นสิ่ง "ล่อเป้า" ให้เขาต้องเจอกับแรงกดดันมากมาย ทั้งในและนอกสนาม

"ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พูดคุยเปิดใจ กับกองหน้าทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี นักเตะแมวเก้าชีวิต ที่ผ่านมาแล้วทั้งช่วงสูงสุด และตกต่ำสุดในชีวิต แต่ก็ไม่อาจทำให้ชื่อของดาวเตะวัย 29 ปีผู้นี้ เลือนหายไปจากสีสันวงการลูกหนังบ้านเราได้...เพราะอะไร ไปชมกัน !!!

 

Q : รู้สึกยังไง ชื่อ "ลีซอ" เรียกแขกตลอด?

ลีซอ : ตัวผมไม่มีปัญหา ไม่ว่าใครจะวิจารณ์อะไร เพราะเรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเราทำอะไรอยู่ ดีเสียอีก พอเป็นอย่างนี้ มันก็ขายได้ เป็นกระแสของวงการฟุตบอลไทยไปด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องสร้างข่าวตลอดเวลา บางสิ่งบางอย่างมันก็ไม่ใช่ตัวผมที่สร้างข่าวขึ้นมา อย่างเรื่องการแอ็ก การตอบคำถาม บุคลิกภาพ มันเป็นตัวตนของผม ซึ่งผมไม่ได้ทำมาเพื่อเป็นกระแส และผมมองว่ามันไม่ได้ผิด ผมไม่ได้พูดดูถูกใคร หรือพาดพิงบุคคลที่สาม ผมพูดในแนวทางของผมเอง ซึ่งหลายๆ คนอาจไม่เคยชินจากนักบอลไทยเท่าไหร่

Q : คิดว่าตัวเอง มีความมั่นใจสูงไปไหม?

ลีซอ : ผมคิดว่า สิ่งที่ผมมั่นใจ ผมก็ทำได้เกือบทุกอย่าง อะไรที่ผมทำไม่ได้ ผมจะไม่พูด คุณพ่อผมสอนมาดี เขาบอกว่า คำพูดเป็นนาย อันไหนที่คุณพูดไปแล้ว คุณต้องทำให้ได้ อันไหนทำไม่ได้ อย่าพูด ซึ่งผมก็จะยึดถือมาตลอด

 

Q : ตัวพ่อแฟชั่นของฟุตบอลไทย?

ลีซอ : จริงๆ แล้ว สมัยก่อนที่ผมจะไปอยู่อังกฤษ ผมเป็นคนขี้อาย ไม่กล้า เรามาสายกีฬาตั้งแต่เด็ก เรื่องแฟชั่น เราจะไม่รู้เลย แต่พอไปอังกฤษ มันเป็นฟุตบอลอาชีพ นักบอลเหมือนดารา เป็นที่จับตามอง นักบอลไปไหนต้องแต่งตัวดี ใช้รถดีๆ มันเป็นวิถีชีวิตของเขา และช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของผมก็ไปอยู่จุดนั้นพอดี ทำให้เราเริ่มมีความชอบขึ้นมา แต่ก็ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ และเราทำได้ไม่ได้ด้วย นอกจากนี้ ผมคิดว่าเมื่อเราเป็นจุดสนใจของคน เราจะปล่อยให้คนเขามาดูถูกเราไม่ได้ ยิ่งบอลไทย คนมองว่า นักบอลไทยดำ สกปรก เฉย เป็นกีฬาใช้แต่แรง ซึ่งผมไม่ชอบให้คนพูดถึงวงการของผมอย่างนั้น ผมเคยโดนดูถูกมาก่อน จากที่ผมเคยไปทำงานกับศิลปิน ดารา 5 คน มีผมเป็น 1 ใน 5 ฝ่ายจัดฯ ก็ดูแล 4 คนนั้นอย่างดี โดยที่นักฟุตบอลไทยอย่างเราไม่ดูแล แบ่งชนชั้นวรรณะชัดเจน ผมเลยตั้งปณิธานว่า โอเคได้ เมื่อไหร่ที่ผมดัง มีชื่อเสียง คุณจะต้องมาดูแลผม

Q : มีอะไรแนะนำ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่กำลังจะไปเล่นให้อัลมาเรีย ที่สเปน?

