วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จตุพร'ลั่นนำทัพ สู้อำมาตย์ นปช.คึกที่อยุธยา

ชี้ถ้าปฏิวัติ-ไม่สงบแน่ กปปส.ฉะรัฐบาลหนุน‘แดง’จัดตั้งกองกำลังตร.เผย2ศพโยงการ์ด

ผบ.ตร.เตรียมปรับลดกำลังตำรวจคุมสถานการณ์ การชุมนุมใน กทม.รองรับพ.ร.บ.ความมั่นคง หลังมีกระแสข่าว ศรส.จะเสนอยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในที่ประชุม ครม. วันอังคารที่ 18 มี.ค.นี้ ขณะที่ด่านความมั่นคงจับกุมทหารอ้างตัวขึ้นจากใต้พกปืนได้อีก 2 นาย ด้านการชุมนุมระดมพลคนเสื้อแดงคึกคักโห่ร้องต้อนรับ “จตุพร” ประธาน นปช.ผู้นำทัพคนใหม่ เดินหน้าเฟ้น อพปช.ให้ได้ 2 แสนตามเป้า ตั้ง ผบ.ร้อยคุมกำลังคนละ 200 กปปส.จวกรัฐให้ท้ายแดงตั้งกองกำลัง “ถาวร” เผยแผนใช้กฎหมายไล่ล่า “ปู” “พุทธอิสระ” เมตตาให้  ขรก.กรมการกงสุลเข้าทำงาน 18 มี.ค.นี้ แต่ยังไม่พร้อมเปิดทำพาสปอร์ต

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ ผบ.ตร.เตรียมลดกำลังตำรวจกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่สถานการณ์การชุมนุมยังคุกรุ่น ฝ่าย นปช.ระดมพลประชิดเข้าใกล้ กทม. ทุกขณะ แถมล่าสุดตำรวจตั้งด่านความมั่นคงยังคงตรวจค้นจับกุมทหารพร้อมอาวุธได้อีก 2 นาย

ผบ.ตร.จ่อลดกำลังโละ พ.ร.ก.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้ฝ่ายอำนวยการเตรียมการกรณีจะมีการปรับลดระดับการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินลงมาเป็น พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้สอดรับสถานการณ์ โดยการปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ฟื้นฟูกำลังให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และได้กำชับให้เพิ่มความเข้มในการตั้งด่านเข้มแข็งรอบพื้นที่ชุมนุม พื้นที่เสี่ยงที่เป็นเป้าหมายสร้างสถานการณ์เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน โดยมอบหมาย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ และให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดคดีสำคัญที่เกิดขึ้น และให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียิงระเบิดเอ็ม 79 รวมทั้งประสานแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อประสานให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุทันทีที่เกิดเหตุเพื่อให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน

“วินัย” ชี้อุ้มทิ้งน้ำฝีมือการ์ดม็อบ

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพผู้เสียชีวิตในช่วงการชุมนุม 2 ครั้ง และมีผู้ที่ถูกการ์ด กปปส.ทำร้ายที่สวนลุมพินีแล้วนำศพไปทิ้งที่แม่น้ำบางปะกง แต่รอด ชีวิตมาได้ แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าทั้ง 3 คดีที่เกิดขึ้นน่าจะมีความเชื่อมโยงกับการชุมนุมของกลุ่มกปปส. มีกลุ่มการ์ดฮาร์ดคอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุคล้ายคลึงกัน สภาพศพผู้เสียชีวิตและผู้ที่ถูกทำร้ายได้ถูกซ้อม  มัดมือ มัดเท้า ใช้ผ้าปิดปาก ถูกยิงและนำไปทิ้งที่แม่น้ำ มีการนำสัญลักษณ์นกหวีด เสื้อ กปปส.ใช้ในการอำพรางคดีโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือฝ่ายตรงข้าม  แต่ในการสืบสวนเชื่อว่าเป็นเรื่องของกลุ่มการ์ด กปปส. ต้องรอผลการตรวจสอบยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตเพื่อตรวจสอบให้ได้ว่ามีความคิดฝักใฝ่การเมืองหรือไม่ ทั้งนี้ ถ้าได้ทราบชื่อผู้เสียชีวิตจะทำให้ความจริงปรากฏ เชื่อว่าถ้าเป็นม็อบ กปปส.จริงคงไม่ทำกันแบบนี้  ได้กำชับชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อให้ได้ความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น

