วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มันยังไง

ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป แม้ต้องฝ่าดงตีน(ที่มองไม่เห็น) รุมเตะสกัดตลอดเส้นทาง

ล่าสุดการที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างประเทศไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญตอกตะปูปิดฝาโลงได้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อย่างจั๋งหนับบุเรงนอง

แต่...แต่ผลกระทบต่อรัฐบาลยังน้อยกว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

เพราะเป็นการสูญเสียโอกาสประเทศที่ไม่สามารถวัดมูลค่าความเสียหายได้อย่างชัดเจน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าผลจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลเป็นโมฆะทั้งฉบับ ทำให้การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ 554 โครงการตายหมู่ยกครัว
แผนกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันประเทศติดไฟแดงยาว

“แม่ลูกจันทร์” เสียดายที่สุดคือโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 10 สายใน กทม.ที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดีจะต้องหยุดชะงักกลางคัน

โครงการรถไฟรางคู่ทั่วประเทศที่กำหนดให้เสร็จใน 7 ปี จะต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีกสิบปี หรือยี่สิบปี

แผนเพิ่มการจ้างแรงงานอีกหลายแสนตำแหน่งก็กลายเป็นฝันกลางวัน

ฟ้าผ่าโครมเดียว...เดี้ยงครบวงจร

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า การสั่งตาย ก.ม.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนจะเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อประเทศไทย

และเปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฯลฯ

เพราะเห็นชัดๆว่า โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทยล้าหลังประเทศกลุ่มเดียวกันมากขึ้นทุกที

“แม่ลูกจันทร์” ไม่ได้พูดส่งเดช เพราะมีผลการจัดอันดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มเป็นใบเสร็จยืนยัน

ปีนี้ (2557) ประเทศไทยตกรูดจากอันดับ 49 ไปอยู่อันดับ 61 ตรงข้ามกับ มาเลเซีย ซึ่งขยับจากอันดับ 34 ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 29 อย่างรวดเร็ว

พูดง่ายๆ มาเลเซียกินขาดไทยทุกประตู

แย่ที่สุดโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งระบบราง ประเทศไทยถอยกรูดติดอันดับ 72 ของโลกในปัจจุบัน

แล้วเราจะมีนํ้ายาอะไรไปแข่งขันกับประเทศในกลุ่มเดียวกัน??

นี่คือคำตอบว่า  เหตุใดต้นทุนการขนส่งสินค้าของไทยจึงสูงกว่าคู่แข่งบานตะเกียง

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าอีกครั้งว่า  ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นการแช่แข็งประเทศไทยต่อไปอีกยาวนาน

เพราะศาลได้ตั้งกติกาใหม่ว่าเงินกู้ของรัฐบาล “ต้องเป็นเงินแผ่นดิน”

เมื่อเป็นเงินแผ่นดิน ก็จะต้องอยู่ใน “ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี”

ผลคือ จากนี้ไปรัฐบาลจะกู้เงินลงทุนนอกระบบงบประมาณไม่ได้ทุกกรณี

ปัญหาคือ รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลแรกที่กู้เงินลงทุนนอกระบบงบประมาณ

หลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็เคยกู้เงินนอกระบบงบประมาณเหมือนกัน

มีการออก ก.ม.กู้เงินลักษณะนี้มาใช้แล้วถึง 36 ฉบับด้วยซํ้าไป

แม้แต่ “พ.ร.ก.กู้เงินไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ก็ใช้วิธีกู้เงินนอกระบบงบประมาณเช่นกัน

ที่ปวดตับคือ มีผู้ยื่นคำร้องกรณีเงินกู้ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เงินกู้ของอภิสิทธิ์ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

แล้วทำไม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของยิ่งลักษณ์จึงขัดรัฐธรรมนูญ

เออแฮะ แปลกดีมั้ยล่ะโยม.

แม่ลูกจันทร์

16 มี.ค. 2557 08:08 ไทยรัฐ