ลีซอ : ธีรศิลป์​ มีประสบการณ์แล้ว จากการไปเล่นในยุโรป แมนฯ ซิตี้, แอต.มาดริด และก็ที่สวิตเซอร์​แลนด์ ผมอยากให้เขาเอาประสบการณ์ตรงนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ และพยายามอย่ากำหนดลิมิตตัวเองว่ามีแค่นี้ สมมติอะไรที่เราไม่ชอบ ทำใจให้กว้าง อย่างเรื่องอาหาร ไปอยู่ไหนก็ได้ กินให้ได้ให้หมด กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่ออร่อยอย่างเดียว และก็เรื่องการฝึกซ้อม อยู่เมืองไทยธีรศิลป์เป็นซุปเปอร์สตาร์  ไม่มีใครมาจู้จี้จุกจิกเยอะ แต่พอไปที่นั่น เขาจะไม่มีใครมาจู้จี้เหมือนกัน แต่เขาจะมองว่าใครพร้อม ใครมีความมุ่งมั่นกระหาย เมื่อไหร่ที่เขาให้โอกาสแล้ว ต้องคว้าให้ได้ อย่างน้อยให้เห็นว่าเราตั้งใจ ผลงานดีไม่ดี แพ้ชนะไม่เกี่ยว ผมเชื่อว่ามีโอกาสได้เล่น

อีกเรื่องคือการสื่อสาร ผมมองว่า อยากให้เขามีความกระหายที่จะพูด คือ ธีรศิลป์ เขาเป็นคนเงียบๆ เราเข้าใจ บุคลิกของเขาไม่เหมือนกัน แต่ว่าเวลาลงไปเล่น ในสนามมันจำเป็นเรื่องของการสื่อสาร และก็มันมีผลต่อการเป็นอยู่ในชีวิตนอกสนามด้วย เพราะถ้าไม่มีเพื่อน คุณอยู่คนเดียวไม่ได้ มันจะทำให้เหงา คิดถึงบ้าน ไม่อยากอยู่แล้ว ที่นี้ก็จะเป็นเรื่องโฮมซิก นี่คือปัญหาของนักฟุตบอลไทย ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมไม่ห่วงเรื่องในสนาม ผมห่วงเรื่องนอกสนามมากกว่า ไม่ต้องห่วงทางนี้ ไปเลย โอกาสที่คนๆ หนึ่งจะได้ไปจุดนี้มันน้อยมาก และเขาเป็นคนไทยคนแรกในสเปน ถ้าเขาปูทางดีๆ รุ่นน้องได้ไปอีกเยอะ ผมเอง ก็อยากไปนะ ถ้ามีโอกาส ผมไปจริงๆ ผมไม่รอ (หัวเราะ)

 

Q : ถามจริง คิดว่าตัวเองหล่อไหม?

ลีซอ : ผมว่า ผมจะดีกว่านี้ ถ้าผมสูงอีก (หัวเราะ) เผอิญผมเตี้ยไปหน่อย แต่รูปร่างหน้าตาโดยรวม ผมว่า ก็โอเคพอไปวัดไปวาได้นะ เราต้องพอใจในสิ่งที่เรามี ตอนนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว อย่างปากผม โดนแซว ปากห้อย ผมก็คงไม่ไปทำศัลยกรรม เอาปากออกให้มันดูดีขึ้น ก็ปล่อยมันเป็นอย่างนี้แหละ บางคนบอกผมไปเล่นกล้ามเยอะ ตัวป้อมตัวเตี้ย คือ มันเลือกไม่ได้แล้ว ส่วนสูงผมได้แค่นี้แล้ว เพราะฉะนั้น ผมต้องสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้พร้อมต่อการเล่นแล้ว เพื่อให้แข็งแกร่งเพื่อปะทะกับคนอื่นๆ ก็ช่วยไม่ได้ ถ้ามันจะใหญ่ก็ต้องใหญ่ คือถ้าเราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่รู้สึกว่าเราพอใจตัวเราเอง เราจะไปทำอย่างอื่นไม่ได้เลย

Q : ประสบการณ์แย่สุดในชีวิต?

ลีซอ : ผมว่าโดนโห่ เกมกับแมนฯ ยู มันก็เป็นความรู้สึกสุดๆ แล้วนะ ผมว่ามันคงมีอีก แต่ ณ วันนี้ ในตอนนั้นมันสุดๆ แล้ว ทั้งสนาม ห้าหมื่นคน ซึ่งมันไม่มีหรอก นักบอลไทยใครจะโดนได้แบบนั้น ในช่วง 10 ปีหลังมา แต่มองในแง่ดี 1. เราเป็นนักบอลประวัติศาสตร์ ผมยิงแมนฯ ยูได้ ทีมชนะ 1-0 และ 2. ผมเป็นนักเตะที่โดนโห่มากที่สุดในสนามคนไทย โห่ และยังสร้างความสุขให้เขาได้ด้วย ซึ่งผมรู้สึกว่า เราก็ได้บุญกุศลเยอะมาก แม้หลายคนจะฝากๆ บอกกันมาว่า วันนั้นเขาโห่เพราะเกมมันน่าเบื่อ มันไม่สนุก พอมีคนโห่กลุ่มหนึ่ง ก็เลยมาโห่ตามกันทั้งสนาม

 

Q : อะไรทำให้ ผู้ชายอย่าง "ลีซอ" ร้องไห้?