โยนม็อบอุ้มทิ้งพระราม 8

พล.ต.ท.วินัยกล่าวถึงกรณีที่มีเผยแพร่คลิปภาพคนถูกซ้อมและนำไปทิ้งแม่น้ำบริเวณสะพานพระราม 8 ด้วยว่า ในพื้นที่สะพานพระราม 8 เป็นพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. มีกลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมควบคุมคนเข้าออกเป็นพื้นที่พิเศษต้องได้รับอนุญาตจากการ์ดผู้ชุมนุม คนปกติธรรมดาไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ซึ่งภาพปรากฏนั้นมีการปิดสะพานพระราม 8 ตลอดเส้นทาง คนนอกทำแบบนั้นไม่ได้ ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับคดีผู้เสียชีวิตที่ สน.ประชาชื่น และผู้ได้รับบาดเจ็บจากการรุมซ้อมทำร้ายร่างกายนำตัวไปทิ้งแม่น้ำบางปะกงเป็นความคิดของกลุ่ม กปปส. ซึ่งการจับคนมาซ้อมน่าจะเป็นกลุ่มการ์ดที่คุมพื้นที่ชุมนุม แต่การนำคนไปโยนทิ้งน้ำแต่ละพื้นที่อาจจะไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน ตนได้สั่งประสาน กทม.เพื่อขอภาพกล้องวงจรปิดเพื่อเชื่อมโยงผู้ที่ก่อเหตุ

โยงยิงเอ็ม 79 ม็อบสองฝ่าย

พล.ต.ท.วินัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ว่า ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด และหาข้อมูลว่ามีคนกลุ่มไหนเข้าไปอยู่ในบริเวณสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ก่อเหตุในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการสืบสวนทำได้ยากเนื่องจากการยิงระเบิดเอ็ม 79 มีจุดยิงรัศมี 300-400 เมตร ขณะนี้ที่ได้พยานหลักฐานคือคนร้าย 3 คน ที่เป็นผู้ก่อเหตุยิงที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ส่วนคดีอื่นยังไม่ได้พยานหลักฐาน ทั้งนี้ ประเด็นสาเหตุความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องสืบสวนได้ยากกว่าเหตุขัดแย้งกันเองที่มีประเด็นและผู้ต้องสงสัย เรื่องการเมืองมีหลายกลุ่มหลายฝ่ายที่อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อสร้างสถานการณ์ จึงได้สั่งให้ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลจากคดียิงระเบิดเอ็ม 79 ตั้งแต่ปี 2549-2552 ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มม็อบฮาร์ดคอร์เพราะจะต้องมีการเตรียมระเบิด คนอยู่เฉยๆทำไม่ได้ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์บุคคลให้ได้ก่อนเชื่อมโยงคดีที่เกิดขึ้น

ด่านมั่นคงรวบ 2 ทหารพกปืน

เมื่อเวลา 03.35 น. วันที่ 15 มี.ค. สน.บุคคโล และ บก.สปพ.ตั้งด่านตรวจค้นอาวุธที่แยกตากสิน ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี ได้จับกุม ส.ต.อ.โกวิทย์ ดีกระจ่าง อายุ 30 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 9 มม.จำนวน 14 นัด ซองกระสุนปืน 1 ซอง และ ส.ต.อ.สุริยา ภัยวงษ์ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 9 มม.จำนวน 13 นัด ซองกระสุนปืน 1 ซอง และรถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ฏฟ 5690 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นทหารจากภาคใต้มาทำธุระใน กทม.พร้อมเพื่อน 4 คน ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล หลังจากนั้นได้มีนายทหารพระธรรมนูญรับตัวไป

แดงรวมพล 5 ขบวนใหญ่

วันเดียวกัน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดรวมพลทั่วภาคกลางพร้อมตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำหนดจุดรวมพล 5 จุด จุดที่ 1 ขบวนเรือที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม มีมวลชนจาก จ.สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลงเรือแล่นมาสมทบ เรือกว่า 50 ลำแล่นไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นที่ท่าหน้าวังจันทรเกษม ต.หัวรอ จุดที่ 2 ขบวนช้างม้าโดยนายพายัพ ปั้นเกตุ และมวลชน นั่งช้างไปตามถนนอู่ทอง-ถนนนเรศวร จุดที่ 3 บริเวณอู่ไพศาลอะไหล่ยนต์ ถนนสายเอเชีย ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน รับกลุ่ม นปช. จาก จ.สมุทรปราการ ปทุมธานี จุดที่ 4 ต่างระดับบางปะหัน ริมถนนสายเอเชีย อ.บางปะหัน รอรับกลุ่ม นปช.จาก จ.ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และจุดที่ 5 แยกวัดวรเชษฐ ถนนสายเสนา-อยุธยา รับกลุ่ม นปช.จาก จ.ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม

