วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
­­­­เผาจริง! อร่อยจริง! "ปลาช่อนอบฟาง" เรือนบุหงา

­­­­เผาจริง! อร่อยจริง! "ปลาช่อนอบฟาง" เรือนบุหงา

โดย อาเหม่ง
16 มี.ค. 2557 00:01 น.
  • Share:

“ช่อนอบฟาง” เสิร์ฟพร้อมนํ้าพริก 3 อย่าง และมะเขือเผา.

อาเหม่งไปเมืองเสียงเหน่อมา นั่นคือเมืองบรรหารบุรี เอ๊ย!! ไม่ใช่! เมืองสุพรรณบุรี เมืองนี้ได้ชื่อว่าถนนหนทางเยี่ยมยอดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เห็นจะจริง ถนนกว้าง ทางสะดวก ไม่มีหลุมบ่อกวนใจ สะดวกต่อการขับรถวิ่งหาของอร่อยยิ่งนัก

ล่าสุดขับรถไปถึง อ.อู่ทอง เสียงร่ำลือว่าแถบนี้ “ปลาช่อนอบฟาง” เลอค่าอยู่ไม่น้อย และมีร้านหนึ่งทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาก นั่นคือร้าน “เรือนบุหงา” จอดรถปั๊บ มีเด็กผู้ชายหน้าขาวปากแดงคอยเปิดประตู กางร่มให้ บริการดีจริงๆ ซึ่งทั้งร้านมีเด็กเสิร์ฟอยู่ 2 คนนี่แหละ และเป็น 2 คนนี้ด้วยที่ทำปลาช่อนอบฟาง

ทำกันจะจะ อบกันสดๆ ปลาช่อนรออยู่แล้ว พอลูกค้าสั่งปุ๊บ เอาไอ้ช่อนเสียบไม้ เอาฟางรองหัวปลาช่อนหน่อยหนึ่ง ปี๊บครอบฟางคลุมทับอีกที จุดไฟลุกพรึ่บ!! ประมาณ 20 นาทีจนไฟที่ลุกโพลงค่อยๆ
มอดลง ใจเย็นรออีกแป๊บหนึ่งให้ความร้อนระอุถึงเนื้อในเพื่อให้สุกเต็มที่ ระหว่าง 2 หนุ่มจัดการอบฟางปลาช่อนอยู่ แม่ครัวก็เตรียมเครื่องเคียงประกอบด้วยน้ำพริก 3 ชนิดคือ

น้ำพริกแมงดา น้ำพริกขี้กา และน้ำจิ้มซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือยาวเผา ขิงสดและแตงกวา
ขอเล่าเรื่องน้ำพริกสักนิด เด็กรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก คนโบราณเอาพริก-กระเทียมไปเผาเตาถ่านตำพอหยาบ ปรุงรสด้วยมะนาวและน้ำปลา สีน้ำพริกออกมาดำกระด่างไม่สวย จึงเรียกว่า “น้ำพริกขี้กา” แต่รสชาติแซ่บเว่อร์เพราะปรุงจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดเค็มถึงใจ หม่ำกับปลาช่อนเผาร้อนๆ เนื้อแน่นรสมัน แนมกับมะเขือเผาสวรรค์อยู่ตรงหน้านี่เอง อร่อยจริงๆ

ใครชอบแบบเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดต้องหม่ำคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เนื้อปลาขาวๆ มันๆ ได้รสเปรี้ยวเผ็ดแซ่บถึงใจ บางคนหม่ำคู่กับน้ำพริกเผาแมงดา หอมแมงดามาก รสชาติเผ็ดหวาน ยอมรับเลยว่าปลาช่อนอบฟางร้านนี้เด็ดจริง เนื้อแน่น ไม่คาว ไม่มีกลิ่นดิน ปลาช่อนไม่มีการหมักใดๆทั้งสิ้น เป็นความสดจากเนื้อปลาโดยแท้ ราคาปลาช่อนอบฟางคิดตามน้ำหนักปลา เริ่มต้นที่ตัวละ 300 บาท ซึ่งปลาที่เลือกมาอบตัวใหญ่มาก ตัวเป็นกิโลทั้งสิ้น
เมนูปลาช่อนอีก 1 อย่างที่โดดเด่นคือ “ปลาช่อนบุหงา” เป็นอาหารสูตรเฉพาะเด็ดประจำร้านที่แม่ครัวบรรจงแล่ปลาช่อนเป็นชิ้น คลุกแป้งเบาๆ แล้วทอดจนกรอบ พักไว้ก่อน มาทำเครื่องเมี่ยงใช้ถั่วลิสง แครอท ขิง มะม่วงเปรี้ยว หอมแดงกวนกับน้ำตาลปี๊บ ผสมน้ำผึ้ง น้ำมะขาม เปียก มะนาว ใส่กะปิเพิ่มความนัวลงไปด้วย เคี่ยวจนงวดเหนียวหนึบ แล้วเอาปลาช่อนที่ทอดแล้วลงไปคลุกเคล้าด้วยกัน