ลีซอ : ไม่ค่อยมีอะไรทำให้ผมเสียใจร้องไห้นะ เมื่อก่อนอาจจะมี เป็นไปได้ แต่เดี๋ยวนี้พอมันโตขึ้น เริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น ก็สบาย เอาง่ายๆ ยิ่งโห่ ผมยิ่งดัง ขอบคุณมาก งานผมยิ่งเยอะ ทำอะไรก็สะดวกสบายมากขึ้น แต่ถ้าต้องร้องไห้จริงๆ ส่วนใหญ่ ดูหนังดูภาพยนตร์มากกว่า แบบว่าอิน ล่าสุดไปดูไทม์ไลน์ก็ซึ้งดี บางมุมก็เข้ากับเรา ร้องไห้ อาจดูไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกของเราเท่าไหร่ (หัวเราะ)

Q : ถ้าไม่เล่นฟุตบอลแล้ว จะทำอะไร?

ลีซอ : ผมเกิดมาพร้อมกับฟุตบอล ยังไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งถ้าเลิกไปแล้วจะทำอะไร มันก็คงจะประหลาดหน่อย แต่ก็มีคิดจะทำธุรกิจข้างนอกไว้ ควบคู่กันไปแล้ว ถ้าเผื่อต้องเลิกจริงๆ แต่ผมคงไม่ทิ้งฟุตบอล คงยังอยู่ในวงการ เพราะผมอยากถ่ายทอดความรู้ที่เรามีต่อไป แต่ผมไม่อยากเป็นโค้ช เพราะการเป็นโค้ชมันค่อนข้างเสี่ยง โดยเฉพาะในบ้านเรา เปลี่ยนโค้ชบ่อย มันไม่มีความเป็นมืออาชีพ ผมว่าทำอาชีพอื่นดีกว่า อย่างเช่นอยู่บีจี เลิกเล่นไป ก็อาจเป็นคนประสานงาน เป็นทูตด้านกีฬาของสโมสรบีจี เป็นตัวแทนสโมสร ดูแลต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ ประสานงาน ภาษาเราก็พอได้ ตรงนั้นเป็นงานที่ท้าทายอีกแบบ เป็นสิ่งที่นักบอลหลายๆ คน น่าจะมีโอกาสได้ทำงานเหล่านี้

 

Q : มองเรื่องแต่งงานมีครอบครัวหรือยัง?

ลีซอ : ผมเชื่อเรื่อง พรหมลิขิต ถ้ามันถึงเวลา ถ้ามันใช่ ทุกอย่างมันมาเอง ตอนนี้เราทำตัวให้พร้อม ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ทุกอย่าง อะไรที่เรายังไม่ได้ทำ ก็ทำตอนนี้ ฟุตบอล งานธุรกิจมาก่อน ตอนนี้ พ่อแม่ผมจะเกษียณ​ เขาก็จะว่างไม่มีอะไรทำ ต้องหาอะไรให้ท่านทำ เขาจะได้ไม่เหงา ไม่เบื่อ คือ คุณพ่อคุณแม่เป็นคนให้ชีวิตเรา เขาเลี้ยงดูเรามา ลำบากมากับเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสที่จะดูแลเขาได้ เราก็ต้องทำก่อน อย่างอื่นค่อยๆ ตามกันมา

 

Q : ตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง?

ลีซอ : ยัง เพราะในทีมชาติ สโมสร ไม่มีจุดสิ้นสุดอยู่แล้ว สมมติเราอยู่สโมสรเดิม และเราคว้าแชมป์ได้ตลอด เราก็อยากไปสโมสรอื่น หาความท้าทายอื่น ผมมาอยู่กับบีจี เรายังคว้าแชมป์อะไรไม่ได้เลย มันใกล้เคียง เอฟเอ คัพ ปีที่แล้ว ฉะนั้น ผมว่ายังไม่สุด ทีมชาติก็ยังไม่สุด ผมอยากให้เราเข้ารอบสุดท้าย เข้ารอบลึกๆ เอเชียน คัพ ไม่ต้องถึงไปบอลโลก อย่าเพิ่งไปมอง เอาแค่ตรงนี้ก่อน ซูซูกิคัพ ได้แชมป์ถาวร นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้มันเป็น และผมได้แชมป์ไทยลีก ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับบีจี มีรางวัลติดไม้ติดมือ นักเตะยอดเยี่ยม ดาวซัลโว ต่างๆ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย แม้ว่าเราจะมีชื่อเสียง เราทำผลงานได้ แต่ก็เป็นที่ตัวเรา แต่ยังไม่ใช่ตัวทีม ถ้าเราเก่ง เราต้องพาทีมได้แชมป์ให้ได้ด้วย

Q : คิดยังไง ฟุตบอลไทย กำลังตกต่ำ?