เปิดโต๊ะรับ อพปช.ต่อเนื่อง

ก่อนหน้านั้น มีคนเสื้อแดงกว่า 100 คน พร้อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมตัวที่ตลาดนัดคลองถม ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง เปิดรับสมัครคนเสื้อแดงอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ก่อนจะเคลื่อนขบวนรถยนต์ไปรอบตัวเมืองอ่างทองแล้วเดินทางเข้าร่วมชุมนุมคนเสื้อแดงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะเดียวกันนายสุวรรณ น้ำใจดี ผู้ประสานงาน นปช.กาญจนบุรี เปิดรับสมัคร อพปช. ที่ศาลาขุนแผน ถนนหลักเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จากนั้นขึ้นรถตู้โดยสารเดินทางมุ่งหน้า จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่างชาติงดร่วมงานไหว้ครูมวย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ ส่งผลให้การแข่งฟุตบอลยามาฮ่าลีกวันระหว่างทีมอยุธยา เอฟซี กับทีมบางกอก เอฟซี เวลา 16.00 น. ต้องย้ายไปแข่งที่สนามเฉลิมพระเกียรติบางมด รวมทั้งกิจกรรมแข่งขันชกมวยนานาชาติเนื่องในวันไหว้ครูมวยไทย ช่วงวันที่ 13-16 มี.ค. ได้รับแจ้งจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (พระ– นครศรีอยุธยา) แจ้งว่า นักกีฬาจากญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ถอนตัวไม่เข้าร่วมการแข่งขันแล้ว

“ธิดา” ลั่น นปช.ไม่มีวันพ่าย

ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากแห่ร่วมการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงภาคกลางจนแน่นขนัด มีแกนนำคนสำคัญ อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ และแกนนำคนอื่นๆขึ้นปราศรัยภายใต้ชื่อ “เคลื่อนพล คนประชาธิปไตย” กระทั่งเวลา 19.10 น. นางธิดา ปราศรัยว่า พิสูจน์แล้วว่าที่ นปช.แข็งแกร่งมาได้ถึงวันนี้เพราะเราสามัคคีกัน ศึกของเราไม่ใช่เรื่องเล็กไม่ว่าฝั่งปฏิปักษ์ของเราจะใหญ่ขนาดไหน แต่เราที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณของคน เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 2 ขา โดย นปช.เราจะขยายผู้รักประชาธิปไตยออกไปทั่วประเทศ วันนี้เราไม่ได้มี 10 กว่าล้านคนแล้ว เรามีมากกว่า 20 ล้านคน ทำคนเคลื่อนไหวได้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างที่มั่นประชาชนให้เข้มแข็งทั่วประเทศ ทั้งในเมืองต่างจังหวัด ในชนบท รวมไปถึงต่างประเทศ เป็นที่มั่นทางการเมืองของเราให้ได้ ความเข้มแข็งของเราอยู่ที่ประชาชนไม่ใช่อยู่ที่มีทหารหนุนหลังแค่ 2 แสนหนุนสู้ประชาชน 25 ล้านคนหนุนหลังไม่ได้

