วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" เข้ม จัดระบบอาสากู้ภัย! ยึดทฤษฎีใหม่รับใช้ประชาชน


“...งานของตำรวจนั้นเป็นงานที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างใกล้ชิดและความสำเร็จในภารกิจทั้งปวงต้องอาศัยความร่วมมือสนับสนุนจากประชาชนอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจจึงต้องทำตัวให้เป็นที่ศรัทธา เชื่อถือของประชาชน ทั้งในการประพฤติตัวและปฏิบัติงาน หมายความว่า ตำรวจจะต้องระมัดระวังประพฤติตัวให้ดี ให้อยู่ในศีลในธรรมและปฏิบัติงานในหน้าที่ให้ถูกต้องเที่ยงตรง ด้วยความสุภาพและเป็นมิตร นอกจากนั้น การใดที่ตำรวจมีความรู้ความสามารถจะช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนได้ จะต้องถือเป็นภาระที่จะต้องลงมือกระทำทันทีในทุกที่ทุกโอกาส เมื่อตำรวจประพฤติปฏิบัติหน้าที่ชอบ ดังนี้ ประชาชนก็จะเกิดศรัทธาเชื่อถือ และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจ ภาระหน้าที่ของตำรวจที่ว่าหนักและยากลำบากทั้งกายใจนั้นก็จะเบาขึ้น ง่ายขึ้น...”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่มอบไว้แก่ข้าราชการตำรวจทั้งปวง

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้น้อมนำพระบรมราโชวาท มาเป็นแนวทางปฏิบัติในภารกิจหน้าที่หลักของตำรวจคือ การป้องกันอาชญากรรมและให้บริการประชาชน ปกป้อง คุ้มครอง และให้บริการ ตำรวจต้องป้องกันไม่ให้คนในสังคมเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “วงจรอาชญากรรม” ทั้งด้านเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย หรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

ได้มุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามกฎหมาย และแสวงหาความยอมรับนับถือจากประชาชน ได้ผลักดันโครงการให้ตำรวจทำหน้าที่รับใช้ให้บริการ ช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลา ถือเป็นหน้าที่สำคัญ ต้องทำในทันทีที่มีโอกาส
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เป็นสื่อกลางสะท้อนแนวคิดตำรวจสมัยใหม่ทำให้ตำรวจมีความรู้ที่ถูกต้องเป็นหลักพื้นฐานของตำรวจ ไม่ให้หลงทิศหลงประเด็นเป็นอย่างอื่น โดยยึดการมีส่วนร่วมประชาชนเป็นสำคัญ
จากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย รับตัวผู้หญิงหมดสติ ทำทีจะนำไปส่งโรงพยาบาล ชาวบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์ก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่แทนที่กู้ภัยคนนั้นจะนำหญิงดังกล่าวไปส่งโรงพยาบาล กลับพาไปลวนลามจนหญิงเสียชีวิตเพราะพยายามจะหนีสุดชีวิต
เป็นเรื่องสะเทือนใจและเป็น “บทเรียน” ต่อสังคม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยกัน และหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

จะเป็นเรื่องของความล้มเหลวของระบบการคัดกรองคนเข้าทำงานของมูลนิธิ หรือเป็นความหละหลวมของตำรวจที่เข้าที่เกิดเหตุล่าช้า จนเป็นช่องว่างให้เกิดการฉวยโอกาส คงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้ามาร่วมมือกัน
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีแนวคิดที่จะให้ตำรวจและมูลนิธิอาสากู้ภัย ร่วมกันสร้างเครือข่ายการทำงานที่เป็นมาตรฐาน เพื่อช่วยเหลือให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ริเริ่มให้มีการจัดสัมมนาที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

ในหัวข้อ “การสร้างระบบที่เป็นมาตรฐานในงานอาสากู้ภัยรับใช้ชุมชน”

มอบให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รอง ผบช.ก.รักษาการ ผบก.ป. เป็นประธานเปิดงาน โดยเชิญผู้แทนระดับบริหารของ มูลนิธิอาสากู้ภัยทั่วประเทศ ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานระดับหัวหน้าของอาสากู้ภัยทุกภูมิภาค เข้าร่วมสัมมนา ร่วมกับตำรวจกองปราบปรามและตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ

เป้าหมายสร้างระบบอาสาสมัครกู้ภัยที่เป็นมาตรฐานสากล ถูกต้อง เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีอาสาสมัครกู้ภัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้เสียสละบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือทางราชการและสังคม โดยเฉพาะงานตำรวจ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและอาสาสมัครกู้ภัยเป็นไปอย่างมีแบบแผน และเป็นขั้นตอน และร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของมูลนิธิอาสากู้ภัย รวมถึงการคัดกรองบุคคลเข้าร่วมงาน การทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อมีเหตุ
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้กำหนดแนวทางการทำงานอาสากู้ภัยรับใช้ชุมชนตามหลัก COPPS ว่าประกอบด้วย 3 หลักใหญ่ๆ คือ 1.ดำรงหลักการกู้ภัยที่ถูกต้องได้มาตรฐานโดยในการสัมมนาจะมีการนำเสนอหลักการวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง และมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์การกู้ภัยที่ถูกต้อง ได้รับรู้และนำไปถ่ายทอดกันเองในทีมงาน เพื่อให้ทุกมูลนิธิได้รับรู้วิธีการที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

2.ภารกิจกู้ภัยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนตามความเหมาะสมของแต่ละภูมิภาค โดยจะยึดหลักการทำงานตามแนวคิดการบริการสมัยใหม่ที่จะเน้นตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการคือประชาชน ชุมชนเป็นหลักในลักษณ์ Bottom Up ดังนั้น งานกู้ภัยในแต่ละภูมิภาคย่อมมีความแตกต่างในเรื่องของเทคนิควิธีที่เหมาะสมโดยยึดหลัก COPPS และ 3.สร้างเครือข่ายกู้ภัยที่มีมาตรฐานเพื่อพัฒนาระบบกู้ภัยอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพภายในการประสานงานกับส่วนราชการและระหว่างมูลนิธิด้วยกันเอง โดยมีระบบตรวจสอบที่ดีทั้งจากภายในมูลนิธิและภายนอก เช่น เริ่มคัดกรองบุคคล การตรวจสอบบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของที่มูลนิธิ  ตลอดจนการตรวจสอบการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ในโลกตำรวจสมัยใหม่ ตำรวจต้องพัฒนาตนเองและพัฒนาคนที่มาทำงานกับตำรวจ ซึ่งตำรวจกับเจ้า-หน้าที่มูลนิธิกู้ภัยทำงานร่วมกันมาตลอด การพัฒนามูลนิธิจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยทั้งตำรวจ มูลนิธิ และสังคมดีขึ้นด้วย โดยพื้นฐานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเป็นผู้ที่มีจิตอาสาที่จะทำประโยชน์ต่อสังคมอยู่แล้ว จึงพัฒนาต่อยอดได้ไม่ยาก การสร้างระบบทำงานร่วมกันเริ่มได้อย่างง่ายๆ ด้วยการพูดคุยกัน เมื่อคุยกันก็จะเข้าใจและช่วยแก้ไขปัญหาให้กันได้อย่างถูกต้อง ในอดีตเราไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนมูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศแบบนี้ จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมมือกันในอนาคต”

“การทำกิจกรรมที่มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก เช่น การแสดงดนตรี การแข่งขันกีฬา ปัจจุบันมีการประสานมูลนิธิอาสากู้ภัยมาช่วยงานมากขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งงานจราจรในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นมากๆ การป้องกันอาชญากรที่แอบแฝงมาในคราบของอาสาสมัครกู้ภัยเป็นเรื่องที่ต้องทำ  จริงอยู่เราอาจจะทำได้ไม่ครบถ้วนทุกเรื่อง แต่ขอให้ยึดหลัก อะไรทำได้ก็ทำไปก่อน สิ่งดีๆที่ทำได้ ลงมือทำทันที อาจจะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยๆขยายต่อไปเรื่อยๆ ขอให้มั่นใจว่า ถ้าเราทำสิ่งที่ดี จะมีคนดีๆมาร่วมมือกับเราเอง”

เป็นส่วนหนึ่งของความคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจ ให้ความสำคัญ “งานบริการ” ไม่ใช่พยายามเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอย่างที่เป็นอยู่  โดยตำรวจต้องใช้เทคนิควิธีการและปฏิบัติการหลายๆอย่าง โดยยึดทั้งกฎหมายและปรัชญาควบคู่กันไป

ว่าด้วยหลักแห่งความรู้และความจริงของ...ตำรวจไทย.


ทีมข่าวอาชญากรรม

15 มี.ค. 2557 12:31 15 มี.ค. 2557 12:32 ไทยรัฐ