เป็นเมนูที่ประยุกต์เอาเครื่องเมี่ยงมารวมกับปลาช่อนทอดได้อย่างลงตัว ทำให้ได้อาหารแปลกใหม่ อร่อยโดนใจวัยรุ่นอย่างอาเหม่ง (เหรอ??) ปลาช่อนเนื้อฟูกรอบนอกนุ่มในมีรสหวานเคลือบอยู่เบาๆ หม่ำคู่กับเครื่องเมี่ยงที่ใส่จนล้นจาน กรุบกรอบหลากรสจากแครอท เปรี้ยวนิดๆจากมะม่วง ได้ความมันจากถั่วลิสง ได้ขิงเพิ่มความเผ็ดซ่า หอมจากน้ำตาลปี๊บและได้ความนัวจากกะปิ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องลองครบรสจริงๆ จานนี้ราคา 220 บาท (ราคาขึ้นลงตามขนาดปลาช่อน)
“หมี่กรอบ” ผู้สูงวัยประจำบ้านชอบเมนูนี้เหลือเกิน หมายถึงแม่นะไม่ใช่เมีย! ร้านเรือนบุหงาทำออกมาได้อย่างเยี่ยมยอดใกล้เคียงสูตรชาววังที่เคยหม่ำ แม่ครัวนำหมี่มาทอดจนฟูกรอบ พักไว้ให้เย็น มาทำซอสมะขามโดยใช้น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ ซอสมะเขือเทศ เคี่ยวจนเหนียวหนึบ ใส่หมี่ลงไปผัดไปเรื่อยๆ ให้น้ำซอสซึมเข้าหมี่กรอบอย่างเต็มที่ ให้หอมเจียว กุ้งแห้งทอดตบท้าย โรยหน้าด้วยไข่ฟูทอดกรอบอีกที จานนี้เข้มข้น หวานนำเปรี้ยวตาม หม่ำแสนเพลิดเพลิน ระหว่างรอปลาช่อนอบฟาง หมี่ก็หมดจานไม่รู้ตัว จานนี้ 100 บาท
ลองของแซ่บกันบ้าง “หมูย่างยำตะไคร้” แม่ครัวใช้คอหมูหมักกับซอสปรุงรส พริกไทย ใส่แป้งนิดหนึ่ง หมักแป๊บเดียวแล้วย่างบนเตาถ่านเพื่อความหอม ย่างแบบสุกกำลังดีไม่ต้องย่างจนแห้ง เพราะจะเหนียวเกินไป ย่างแล้วหั่นเป็นชิ้นยำใส่ตะไคร้ซอย หอมแดง พริกขี้หนู ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว ตัดเปรี้ยวด้วยน้ำตาลนิดหนึ่ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน คนให้นานกว่ายำอย่างอื่น

เพื่อให้น้ำยำซึมเข้าเนื้อหมูและตะไคร้อย่างเต็มที่ จานนี้หมูนุ่มกำลังดีเคี้ยวหนุบหนับในปาก รสชาติจัดจ้านเอาเรื่อง ได้ตะไคร้ช่วยชูรสหอมขึ้นจมูก คอกับแกล้มต้องลอง จานนี้ 100 บาท
เจ๊กุ๊กสาวสวยหุ่นดี ยังโสด คุมร้านแทนแม่ โดยมีลูกน้องคู่กาย น้องต้น น้องตรี 2 คนที่ทำทุกอย่างนั่นแหละ เรียกว่าเป็นห้อย-โหนประจำกายเจ๊กุ๊กเลย ช่วงลูกค้าเยอะๆ เจ๊กุ๊ก ลงครัวช่วยแม่ครัวด้วย ปล่อยให้ 2 หนุ่มดูแลลูกค้า ซึ่งก็ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมคอยนำเมนูปลาช่อนอื่นๆให้ลอง ทั้งช่อนเกยตื้น ลาบปลาช่อน ปลาช่อนสมุนไพร ต้มยำปลาช่อน ชอบแบบไหนเลือกสั่งตามสบาย ร้านนี้เหมาะมาเป็นครอบครัว มีส่วนที่เป็นห้องแอร์และส่วนรับลมด้านนอก เรือนบุหงาเป็นร้านขนาดกลางอยู่ริมถนนสายอู่ทอง-นครปฐม จากแยกหอนาฬิกาอู่ทอง วิ่งไปทางนครปฐมประมาณ 2 กิโลเมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ เปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม โทร. 08–1825–1733, 08–1857–4289

ไปชิมไม่ว่า แต่ถ้าไปจีบเจ๊กุ๊กเจ้าของร้าน คงต้องหาวิธีซื้อใจห้อย-โหนประจำกายเจ๊แกด้วย รู้สึกว่าหวงเจ๊แกเหลือเกิน ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!


อาเหม่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้