โห่ยินดี “จตุพร” นำทัพคนใหม่

นางธิดากล่าวว่า ปลายปีที่แล้ว นปช.ได้ประชุมกัน ตนอยู่กับพี่น้องตั้งแต่ปลายปี 53 ในฐานะรักษาการประธาน นปช. จนกระทั่งมารับตำแหน่ง นปช.สามัคคีอุทิศชีวิต เป็นผลงานร่วมกันของพวกเราทั้งประเทศ และแกนนำในทุกระดับ เราเป็นองค์กรที่มีเสรีภาพ บางคนตั้งกลุ่มแดงอิสระนั่นเป็นธรรมชาติเพราะพวกเราเป็นเสรีชน และในโอกาสที่ตนครบวาระการปฏิบัติหน้าที่เรามองว่าองค์กรเราต้องมีการปรับตามความเหมาะสมสถานการณ์ จึงมีข้อสรุปกันว่าในปีนี้ถ้าแกนนำที่ได้รับความเชื่อถือ พร้อมทำงานในสถานการณ์ให้ ควรมารับหน้าที่ต่อจากตน ณ บัดนี้ คือนายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมแล้วที่จะรับหน้าที่เป็นประธาน นปช.คนใหม่ ในสถานการณ์สู้รบ ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะเป็นเลขาธิการ นปช. ระหว่างนั้นมวลชนคนเสื้อแดงต่างส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างอื้ออึง พร้อมกับพากันจุดพลุเป็นเชิงสัญลักษณ์การลั่นกลองรบครั้งสำคัญของกลุ่ม นปช.

ตั้ง ผบ.ร้อยคุม อพปช.200 คน

ที่ศูนย์ประสานงานข่าวสารเพื่อประชาธิปไตย หรือดีเอ็นซี ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ได้มีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครสมาชิก อพปช. เขต  กทม.วันแรก โดยมีชายฉกรรจ์นับร้อยคนเดินทางมาสมัคร ทั้งนี้ หลังกรอกใบสมัครจะได้เสื้อยืดสกรีนข้อความ “เทิดทูนในหลวง รักพระบรม” นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ แกนนำ อพปช. กรุงเทพฯ กล่าวว่า วันนี้เปิดรับสมัครเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก และ กทม. เฉพาะ กทม.ตั้งเป้าราว 1 หมื่นคน หลังจากนี้แกนนำกลุ่ม อพปช.จะประชุมแกนนำย่อยที่จะใช้นามเรียกว่า ผบ.ร้อย ที่จะทำหน้าที่ดูแลสมาชิก 1 ต่อ 200 คน เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการเคลื่อนไหว ก่อนจะจัดพิธีสวนสนามแสดงพลังในเขตรับผิดชอบของ อพปช.กทม. ปลายเดือน มี.ค.นี้ และหากทั่วประเทศรวบรวมได้ 2 แสนคนตามเป้าจะชุมนุมใหญ่แบบปักหลักค้างคืน 3 วัน เพื่อลงสัตยาบันปกป้องรัฐบาลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระ และกำหนดทิศทางการฝึกฝนอบรมที่จะเน้นการฝึกภาคสนามเป็นหลัก

ประกาศปฏิรูปองค์กรอิสระ

ต่อมา 20.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ปราศรัยหลังรับตำแหน่งประธาน นปช.คนใหม่ว่า คู่ต่อสู้เราไม่ใช่สุเทพเพราะสุเทพแค่เพียงร่างทรงของอำมาตยาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์ชัด ความเป็นไปของรัฐบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายสุเทพ แต่อยู่ที่กลไกทั้งหลาย  ซึ่งวันที่ 17 มี.ค.นี้นัดหมายจะแถลงทางออก เชื่อว่าไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ชะตากรรมเราคงไม่ฝากไว้กับเครือข่ายอำมาตยาธิปไตยไม่ได้ เชื่อว่ารัฐบาลนายกฯปูจะถูกวินิจฉัยต้นเดือน เม.ย. ส.ส.-ส.ว.อีก 308 นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ประกาศชัดจะจัดการให้ได้ในปลาย มี.ค. สั่งเลือกตั้งโมฆะ เราคงสู้ในสนามอำมาตย์ไม่ได้ เราไม่เคยชนะ แต่เราจะมาสู้ในสนามของประชาชน ซึ่งอำมาตย์ไม่มีวันชนะเช่นกัน ถ้าเราสู้ในสนามเลือกตั้งเราไม่เคยแพ้ ฝ่ายอำมาตย์ประหัตประหาร เมื่อสุเทพประกาศปฏิรูปได้ คนเสื้อแดงก็ประกาศปฏิรูปได้เช่นกัน ส่วนแรกที่ต้องปฏิรูปคือองค์กรอิสระภายใต้อำนาจตยาธิปไตย

เหน็บคนชี้วลี “กฤษณ์ สีวะรา”

