วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครบ 3 ปีสงครามกลางเมือง ซีเรียจากหน้ามือเป็นหลังมือ

นิตยสาร 'ไทม์' เผยแพร่บทความชื่อ 'The Cost of War: Syria, Three Years On' เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง โดยไทม์ระบุว่า การลุกฮือขึ้นต่อต้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เกิดความสูญเสียต่อซีเรียมากมายทั้งชีวิตประชาชน เศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม

 

 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2011 หรือ 3 ปีก่อน ผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในซีเรียในเมืองเดรา ทางใต้ของประเทศ ได้แรงบันดาลใจจากการปฏิวัติในประเทศตูนิเซียและอียิปต์ จึงได้ลุกฮือขึ้นเพื่อโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี อัสซาด การลุกฮือในช่วงแรกเป็นไปอย่างสงบ แต่รัฐบาลก็เร่ิมใช้กำลังสลายกรชุมนุม ทำให้ผู้ประท้วงบางส่วนในใช้ความรุนแรงตอบโต้ และต่อมาในเดือน ก.ค. การลุกฮือก็กลายเป็นการต่อสู้ด้วยกลุ่มติดอาวุธ จนกระทั่งกลายเป็นสงครามกลางเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปในที่สุด

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียต่างถูกดึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ ทั้งกลุ่มติดอาวุธ, อาวุธ, การเงิน และการสนับสนุนทางเทคนิค ให้แก่ฝ่ายต่อต้าน ขณะที่รัสเซีย, อิหร่าน และกลุ่มติดอาวุธของ 'ฮิซบอลเลาะห์' ของเลบานอน ให้การสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซาด ส่วนชาติตะวันตกและประเทศในอ่าวเปอร์เซียรวมทั้งตุรกี ให้การสนับสนุนในหลายๆ ด้านแก่กลุ่มกบฏ

สงครามไม่ว่าครั้งใดก็สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง สงครามกลางเมืองในซีเรียก็เช่นกัน ชาวซีเรียอย่างน้อย 2.5 ล้านคน ต้องอพยพหนีความรุนแรงไปยังประเทศต่างๆ ทั้ง จอร์แดน, เลบานอน, อิรัก และตุรกี เทียบเท่ากับผู้อพยพหนีสงครามอัฟกานิสถานในปี 1980, 90 และ 2000 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการฟื้นฟูบาดแผลจากสงคราม

 

 

สงครามกลางเมือง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอะไรต่อซีเรียบ้าง

1. คนรุ่นนี้ของซีเรียจะจดจำสงครามครั้งนี้ไปตลอดชีวิต - จากข้อมูลของ 'สำนักงานสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย' (เอสโอเอชอาร์) ระบุว่า มีชาวซีเรียกว่า 146,000 ราย ถูกสังหารตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น และตามข้อมูลขององค์กร 'ยูนิเซฟ' กว่า 10,000 รายในจำนวนนี้เป็นเด็ก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในเหตุความรุนแรงในภูมิภาคอาหรับในช่วงที่ผ่านมา ชาวซีเรียประมาณ 9 ล้านคนรวมเด็ก 3 ล้านคนต้องอพยพย้ายที่อยู่ เด็กไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนต้องได้รับการเยียวยาสุขภาพจิต โรงเรียน 1 ใน 5 ของซีเรียถูกทำลาย, ได้รับความเสียหาย, ถูกใช้เป็นสถานที่หลบภัย หรือถูกยึดครองโดยกลุ่มติดอาวุธ ประเมินกันว่า ประชากรในวัยเรียนครึ่งหนึ่งของซีเรีย ไม่ได้รับการศึกษา

2. ระบบสาธารณสุขใกล้ล้มเหลว - ครั้งหนึ่งซีเรียเคยได้รับการยกย่องว่ามีรัฐบาลที่ทุ่มงบประมาณในด้านสาธารณสุขดีที่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง แต่ในปัจจุบัน จากข้อมูลขององค์กรการกุสล 'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' โรงพยาบาล 60% ในซีเรียถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย แพทย์กว่าครึ่งหนีไปต่างประเทศแล้ว ขณะที่อุปกรณ์ช่วยชีวิตกำลังขาดแคลน คนไข้ผ่าตัดบางคนยอมให้เอาท่อนเหล็กตีจนหมดสติ ดีกว่าต้องรับการผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบ

โรคที่เคยบริหารจัดการได้อย่างโรคเบาหวานและมะเร็ง บัดนี้เปรียบเสมือนโทษประหาร มีผู้เสียชีวิตจากโรคเหล่านี้แล้วกว่า 200,000 ราย เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาและยา ขณะที่โรคที่หมดไปจากซีเรียตั้งแต่ปี 1999 อย่างโปลิโอ ก็กลับมาอีกครั้ง มีเด็กป่วยจนเป็นอัมพาตไปแล้ว 17 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโปลิโออีกจำนวนมากในค่ายผู้อพยพในเลบานอน จนเกิดความวิตกว่าโรคอาจจะระบาดในวงกว้าง

 

 

3. เศรษฐกิจพังทลาย - ซีเรียเคยเป็นประเทศที่มีอัตราว่างงานต่ำที่สุดในภูมิภาคเดียวกัน โดยอัตราอยู่ที่น้อยกว่า 10% ในช่วงก่อนเริ่มสงคราม แต่ตอนนี้มีชาวซีเรียไม่ถึงครึ่งที่ีงานทำ ตามการเปิดเผยของสถานีกระจายเสียง 'ดอยช์ เวลเลอ' การคว่ำบาตรจากนานาประเทศทำให้การส่งออกของซีเรียดิ่งเหว โดยเฉพาะในภาคการส่งออกน้ำมัน ซีเรียเคยผลิตน้ำมันได้ 400,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ตอนนี้ผลิตได้เพียงครึ่งจากเดิม จำนวนคนยากจนในซีเรียเพิ่มจากยุคก่อนสงคราม 2 เท่า เป็น 60% ส่วนอัตราเศรษฐกิจมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่เคยโต 3.24% ในเดือน ม.ค. 2011 กลายเป็นติดลบ 2.3% เมื่อปีก่อน และรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไม่ปรากฏ

4. สูญเสียมรดกทางวัฒนธรรม - สงครามกลางเมืองในซีเรียสร้างความเสียหายต่อมรดกทางโบราณคดีอย่างมาก สถานที่ที่ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกโดยองค์การ 'ยูเนสโก' ทั้ง 6 แห่งในซีเรีย ล้วนได้รับความเสียหายจากจรวด, ปืนใหญ่รถถัง และกระสุนปืน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่งถูกปล้นสะดม เมืองอเลปโป เมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีผู้อยู่อาศัย ต้องทนรับการทำลายล้างอันหนักหน่วง ร้านค้ากว่า 500 ร้านในเมืองแห่งนี้ระยะทางยาว 7.5 ไมล์ถูกทำลาย ภาพโมเสคศิลปะของไบเซนไทน์ในโบราณสถานกรีกและโรมันโบราณ ในเมืองแพลไมรา ถูกนำไปขาย ขณะที่ทหารฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มกบฏ ยังคงยึดครองสถานที่มรดกสำคัญเอาไว้.

นิตยสาร 'ไทม์' เผยแพร่เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ระบุว่า การลุกฮือต่อต้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ทำให้เกิดความสูญเสียต่อซีเรียมากมายทั้งชีวิตประชาชน เศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม... 16 มี.ค. 2557 15:00 16 มี.ค. 2557 16:08 ไทยรัฐ