ลีซอ : ผมว่าตอนนี้ทุกคนรู้ปัญหาแล้วว่าต้องแก้ไขยังไง อยู่ที่ว่าจะตั้งใจแก้ไขมันอย่างจริงจังหรือเปล่า หรือต้องการอะไรกันแน่ ต้องถามผู้หลักผู้ใหญ่ว่า สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ เขาต้องการพัฒนาฟุตบอล ไทย หรือเขาต้องการที่จะทำอะไรให้กับใครตอนนี้

วงการฟุตบอลไทย ในลีกมันเจริญเติบโตมาก ทุกคนช่วยกัน แต่พอเป็นทีมชาติ เหมือนกับไม่ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาให้เท่ากับสโมสร เวลาเขามาจากสโมสร มาเล่นทีมชาติ การดูแลอะไรต่างๆ มันก็ถูกละเลยบ้าง เขาอาจจะรู้สึกว่าแล้วเขาจะมาทำไม อันนี้ผมก็เข้าใจในมุมของนักกีฬาว่า มันไม่คุ้มกัน แต่สำหรับตัวผม สุดท้ายแล้วทีมชาติมันคือเวทีที่จะสร้างนักบอลให้เจริญก้าวหน้า คุณเล่นสโมสร ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน คุณก็อยู่แค่ในเมืองไทย เห็นอยู่แค่นี้ แต่ถ้าในระดับชาติ ถ้าคุณเก่งจริงๆ ภาพมันออกไปทั่วโลก คุณก็จะได้รับการยอมรับจากประเทศอื่นๆ

ผมอยากให้มองว่าเรื่องการบริหารจัดการ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ทำไม่ดี ผู้ใหญ่โดนด่า แต่หน้าที่ของเราอยู่ในสนาม ถ้าเราทำผลงานได้ดี ไม่มีใครด่า แต่ถ้าเราเล่น เราทำไม่ดี ก็มีคนด่าเหมือนกัน บางทีนักบอลไทยชอบงอน บ่นมาเล่นเหมือนเปลืองตัว โดนด่า แล้วคุณทำหน้าที่ของคุณเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้าคุณเล่นเต็มที่ บอลจะแพ้จะชนะคนเขาก็สรรเสริญ ไม่ใช่ลงเล่น จะแพ้ก็แพ้ จะชนะก็ชนะ มันออกสู่สายตาประชาชน คนเขาเห็นอยู่แล้ว

Q : สุดท้าย อยากฝากอะไรกับคนที่ไม่ชอบ?

ลีซอ : ผมไม่ซีเรียสเรื่องแบบนี้ อยากบอกแค่ว่า บุคลิกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณอาจจะชอบคนนี้ แต่อีกคนหนึ่ง มันเป็นอีกแบบหนึ่ง คุณก็เลยไม่ชอบ มันก็ไม่ได้แสดงว่า คนที่บุคลิกไม่เหมือนกัน หรือบุคลิกที่คุณไม่ชอบเขาจะเป็นคนไม่ดี หรือเขาจะผิด ฉะนั้นก็เลือกเอาละกัน ลองใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยตัวคุณเองว่า อยากอิงแต่ว่าคนอื่นพูดมา คุณลองสัมผัสเขาดูก่อน สิ่งที่เขาทำมันดีไหม มันเดือดร้อนใครหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดไหม

ผมห้ามไม่ได้อยู่แล้ว อย่ามาโห่ผมเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบผม โห่ได้เลย ไม่มีปัญหา ผมว่ามันก็เป็นสีสัน มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ สิ่งดีๆ ที่ผมทำมันก็มีเยอะ บางทีคุณอาจจะมองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ถ้าโห่ แล้วเข้ามาดูบอล มันก็ทำให้บอลไทยสนุก ไม่ใช่โห่เพราะเอือมระอาบอลไทย อันนั้นคงไม่ดีแล้ว ก็อยากให้เข้ามาเชียร์บอลไทยกันเยอะๆ ไม่ว่าจะสโมสรหรือทีมชาติ ผลงานอาจจะไม่ดี แต่ถ้าไม่มีแฟนบอลเคียงข้าง ผมเชื่อว่ามันก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

 

 

- ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์-
Twitter : Thairath_sport

 

เอ่ยชื่อ "ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย" ภาพของนักเตะ "จอมแอ็ก" แห่งศึกฟุตบอลเมืองไทย ถูกจดจำในสมองของแฟนๆ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา และด้วยบุคลิก ท่วงท่า ที่มั่นใจในตัวเองสูงเกินเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ จึงกลายเป็นสิ่ง "ล่อเป้า" ให้เขาต้องเจอกับแรงกดดันมากมาย ทั้งในและนอกสนาม 16 มี.ค. 2557 19:01 25 มี.ค. 2557 15:04 ไทยรัฐ