นายจตุพรกล่าวว่า มีการวางแผนกันไว้หลังการชี้มูล น.ส.ยิ่งลักษณ์แบบฉ้อฉล ปล่อยคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งที่ถูกฟ้องก่อนไม่ต้องไปสนใจ วันนี้ขอประกาศที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เส้นทางประชาธิปไตยจะเดินต่อไปได้ ต้องโค่นล้มระบอบอำมาตย์ลงให้ได้ ส่วนกองทัพกลัวประชาชนมือเปล่า องค์กรของโลก อาทิ องค์การสหประชาชาติที่เฝ้าจับตามองอยู่ คนเสื้อแดงต้องรักษาความชอบธรรมนี้ไว้ เราไม่เดินไปติดกับของนายสุเทพแน่ เมื่อวานนี้มีคนไปที่ จ.สกลนคร ไปที่อนุสาวรีย์ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ไปชี้ถ้อยคำถึงเกียรติสูงสุดของทหาร ทำให้ตนนึกถึงเมื่อปี 2549 และไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กินข้าวเหนียวมะม่วงเหมือน พล.อ.กฤษณ์ คนเสื้อแดงอดทนต่อความเจ็บปวด ไม่เคยเรียกร้องให้เกิดปัญหา ไม่ใช่ว่ากลัว พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนจำได้ไหมใครร่วมฆ่าคนเสื้อแดงแล้วได้ปูนบำเหน็จ

ลั่นยุปฏิวัติประเทศไม่สงบแน่

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า คนเสื้อแดงมีเลือดเนื้อ พล.อ.ประยุทธ์ อยากได้ผู้ว่าจังหวัดไหนก็ชี้นิ้วสั่งได้ คนเสื้อแดงได้แต่มองตาปริบๆ ถามว่าทางออกประเทศจะเอาอย่างไร ถ้าจะเอาแบบมองทหารเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ พล.อ.ประยุทธ์ ฟังไว้ว่ายึดอำนาจวันไหนคนเสื้อแดงจะออกมาวันนั้น และบ้านเมืองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ขอให้เสียงจากที่ จ.อยุธยาดังไปถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่าการยุให้ทหารปฏิวัติเหมือนปี 2549 นั้นจะสร้างความไม่สงบให้ประเทศ ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่
เกิด วันนี้ประชาชนไม่มีใครกลัวรัฐประหารอีก ไม่ว่าจะจากกองทัพ หรือองค์กรอิสระ นี่คือศึกที่ยิ่งใหญ่นับตั้งแต่วันนี้เรามีภารกิจเดินหน้าต่อสู้ โดยนัดหมายวันที่ 22 มี.ค. จะตระเวนภาคตะวันออก ยังไม่เข้ากรุงเทพฯเพราะยังไม่มีอะไร แต่ถ้ามีอะไรก็พร้อมเคลื่อนพลมุ่งหน้าเข้าไปทันที

จวกรัฐหนุนแดงตั้งกองกำลัง

ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 มี.ค. ตลอดทั้งวันไม่มีการเคลื่อนไหวไปชุมนุมตามสถานที่ต่างๆโดยส่วนใหญ่แยกย้ายกันพักผ่อนภายในเต็นท์ และใต้ร่มไม้รอบๆสวนลุมพินี บางส่วนยังนั่งติดตามกิจกรรมบนเวทีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

กระทั่งเวลา 15.15 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงถึงการชุมนุมใหญ่ที่ จ.พระนคร-ศรีอยุธยา และการรับสมัคร อพปช.ของกลุ่ม นปช.ว่า รัฐบาลพยายามอยู่เบื้องหลังการปลุกมวลชนโดยเฉพาะการตั้งกองกำลังติดอาวุธ โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความปลอดภัย สิ่งนี้ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงหวังว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะเราไม่ต้องการที่จะไปสู้รบกับใคร และย้ำว่าจุดยืนของ กปปส.คือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามวันที่ 16 มี.ค. เวลา 09.30 น. นายสุเทพจะเป็นประธานใน พิธีการให้โอวาสการ์ด กปปส.ที่ลานหน้าประตู 4 สวนลุมพินี หลังจากผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว 1 สัปดาห์

เดินหน้าใช้ ก.ม. ไล่ล่า “ปู”

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของ กปปส.หลังจากนี้จะเป็นการเร่งทำงานด้านกฎหมายควบคู่การทำงานด้านการเมือง เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความชอบธรรมและเป็นรัฐบาลที่หมดสภาพ เชื่อว่าคดีต่างๆที่รัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกฟ้องจะมีความชัดเจนและชี้มูลกลางเดือน เม.ย. เช่น การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. การนำร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร โดยที่นายกฯไม่ได้เซ็นรับรองเพราะเป็นกฎหมายการเงิน ที่ฟ้องนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม  ความเคลื่อนไหวด้านอื่นของ กปปส.คงต้องรอการประชุมของแกนนำ ซึ่งเลขาธิการ กปปส.เคยประกาศไว้ว่าจะชุมนุมใหญ่อีกครั้ง

ปชป. ขย่ม ศรส.เนรเทศ “สาธิต”

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่ศาลศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้เนรเทศนายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดียออกนอกราชอาณาจักร ตามที่ศูนย์อำนายการรักษาความสงบ (ศรส.) ประกาศนั้นชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ ศรส.ใช้อารมณ์นำข้อกฎหมายข่มขู่คุกคามการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน เพราะนายสาธิตไม่ได้ละเมิดกฎหมายถึงขั้นต้องเนรเทศ ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว. แรงงาน และ ผอ.ศรส.และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อย่าใช้อารมณ์อยู่เหนือกฎหมายหรือเอาความรู้สึกส่วนตัวคุกคามประชาชน ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมความผิดในการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของนายธาริตในแต่ละกรณีไว้เพื่อดำเนินคดีทั้งหมดแล้ว และหวังว่าข้าราชการที่ทำงานให้ ศรส.จะไม่เดินตามรอยหรือรับใช้นักการเมืองหรือผู้บังคับบัญชาที่คิดมิชอบกับประชาชน

จับไต๋ “เทือก” เรียกทหารปฏิวัติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ท้า นปช.ชุมนุมที่สวนจตุจักรเพื่อวัดจำนวนคนหากใครแพ้ให้กลับบ้านว่า เห็นชัดว่านายสุเทพยิ่งเคลื่อนไหวยิ่งเลอะเทอะมวลชนในสวนลุมฯตอนนี้การ์ดและทหารยังมากกว่าผู้ชุมนุม การถ่ายทอดสดไม่สามารถจับภาพผู้ร่วมชุมนุมได้แล้วเพราะร่อยหรอ ขณะที่การเคลื่อนพลคนประชาธิปไตยของ นปช.มีมากกว่าหลายเท่าตัว ตอนนี้ กปปส.หลักพันก็เหนื่อยแล้ว นปช.มาเป็นแสน และเป็นธรรมชาติที่ภาพการเคลื่อนพลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และพระนครศรีอยุธยา ทำให้นายสุเทพหวั่นไหวเกรงว่าสังคมจะตาสว่าง รู้ว่าใครคือเสียงข้างมากตัวจริง เป็นประชาธิปไตยที่สากลยอมรับ การประกาศท้าดังกล่าวน่าจะมาจาก 2 กรณีคือ 1.นายสุเทพโกหกสะกดจิตตัวเองจนหลงเชื่อตามอุปทานของตัวเองว่ามีมวลชนเยอะ 2.นายสุเทพจงใจให้เกิดการเผชิญหน้าเพื่อส่งลูกให้ทหารออกมายุติด้วยวิธีปฏิวัติรัฐประหาร

กรมการกงสุลยังไม่พร้อมบริการ

สำหรับกรณีที่พระพุทธอิสระจะเปิดพื้นที่ให้กรมการกงสุลเปิดบริการทำหนังสือเดินทางให้ประชาชนนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. นายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล ได้มอบหมายให้นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ เป็นตัวแทนเจรจากับพระพุทธอิสระ จากนั้นนายประสิทธิพร เปิดเผยว่า การหารือกันได้ข้อสรุปดังนี้ 1.กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ยังไม่เปิดให้บริการทำหนังสือเดินทางแต่อย่างใด เนื่องจากห่วงเรื่องการรักษาความปลอดภัยและประชาชนเดินทางไม่สะดวก 2.กรมการกงสุลจะเปิดให้บริการทำหนังสือเดินทางเพิ่มเติมอีกแห่งที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้น 7 ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. เวลา 09.00-14.30 น. โดยจะให้บริการได้ 500 คนต่อวัน 3.พระพุทธอิสระอนุญาตให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเข้าทำงานที่อาคาร ถนนแจ้งวัฒนะ ได้ในวันที่ 18 มี.ค.เวลา 09.00-14.30 น. เป็นต้นไป

“นัสเซอร์” โพสต์ปลื้มได้ปีก ทอ.

วันเดียวกัน นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ดเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า “น้านัส ชีพจรลงเท้า” โดยเป็นภาพตนเองยืนถือประกาศนียบัตรนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ ลงชื่อ พล.อ.ท.วรฉัตร ธารีฉัตร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) พร้อมโชว์เครื่องหมายปีกร่มนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ ข้อความกำกับภาพระบุว่า มีพฤติกรรมโดดบ่อย...ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ให้เกียรติ มอบประกาศนียบัตรเป็น “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ณ 12 มี.ค. 2557 เพราะเห็นว่าต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และบ้านเมือง ขอบพระคุณมากนะครับ ครั้งนี้ผมยืนยันว่า การมอบครั้งนี้ ทอ.ไม่ได้ดูแค่ “เจตนา”

เลขาฯ ทอ.แจงไม่เกี่ยวการเมือง

ด้าน พล.อ.ท.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทาง อย.กำลังดำเนินการตรวจสอบเครื่องหมายดังกล่าว มีการขอมาเป็นประจำ ส่วนใหญ่ก็จะให้เพราะเป็นการขอแบบหมู่คณะ และมีการทำเรื่องเป็นหนังสือถูกต้อง บุคคลที่ได้นี้น่าจะเป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะมีรายชื่อเก็บไว้ทุกคน ส่วนผู้ที่ได้รับจะไปพูดคุยหรือแสดงกับใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแน่นอน เพราะเครื่องหมายและประกาศนียบัตรดังกล่าวนี้เปิดกว้างให้กับภาครัฐและภาคพลเรือน บุคคลทั่วไปใครที่มีคุณสมบัติ เช่นให้การสนับสนุน หรือทำคุณประโยชน์ให้กับหน่วยหรือกองทัพอากาศ และทำเรื่องขอเข้ามาถูกต้อง ส่วนใหญ่ทางหน่วยจะให้ ไม่จำเป็นต้องไปโดดร่มจริงและแจกกันมาหลายปีแล้ว

“เทือก” เย้ยนายกฯตกรถเป็นลาง

เมื่อเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยสวนลุมพินีฯว่า วันนี้เราได้เห็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตกรถมันเป็นลางแล้วเข่าอ่อน หมดสติ ไม่เห็นหนทางแล้วจึงต้องหันไปพึ่งบริการของ นปช.ที่นิยมความรุนแรง ขอให้จับตาดูนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่เป็นประธาน นปช. แทนนางธิดา ถาวรเศรษฐ ว่าจะวุ่นวายขายปลาร้าแค่ไหน เพราะคนพวกนี้สู้แล้วรวยหากินกับเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เชื่อว่าขั้นตอน ขบวนการของระบอบทักษิณ หลังจาก ป.ป.ช.สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยุติการทำหน้าที่ หลังถูกชี้มูลในคดีทุจริตจำนำข้าว โดยคนอื่นต้องมาเป็นรักษาการนายกฯแทน  เขามีชั้นเชิงเล่ห์เหลี่ยม นายจตุพรกล่าวหาตนว่าเป็นกลไกหนึ่งของฝ่ายอำมาตย์ กล่าวหาว่าเรา กปปส.สมคบองค์กรอิสระเล่นงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์

ยอมรับ “สมชัย” ต่อสายคุยทางออก

นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าตั้งแต่ออกมาชุมนุม ไม่เคยไปพบพูดคุยกับใครในองค์กรอิสระเลย มีแค่ครั้งเดียวที่คุยโทรศัพท์กับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่สอบถามถึงการขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะบังเอิญมีข่าวว่าองค์กรอิสระจะร่วมหาทางออกให้ประเทศในวันที่ 17 มี.ค. มาถามตนก็ยังตอบไม่ได้ว่าเขาจะเอาอะไร อย่างไร แต่เราไม่เอาแน่ถ้าให้เลือกตั้งก่อนปฏิรูป โน เซอร์ ไม่เอา แต่ถ้าบอกว่าเอา น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไป แล้วตั้งรัฐบาลคนกลางทำการปฏิรูปการเมืองก่อน อย่างนี้ตนตอบได้ เยส ตกลงเลย

16 มี.ค. 2557 05:46 16 มี.ค. 2557 05:46 ไทยรัฐ